ผ่อนบ้านตรงกับเจ้าของ ผ่อนตรงกับบริษัทต่างจากผ่อนบ้านกับธนาคารอย่างไร ?

เผยแพร่เมื่อ 20 ส.ค. 2569

Blog Image

ผ่อนบ้านตรงกับเจ้าของ ผ่อนตรงกับบริษัทต่างจากผ่อนบ้านกับธนาคารอย่างไร?

 

Highlight


       ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่สถาบันการเงินยกระดับความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อที่อยู่อาศัยอย่างมาก ส่งผลให้อัตราการปฏิเสธสินเชื่อสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยจำนวนมากต้องเผชิญปัญหากู้ไม่ผ่าน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอาชีพอิสระ ฟรีแลนซ์ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ หรือผู้ที่มีประวัติทางการเงินติดขัด อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่กู้ไม่ผ่านแต่อยากมีบ้านเลย ปัจจุบันมีทางเลือกที่ช่วยให้เรามีบ้านได้ง่ายขึ้นคือการเลือกบ้านผ่อนตรงกับบริษัท โซลูชันรูปแบบใหม่ที่ช่วยทลายกำแพงข้อจำกัดทางการเงิน แต่ก่อนที่เราจะตัดสินใจผ่อนบ้านตรงกับบริษัทควรศึกษาโครงสร้างของรูปแบบการผ่อนให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ เพื่อศึกษาข้อดี และป้องกันความเสี่ยง โดยเฉพาะประเด็นที่ว่าผ่อนบ้านตรงกับบริษัทหรือ บ้านผ่อนตรงกับเจ้าของต่างกันอย่างไร? แบบไหนปลอดภัยกว่า เพื่อให้เงินทุกบาทที่จ่ายไปกลายเป็นที่อยู่อาศัยที่เราต้องการ

 

บ้านผ่อนตรงคืออะไร ?

       บ้านผ่อนตรง คือ รูปแบบการทำธุรกรรมซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ทางเลือกใหม่ที่ผู้ซื้อตกลงทำสัญญาและชำระค่างวดประจำเดือนส่งตรงไปยังผู้พัฒนาโครงการ บริษัทตัวกลาง หรือเจ้าของทรัพย์สินโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านการขออนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงินในช่วงแรก โครงสร้างสัญญาประเภทนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในลักษณะของสัญญาเช่าเพื่อซื้อ หรือสัญญาจะซื้อจะขายแบบผ่อนชำระ ซึ่งเปิดโอกาสให้เราสามารถขนย้ายสัมภาระเข้าอยู่อาศัยในบ้านหรือคอนโดมิเนียมได้ทันทีหลังจากชำระค่าทำสัญญาตามเงื่อนไข ซึ่งค่าเช่ารายเดือนที่จ่ายไปยังถูกสะสมไว้เป็นส่วนลดค่าบ้านในวันที่ตัดสินใจซื้อจริงตามที่ระบุไว้ในสัญญา เพื่อรอเวลาที่ผู้ซื้อมีความพร้อมในการยื่นกู้ธนาคารเพื่อโอนกรรมสิทธิ์อย่างสมบูรณ์

 

ซื้อบ้านผ่อนตรงกับเจ้าของ vs ผ่อนตรงกับบริษัท ต่างกันอย่างไร ?

       หลายคนที่กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อบ้านโดยไม่ผ่านแบงก์ อาจจะสับสนและแยกความแตกต่างระหว่าง 2 รูปแบบนี้ไม่ชัดเจน เนื่องจากทั้งคู่ต่างใช้คำว่าบ้านผ่อนตรงเหมือนกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทั้งสองระบบมีโครงสร้างการบริหารจัดการ ความน่าเชื่อถือ และระดับความปลอดภัยทางกฎหมายที่แตกต่างกัน ไปดูกันว่าทั้งสองรูปแบบนั้นต่างกันอย่างไรบ้าง

 

ผ่อนบ้านตรงกับเจ้าของ

       ผ่อนบ้านตรงกับเจ้าของ คือการที่ผู้ซื้อทำสัญญาเช่าเพื่อซื้อและโอนเงินค่างวดในแต่ละเดือนเข้าบัญชีของบุคคลธรรมดา ซึ่งเป็นเจ้าของโฉนดที่ดินตัวจริงโดยตรง ไม่ผ่านนิติบุคคลหรือองค์กรใด ๆ ระบบนี้มักเน้นไปที่ตลาดบ้านมือสองที่เจ้าของต้องการปลดภาระหนี้สินเดิม ทำให้การทำธุรกรรมมีความยืดหยุ่นในการเจรจาต่อรองค่างวดสูง แต่ก็มาพร้อมข้อจำกัดคือความเสี่ยงอย่างรอบด้านที่ขึ้นอยู่กับความซื่อสัตย์และสถานะทางการเงินของฝั่งเจ้าของบ้านเพียงอย่างเดียว 

 

ผ่อนบ้านตรงกับบริษัท

       ผ่อนบ้านตรงกับบริษัท คือการทำธุรกรรมผ่านนิติบุคคลที่มีระบบการจัดการที่ได้มาตรฐาน โดยบริษัทจะเป็นผู้จัดหาทรัพย์สิน ทั้งโครงการมือหนึ่ง และโครงการมือสอง เพื่อประสานงานกับนักลงทุนเพื่อเข้ามาเป็นคู่สัญญาที่ถูกต้องตามกฎหมาย เงินค่างวดทุกบาทจะถูกส่งผ่านบัญชีบริษัทที่มีการออกใบเสร็จรับเงินอย่างเป็นระบบ ทำให้การผ่อนบ้านตรงกับบริษัทมีความมั่นคงสูง มีโครงสร้างสัญญากลางที่เป็นธรรม และมีมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคที่ชัดเจนกว่าการซื้อขายระหว่างบุคคล

 

ซื้อบ้านผ่อนตรงกับเจ้าของ_vs_ผ่อนตรงกับบริษัท_vs_ธนาคาร.jpg

 

 

ตารางเทียบผ่อนบ้านตรงกับเจ้าของ vs บริษัท vs ธนาคารต่างกันยังไง ?



 

บ้านผ่อนตรงกับเจ้าของหรือบริษัท มีข้อดีอย่างไร ?

  • เข้าถึงการมีบ้านได้ง่ายขึ้น

       การผ่อนตรงกับโครงการช่วยปลดล็อกข้อจำกัดสำหรับผู้ที่กู้ธนาคารไม่ผ่าน ให้สามารถเริ่มต้นเส้นทางการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้จริง โดยไม่ต้องรอความพร้อมในการยื่นขอสินเชื่อ

  • ไม่ต้องเผชิญเกณฑ์บูโรที่เข้มงวด

       ระบบผ่อนตรงมักประเมินจากสภาพคล่องและรายรับ ณ ปัจจุบัน จึงเหมาะกับกลุ่มฟรีแลนซ์และพ่อค้าแม่ค้า หรือผู้ที่อยู่ในช่วงรอการปรับสถานะของเครดิตบูโร

  • ขั้นตอนกระชับ เข้าอยู่ได้เลย

       ไม่ต้องเสียเวลารอกระบวนการประเมินราคาทรัพย์สินหรือรอผลอนุมัติจากธนาคารที่ยาวนานหลายเดือน หลังจากทำสัญญาเรียบร้อยแล้วก็สามารถย้ายเข้าอยู่ได้ทันที

  • โอกาสในการฟื้นฟู และสร้างเครดิตใหม่

       สำหรับผู้ที่มีปัญหาในการยื่นกู้ สามารถใช้ระยะเวลาช่วงที่ผ่อนตรง 1 - 3 ปีในการเดินบัญชีธนาคารให้สวยงาม เคลียร์หนี้เก่า เพื่อเตรียมความพร้อมไปยื่นกู้แบงก์ในอนาคตได้

  • เงินค่างวดไม่สูญเปล่า

       ข้อดีอีกอย่างของการผ่อนตรงบ้านที่แตกต่างจากการเช่าบ้านคือ ค่าเช่ารายเดือนที่จ่ายไปยังถูกสะสมไว้เป็นส่วนลดค่าบ้านในวันที่ตัดสินใจซื้อจริง ไม่ได้ทิ้งไปวัน ๆ เหมือนเช่าอยู่ ทำให้ยอดหนี้ลดลงเรื่อย ๆ

 

ผ่อนบ้านตรงกับเจ้าของหรือบริษัท ต้องระวังอะไรบ้าง ?

 
  • เสี่ยงเจอเจ้าของบ้านเบี้ยวไม่ยอมโอนกรรมสิทธิ์

       การเลือกเช่าตรงกับเจ้าของมาพร้อมความเสี่ยงคือ แม้เราจะจ่ายค่างวดครบถ้วนตามสัญญา แต่หากเจอเจ้าของที่ทุจริต อาจปฏิเสธการไปโอนชื่อที่สำนักงานที่ดินได้

 

  • ความเสี่ยงกรณีเจ้าของทรัพย์สินถูกฟ้องล้มละลาย

        หากเจ้าของเดิมมีหนี้สินจำนวนมากจนถูกฟ้องล้มละลาย บ้านที่เรากำลังผ่อนอยู่อาจถูกศาลสั่งยึดทรัพย์เพื่อขายทอดตลาด ทำให้เราสูญเสียทั้งบ้าน และเงินที่ผ่อนไปดื้อ ๆ 

 

  • ปัญหาการนำค่างวดไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

       ในหลาย ๆ กรณีที่ผู้ซื้อโอนเงินให้เจ้าของ แต่เจ้าของกลับไม่นำเงินนั้นไปผ่อนชำระกับธนาคารที่ติดจำนองอยู่ จนทำให้บ้านถูกธนาคารฟ้องบังคับคดี ซึ่งเป็นความเสี่ยงจากการผ่อนตรงกับเจ้าของ

 

  • ข้อจำกัดเรื่องมาตรการผ่อนปรน

       การผ่อนตรงมีข้อควรระวังคือเมื่อเราเกิดปัญหาสภาพคล่องชั่วคราว เจ้าของบ้านมักไม่มีนโยบายพักชำระหนี้เหมือนสถาบันการเงิน และอาจใช้สิทธิ์บอกเลิกสัญญา และยึดเงินทันที

 

  • ความวุ่นวายหากเจ้าของเสียชีวิตก่อนหมดสัญญา

       เมื่อเจ้าของบ้านเกิดเสียชีวิตก่อนผ่อนหมด ทรัพย์สินจะตกเป็นมรดกแก่ทายาท ซึ่งทายาทอาจไม่ยินยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญาเช่าซื้อเดิมที่ทำไว้ได้ ทำให้เกิดความยุ่งยากตามมา

       แม้การผ่อนตรงจะมีความเสี่ยงในหลาย ๆ ด้าน แต่ปัญหาเหล่านี้สามารถบริหารจัดการและลดทอนลงได้มาก ด้วยการเลือกใช้บริการแพลตฟอร์มเช่าเพื่อซื้อ (Rent-to-Own) กับ JUZMATCH (จัซแมทช์) ตัวกลางที่มีความน่าเชื่อถือ ดำเนินธุรกิจภายใต้โครงสร้างองค์กรที่ชัดเจน โปร่งใส และอยู่ภายใต้นิติบุคคลเดียวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย JUZMATCH (จัซแมทช์) ช่วยให้คุณสามารถเลือกบ้านเดี่ยว คอนโดฯ หรือทาวน์โฮมที่ชอบแล้วย้ายเข้าอยู่ได้ทันทีภายใน 60 วันหลังทำสัญญาโดยยังไม่ต้องกู้ธนาคาร พร้อมระบบช่วยล็อกราคาตั้งแต่วันทำสัญญาทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องราคาอสังหาฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ยังมีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลและช่วยปรับปรุงเครดิตเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการกู้ธนาคารอย่างปลอดภัย

 

หาบ้านผ่อนตรงกับเจ้าของได้ที่ไหนดี.jpg


 

หาบ้านผ่อนตรงกับเจ้าของได้ที่ไหนดี เลือกยังไงให้ปลอดภัย ?

       สำหรับผู้ที่กำลังพยายามหาบ้านผ่อนตรงกับเจ้าของ หรือต้องการซื้อบ้านผ่อนตรงกับเจ้าของ ช่องทางที่คนนิยมใช้หาบ้านผ่อนตรง ได้แก่ เว็บประกาศซื้อขายอสังหาฯ ที่มีหมวดขายดาวน์หรือผ่อนตรง กลุ่มซื้อขายบ้านมือสองบน Facebook การติดต่อผ่านนายหน้าอิสระ ไปจนถึงการเจรจากับเจ้าของบ้านหรือเจ้าของโครงการโดยตรง แต่ละช่องทางเปิดกว้างและต่อรองได้ก็จริง แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยง เพราะเป็นการทำสัญญากับตัวบุคคลที่เราไม่รู้ประวัติแน่ชัด

 

เช็กลิสต์ก่อนวางเงินหรือเซ็นสัญญาผ่อนตรงกับเจ้าของ

  • ตรวจโฉนดตัวจริงและเช็กที่กรมที่ดินว่าติดจำนองกับสถาบันการเงินใดอยู่หรือไม่ ยอดหนี้คงเหลือเท่าไร
  • ยืนยันว่าชื่อในโฉนดตรงกับตัวเจ้าของที่เราทำสัญญาด้วยจริง ๆ โดยขอดูบัตรประชาชนประกอบ
  • ทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรเสมอ ระบุเงื่อนไขการโอนกรรมสิทธิ์ ราคาปิดยอด และกำหนดเวลาให้ชัดเจน
  • ทำสัญญาต่อหน้าพยาน และถ้าเป็นไปได้ให้ทนายหรือผู้รู้ด้านกฎหมายตรวจสัญญาก่อนเซ็น
  • พิจารณาใช้บัญชีกลางหรือกำหนดให้เงินค่างวดถูกนำไปตัดจำนองโดยตรง เพื่อลดความเสี่ยงที่เจ้าของนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
 

       แต่หากอยากตัดความเสี่ยงเรื่องการถูกทุจริตให้เหลือน้อยที่สุด การเลือกทำผ่านแพลตฟอร์มที่มีนิติบุคคลรับผิดชอบชัดเจนก็เป็นทางเลือกที่อุ่นใจกว่า เพราะมีการคัดกรองทรัพย์ ตรวจสอบภาระจำนอง และใช้สัญญากลางที่รัดกุมให้ตั้งแต่ต้น JUZMATCH (จัซแมทช์) เป็นแพลตฟอร์มที่ให้โซลูชันทางเลือกในการเช่าเพื่อซื้อ ลงทุนอสังหาริมทรัพย์รายแรกในประเทศไทย ที่เข้ามาจัดระเบียบ และทลายอุปสรรคในการซื้อบ้านอย่างเป็นระบบ JUZMATCH (จัซแมทช์) จะทำหน้าที่คัดกรองทรัพย์สิน ตรวจสอบความโปร่งใส และใช้โมเดลสัญญาที่รัดกุม ปลอดภัย เพื่อให้ผู้บริโภคที่มองหาทางเลือกการผ่อนตรงสามารถมั่นใจได้ว่าจะได้ครอบครองกรรมสิทธิ์บ้านอย่างปลอดภัยและโปร่งใส

 

ขั้นตอนเช่าเพื่อซื้อบ้านตั้งแต่ต้นจนโอนกรรมสิทธิ์ทำยังไง ?

       สรุปขั้นตอนการซื้อบ้านผ่อนตรงแบบเข้าใจง่าย ตั้งแต่ลงทะเบียนครั้งแรกไปจนถึงวันรับโอนกรรมสิทธิ์

1. ลงทะเบียนผู้เช่าเพื่อซื้อ เริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยการเข้าสู่ระบบ และลงทะเบียนบนเว็บไซต์ JUZMATCH (จัซแมทช์) เพื่อเปิดสิทธิ์การใช้งาน

 

2. คำนวณกำลังซื้อเบื้องต้น ประเมินรายได้เพื่อคำนวณยอดผ่อนชำระต่อเดือนที่เหมาะสมกับสภาพคล่องของคุณ

 

3. เลือกบ้านที่ใช่และวางเงินจอง เลือกทรัพย์สินที่เราสนใจจากระบบ หรือส่งบ้านที่สนใจให้เจ้าหน้าที่พิจารณา พร้อมชำระค่าจอง (โดยยอดจองจะนำไปหักลบกับค่าทำสัญญา)

 

4. ชำระค่าทำสัญญา ชำระค่าทำสัญญาตามรูปแบบที่เลือกเพื่อเริ่มกระบวนการจัดหา

 

5. JUZMATCH จัดซื้อทรัพย์สิน ทีมงานของ JUZMATCH (จัซแมทช์) ดำเนินการเข้าซื้อและจัดเตรียมอสังหาริมทรัพย์ที่คุณเลือกให้พร้อมภายในระยะเวลา 60 วัน

 

6. เซ็นสัญญาและเข้าอยู่ ชำระค่าประกันรวมถึงค่าเช่างวดแรก พร้อมลงนามสัญญาเช่าเพื่อซื้อ หลังจากนี้ก็สามารถหิ้วกระเป๋าแล้วเข้าอยู่ได้ทันที

 

7. ผ่อนชำระค่าเช่าเพื่อซื้อรายเดือน จ่ายค่าเช่าเพื่อซื้อให้ตรงเวลาทุก ๆ เดือน โดยยอดหนี้คงเหลือของบ้านจะลดลงเรื่อย ๆ ตามจำนวนงวดที่จ่ายไป

 

8. รับโอนกรรมสิทธิ์เมื่อพร้อม เมื่อครบสัญญาหรือมีความพร้อม สามารถปิดยอดเงินคงเหลือเพื่อโอนกรรมสิทธิ์ได้ทันที โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญจาก JUZMATCH (จัซแมทช์) คอยช่วยเตรียมโปรไฟล์เพื่อยื่นกู้แบงก์ตลอดสัญญา

 

       การเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์ด้วยระบบบ้านผ่อนตรง ถือเป็นทางเลือกที่ช่วยตอบโจทย์ และเข้ามาแก้ไขปัญหาผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบจากเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดของธนาคาร อย่างไรก็ตาม การผ่อนบ้านตรงกับบริษัท และบ้านผ่อนตรงกับเจ้าของนั้นมีความแตกต่างกันในหลาย ๆ ด้าน การพยายามเสี่ยงดวงกับการหาบ้านด้วยการผ่อนบ้านเจ้าของตามมาด้วยความเสี่ยงมากมาย ซึ่งอาจนำมาซึ่งความสูญเสียหากขาดความรู้เท่าทันทางกฎหมาย

 

       การผ่อนบ้านตรงกับเจ้าของโดยไม่มีตัวกลางที่ชัดเจนอาจมาพร้อมความเสี่ยงเรื่องความโปร่งใสและการถูกเอารัดเอาเปรียบ โซลูชันเช่าเพื่อซื้อจาก JUZMATCH (จัซแมทช์) พร้อมเป็นทางเลือกในการเช่าเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่มีขั้นตอนที่โปร่งใส มีมาตรฐาน และน่าเชื่อถือ ช่วยให้คนอยากมีบ้านทุกคนสามารถย้ายเข้าอยู่ได้ทันทีตั้งแต่วันแรก ควบคู่ไปกับการมีทีมงานมืออาชีพคอยดูแลให้คำปรึกษาในการปรับปรุงโปรไฟล์การเงิน เพื่อส่งมอบกรรมสิทธิ์บ้านหลังใหม่ให้ถึงมือเราอย่างมั่นคง และปลอดภัย

 

คำถามที่พบบ่อย

 

Q: ติดแบล็คลิสต์หรือติดบูโร ผ่อนตรงได้ไหม ?

A: จะติดแบล็คลิสต์หรือติดบูโรก็สามารถผ่อนตรงได้ เนื่องจากระบบผ่อนตรงไม่ได้ใช้เกณฑ์การพิจารณาตรวจสอบประวัติเครดิตบูโรย้อนหลังที่เข้มงวดเหมือนสถาบันการเงิน แต่จะเน้นประเมินจากความสามารถในการจัดสรรรายได้เพื่อชำระค่างวด ณ ปัจจุบันเป็นหลัก จึงเป็นทางออกที่ดีสำหรับผู้ที่มีปัญหาติดแบล็คลิสต์หรือติดบูโรและต้องการสร้างโปรไฟล์ทางการเงินใหม่ให้พร้อมยื่นกู้กับสถาบันการเงินอีกครั้ง

Q: ผ่อนตรงกับเจ้าของ กับผ่อนตรงกับบริษัท แบบไหนปลอดภัยกว่า ?

A: การผ่อนตรงกับบริษัทมีความปลอดภัยกว่ามาก เนื่องจากบริษัทมีโครงสร้างองค์กรที่มั่นคง มีระบบบัญชีที่ตรวจสอบได้ และใช้รูปแบบสัญญาเช่าเพื่อซื้อที่เป็นสากลและเป็นธรรม ลดความเสี่ยงเรื่องการถูกโกงโอนกรรมสิทธิ์ หรือปัญหาเจ้าของทรัพย์สินเดิมถูกฟ้องร้องยึดทรัพย์ ซึ่งมักพบได้บ่อยในกรณีผ่อนกับบุคคลธรรมดา
 

Q: ต้องวางเงินดาวน์เท่าไหร่?

A: ในระบบผ่อนตรงทางเลือกส่วนใหญ่จะไม่มีการเรียกเก็บเงินดาวน์ก้อนใหญ่เหมือนการซื้อขายทั่วไป แต่จะเปลี่ยนมาเป็นการชำระค่าทำสัญญา ซึ่งค่าทำสัญญาเริ่มต้นใช้เพื่อเป็นหลักประกัน โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 1 - 5% ของราคาซื้อขายทรัพย์สิน แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนด และเงื่อนไขของแต่ละแพลตฟอร์ม หรือโครงการด้วย
 

Q: ผ่อนตรงไปแล้ว เปลี่ยนเป็นกู้ธนาคารทีหลังได้ไหม? 

A: เมื่อผ่อนตรงไปแล้วสามารถเปลี่ยนเป็นกู้ธนาคารทีหลังได้ จริง ๆ แล้วถือเป็นเป้าหมายหลักของระบบผ่อนตรงเลยก็ว่าได้ เมื่อเราใช้เวลาผ่อนตรงไปได้ระยะหนึ่ง เช่น 1 - 3 ปี จนสามารถเคลียร์หนี้เก่า และมีรายการเดินบัญชีที่สม่ำเสมอแล้ว เราสามารถนำประวัติการชำระเงินที่สม่ำเสมอนี้ไปยื่นประกอบการขอสินเชื่อกับธนาคารเพื่อนำเงินก้อนมาปิดยอดคงเหลือ และรับโอนกรรมสิทธิ์ได้ทันที
 

Q: ถ้าผ่อนไม่ไหวหรือผิดนัดชำระจะเสียเงินที่ผ่อนไปทั้งหมดไหม?

A: หากผ่อนไม่ไหวหรือมีการผิดนัดชำระหนี้มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกริบเงินทั้งหมด เนื่องจากโครงสร้างตามกฎหมายของสัญญาเช่าเพื่อซื้อระบุไว้ชัดเจนว่า หากผู้ซื้อผิดนัดชำระค่างวดติดต่อกันตามที่สัญญากำหนด ฝั่งผู้ขายมีสิทธิ์ชอบธรรมในการบอกเลิกสัญญา กลับเข้าครอบครองทรัพย์สิน และริบเงินค่างวดรวมถึงค่าทำสัญญาที่จ่ายมาแล้วทั้งหมดได้โดยไม่ต้องคืน ดังนั้นควรมีวินัยในการจ่ายค่างวดในทุก ๆ เดือน 

 

       ทั้งนี้ หากจำนวนเงินที่ถูกริบสูงเกินสมควร ศาลมีอำนาจลดหย่อนได้ในฐานะเบี้ยปรับ และผู้ขายไม่มีสิทธิเรียกค่างวดในอนาคตที่ยังไม่ถึงกำหนด อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงเรื่องการถูกริบเงินเมื่อผิดนัดถือเป็นลักษณะทั่วไปของสัญญาเช่าซื้อ ไม่ว่าจะผ่อนตรงกับเจ้าของหรือกับบริษัท ดังนั้นการวางแผนให้ผ่อนไหวและมีวินัยในการชำระจึงสำคัญที่สุด



 

ป้ายกำกับ:

แชร์: