กฎหมายสัตว์เลี้ยงกทม. ระเบียบใหม่ล่าสุด 2026 เลี้ยงอย่างไรให้ถูกกฎหมาย

เผยแพร่เมื่อ 16 ก.ย. 2568

Blog Image

กฎหมายสัตว์เลี้ยงกทม. ระเบียบใหม่ล่าสุด 2026 เลี้ยงอย่างไรให้ถูกกฎหมาย

 

Highlight

          คนเลี้ยงสัตว์ต้องรู้ เปิดกฎหมายใหม่การเลี้ยงสัตว์ในกรุงเทพฯ เตรียมบังคับใช้ ข้อบัญญัติควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ มีผลบังคับใช้ 10 มกราคม พ.ศ. 2570 เป็นต้นไป โดยมีเป้าหมายเพื่อความปลอดภัยและการอยู่ร่วมกันของคนกับสัตว์เลี้ยง หากฝ่าฝืน มีโทษปรับไม่เกิน 25,000 บาท ตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535

ข้อบัญญัติ กทม. ควบคุมการเลี้ยงสัตว์ คืออะไร?

          ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องการควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 คือกฎหมายท้องถิ่นฉบับล่าสุดที่ออกมาเพื่อจัดระเบียบการอยู่ร่วมกันระหว่างผู้เลี้ยงสัตว์และสังคมเมือง โดยเน้นสร้างความรับผิดชอบต่อส่วนรวม การควบคุมจำนวนสัตว์เลี้ยงให้เหมาะสมกับพื้นที่พักอาศัย และป้องกันปัญหาสวัสดิภาพสัตว์รวมถึงเหตุรำคาญต่าง ๆ เพื่อยกระดับให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่น่าอยู่ และปลอดภัยสำหรับทั้งคน และสัตว์เลี้ยง

สัตว์เลี้ยงเก่า vs ใหม่ ใครต้องทำอะไรบ้าง?

          กฎหมายสัตว์เลี้ยง กทม หรือข้อบัญญัติ กทม. ควบคุมการเลี้ยงสัตว์ที่หลาย ๆ คนเห็นนั้น ได้ออกมาสำหรับทั้งสัตว์เลี้ยงเก่า และสำหรับผู้ที่กำลังจะเลี้ยงสัตว์ใหม่ ซึ่งมีข้อกำหนดที่แตกต่างกัน ดังนี้

สัตว์เลี้ยงเก่า

          สำหรับสัตว์เลี้ยง ทั้งสุนัข และแมวที่เลี้ยงอยู่ก่อนหน้าที่ข้อบัญญัติ กทม. ควบคุมการเลี้ยงสัตว์จะบังคับใช้ เจ้าของมีหน้าที่ต้องสำรวจจำนวนสัตว์เลี้ยง ลงทะเบียนแจ้งจำนวนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานเขต หรือแจ้งผ่านระบบออนไลน์ตามที่ กทม. กำหนด เพื่อขออนุญาตผ่อนผันการเลี้ยงดูต่อไปจนกว่าสัตว์จะเสียชีวิต โดยต้องดูแลให้ถูกสุขลักษณะ และไม่สร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่น ที่สำคัญต้องพาสัตว์เลี้ยงทั้งหมดไปฝังไมโครชิปให้ครบทุกตัว

สัตว์เลี้ยงใหม่

          ในกรณีที่ต้องการเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่กทม. เจ้าของที่เพิ่งนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพฯ หรือกรณีสัตว์เกิดใหม่ ต้องดำเนินการลงทะเบียน และฝังไมโครชิปเพื่อทำบัตรประจำตัวสัตว์เลี้ยงให้เรียบร้อย โดยต้องทำภายใน 120 วันนับแต่วันที่เกิด หรือภายใน 30 วันนับแต่นำสัตว์เข้ามาเลี้ยงในเขต กทม. ขั้นตอนนี้สำคัญมากในการระบุตัวตนเจ้าของ ป้องกันการทอดทิ้ง และช่วยติดตามเมื่อสัตว์พลัดหลง ซึ่งสามารถทำได้ฟรี ณ คลินิกสัตวแพทย์ กทม. ทั้ง 8 แห่ง

จำกัดจำนวนสัตว์เลี้ยงตามขนาดพื้นที่

          การกำหนดจำนวนสัตว์เลี้ยงให้มีจำนวนที่เหมาะสมกับขนาดของพื้นที่ เพื่อให้สัตว์เลี้ยงมีสเปซที่พอเหมาะ และไม่แออัด กฎหมายจึงกำหนดเกณฑ์จำนวนสัตว์เลี้ยง (สุนัข และแมว) ตามประเภทที่พักอาศัยไว้ดังนี้

ประเภทที่พักอาศัย / ขนาดพื้นที่ ขนาด จำนวนสัตว์ที่เลี้ยงได้รวมกัน
ห้องเช่า / คอนโด 20 ตร.ม แต่ไม่เกิน 80 ตร.ม สามารถเลี้ยงได้ 1 ตัว
80 ตร.ม. ขึ้นไป สามารถเลี้ยงได้ 2 ตัว
เนื้อที่ดิน ไม่เกิน 20 ตร.วา สามารถเลี้ยงได้ 2 ตัว
ตั้งแต่ 20 ตร.วา ขึ้นไป แต่ไม่เกิน 50 ตร.วา สามารถเลี้ยงได้ 3 ตัว
ตั้งแต่ 50 ตร.วา ขึ้นไป แต่ไม่เกิน 100 ตร.วา สามารถเลี้ยงได้ 4 ตัว
ตั้งแต่ 100 ตร.วา ขึ้นไป สามารถเลี้ยงได้ไม่เกิน 6 ตัว

เลี้ยงสัตว์ใน กทม. ต้องจดทะเบียนสัตว์เลี้ยง และฝังไมโครชิปไหม? ควรเตรียมตัวอย่างไร

          เจ้าของต้องนำสัตว์เลี้ยงไปขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องตามกำหนดเวลา ซึ่งก็คือ 120 วันหลังเกิดหรือ 30 วันหลังรับเลี้ยง โดยเฉพาะกลุ่มสุนัขควบคุมพิเศษที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเข้มงวด ซึ่งสุนัขควบคุมพิเศษมีทั้งสุนัขที่มีประวัติเคยทำร้ายคน หรือพยายามทำร้ายคน รวมถึงสุนัขบางสายพันธุ์ที่ถูกกำหนดให้ควบคุมพิเศษ เพราะความแข็งแรง มีพละกำลังเยอะ อีกทั้งยังมีสัญชาตญาณการตอบสนองที่ว่องไวเป็นพิเศษ หากสุนัขเหล่านี้ขาดการฝึกฝนอย่างถูกต้องหรืออยู่ในสภาวะกดดัน อาจเกิดพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดอันตรายรุนแรงต่อผู้อื่นได้ง่ายกว่าสายพันธุ์ทั่วไป ซึ่งสายพันธุ์ควบคุมพิเศษมี ดังนี้

  • บูล เทอร์เรีย (Bull Terrier)
  • พิทบูล เทอร์เรีย (Pit Bull Terrier)
  • สแตฟฟอร์ดเชียร์ บูล เทอร์เรีย (Staffordshire Bull Terrier)
  • รอทไวเลอร์ (Rottweiler)
  • ฟิล่า บราซิลเลียโร (Fila Brasileiro)

          กรุงเทพมหานครมีข้อกำหนดสำหรับผู้ที่เลี้ยงสุนัขควบคุมพิเศษคือห้ามเด็กที่อายุต่ำกว่า 15 ปี หรือผู้ใหญ่ที่อายุเกิน 65 ปีพาสุนัขควบคุมพิเศษออกนอกสถานที่เลี้ยง ยกเว้นกรณีที่อยู่ในกรงขัง หรือมีอุปกรณ์ควบคุมที่มั่นคง แข็งแรง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่ไม่อาจคาดคิด และช่วยให้เจ้าของสามารถบริหารจัดการความรับผิดชอบได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวด

เอกสารที่ต้องใช้ในการจดทะเบียนมีอะไรบ้าง?

  1. บัตรประจำตัวประชาชนเจ้าของสัตว์
  2. ทะเบียนบ้านที่สัตว์อาศัยอยู่
  3. หนังสือยินยอมจากผู้เช่ากรณีเป็น "ผู้เช่า"
  4. ใบรับรอง (คสส. 1)
  5. หนังสือรับรองการฉีดวัคซีน (ถ้ามี)
  6. หนังสือรับรองการผ่าตัดทำหมันจากสัตวแพทย์ (ถ้ามี)
  7. หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)

ต้องการจดทะเบียน หรือสอบถามข้อมูลการเลี้ยงสัตว์ใน กทม. เพิ่มเติมได้ที่ไหนบ้าง?

  • คลินิกสัตวแพทย์ กทม. 1 สี่พระยา เขตบางรัก โทร. 0-2236-4055 ต่อ 213
  • คลินิกสัตวแพทย์ กทม. 2 มีนบุรี เขตมีนบุรี โทร. 0-2914-5822
  • คลินิกสัตวแพทย์ กทม. 3 วัดธาตุทอง เขตวัฒนา โทร. 0-2392-9278
  • คลินิกสัตวแพทย์ กทม. 4 บางเขน เขตจตุจักร โทร. 0-2579-1342
  • คลินิกสัตวแพทย์ กทม. 5 วัดหงส์รัตนาราม เขตบางกอกใหญ่ โทร. 0-2472-5895 ต่อ 109
  • คลินิกสัตวแพทย์ กทม. 6 ช่วง นุชเนตร เขตจอมทอง โทร. 0-2476-6493 ต่อ 1104
  • คลินิกสัตวแพทย์ กทม. 7 บางกอกน้อย เขตบางกอกน้อย โทร. 0-2411-2432
  • คลินิกสัตวแพทย์ กทม. กลุ่มควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า เขตดินแดง โทร. 0-2245-3311
  • กลุ่มควบคุม และการตรวจเนื้อสัตว์ เขตหนองแขม โทร. 0-2409-5986
  • กลุ่มควบคุม และพักพิงสุนัข เขตประเวศ โทร. 0-2328-7460

เลี้ยงสัตว์ใน กทม. เมื่อพาสัตว์เลี้ยงออกนอกบ้านต้องทำอย่างไร?

          การพาสัตว์เลี้ยงออกไปเดินเล่นนอกบ้าน หรือพาไปสวนสาธารณะไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบเพื่อความปลอดภัย และสุขอนามัยที่ดีของส่วนรวม เจ้าของจึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์พื้นฐาน ดังนี้

1. ต้องใช้สายจูง / กรง

          เมื่อพาน้องหมา หรือน้องแมวออกไปเดินเล่นนอกบริเวณบ้านทุกครั้ง เจ้าของต้องควบคุมสัตว์ให้อยู่ในสายจูงที่แข็งแรง และมั่นคงตลอดเวลา หรือเลือกใส่กระเป๋า กรง หรือรถเข็นที่มิดชิดตามความเหมาะสมของประเภทสัตว์ เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงวิ่งเตลิดหลุดหาย หรือวิ่งตัดหน้ารถจนเกิดอุบัติเหตุ อีกทั้งยังเป็นการช่วยให้คุณสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ทันทีหากมีสิ่งเร้าจากภายนอก เป็นการสร้างความปลอดภัยทั้งต่อตัวสัตว์เลี้ยงเอง และผู้คนอื่น ๆ

2. ห้ามปล่อยให้รบกวนผู้อื่น

          การเลี้ยงสุนัข และแมวนอกจากใส่ใจในการเลี้ยงดูแล้ว ความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน เจ้าของต้องดูแลไม่ให้สัตว์เลี้ยงส่งเสียงเห่าหอนรบกวน หรือวิ่งเข้าไปประชิดตัวผู้อื่นโดยที่เขาไม่เต็มใจ เพราะอาจสร้างความตื่นตระหนก หรือเป็นอันตรายต่อเด็ก และผู้สูงอายุได้ การพาสัตว์เลี้ยงเข้าไปในพื้นที่สาธารณะหรือชุมชนจึงต้องรักษาระยะห่างที่เหมาะสมเสมอ เพื่อป้องกันการทะเลาะวิวาทระหว่างสัตว์เลี้ยงด้วยกัน และลดข้อพิพาทกับเพื่อนบ้าน การเคารพสิทธิของผู้อื่นในพื้นที่ส่วนรวมจะช่วยให้สังคมคนรักสัตว์กับคนทั่วไปอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข

3. ต้องเก็บอึสัตว์ทุกครั้งในที่สาธารณะ

          สุขอนามัยในพื้นที่สาธารณะเป็นหน้าที่โดยตรงของผู้เลี้ยง เมื่อสัตว์เลี้ยงขับถ่าย เจ้าของต้องเตรียมอุปกรณ์ เช่น ถุงเก็บมูล กระดาษทิชชู่ หรือสเปรย์ทำความสะอาด เพื่อเก็บกวาด และทำความสะอาดพื้นที่ทันทีให้เรียบร้อย ห้ามปล่อยทิ้งไว้เป็นภาระของส่วนรวม หรือสร้างความสกปรกบนทางเท้า และสวนสาธารณะเด็ดขาด การรักษาความสะอาดนอกจากจะช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค และพยาธิแล้ว ยังเป็นการรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์ และช่วยให้พื้นที่ส่วนรวมสะอาดน่าใช้งานสำหรับทุกคน

คำถามที่พบบ่อยและเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์ในกรุงเทพฯ

          กรุงเทพมหานคร ยังได้รวบรวมข้อสงสัย และเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ "ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567" ที่กำลังจะมีผลบังคับใช้ 10 ม.ค. พ.ศ. 2570 นี้

Q: หากต้องการเปลี่ยนเจ้าของต้องทำอย่างไร ?

A: ยื่นคำขอตามแบบ คลส.4 ต่อคลินิกสัตวแพทย์ กทม. หรือ สำนักงานเขต โดยแสดง 1. บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของคนใหม่ 2. ทะเบียนบ้านที่เป็นสถานที่เลี้ยงแห่งใหม่ พร้อมแนบ บัตรประจำตัวสุนัข และแมว หนังสือยินยอม หรือหนังสือมอบอำนาจจากผู้ให้เช่า ในกรณีเป็นผู้เช่า

Q: กรณีย้ายที่อยู่ของสุนัขและแมว บัตรประจำตัวสุนัขและแมวสูญหาย ถูกทำลาย ต้องทำอย่างไร ?

A: แจ้งต่อคลินิกสัตวแพทย์ กทม. หรือ สำนักงานเขตภายใน 30 วัน

Q: กรณีที่สุนัขหรือแมวสูญหาย ต้องทำอย่างไร ?

A: แจ้งความสัตว์สูญหายต่อตำรวจ และคลินิกสัตวแพทย์ กทม. หรือ สำนักงานเขตภายใน 3 วัน

Q: ถ้าเลี้ยงเกินจำนวนที่กฎหมายกำหนดอยู่แล้ว ต้องทำอะไร?

A: หากเลี้ยงอยู่ก่อนกฎหมายมีผลบังคับใช้ เจ้าของต้องแจ้งจำนวนสัตว์เลี้ยงต่อสำนักงานเขตพื้นที่หรือผ่านระบบออนไลน์ เพื่อขอรับสิทธิผ่อนผันเลี้ยงดูสัตว์เหล่านั้นต่อไปจนกว่าจะสิ้นอายุขัย โดยห้ามนำตัวใหม่มาเพิ่มจนกว่าจำนวนจะลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ พร้อมฝั่งไมโครชิบให้สัตว์เลี้ยงทุกตัว

Q: จดทะเบียนสัตว์เลี้ยงออนไลน์ได้ที่ไหน?

A: สามารถดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรุงเทพมหานคร ผ่านเว็บไซต์ petregis.bangkok.go.th เพื่อความสะดวกรวดเร็ว

ที่มา: สำนักงานประชาสัมพันธ์ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร

ป้ายกำกับ:

แชร์: