เผยแพร่เมื่อ 22 มิ.ย. 2569

Highlight
สำหรับสายฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่ทำงานอิสระ ไม่มีแหล่งรายได้ประจำที่แน่นอน การขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินมักเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่ขอยาก หลายคนมักถูกปฏิเสธสินเชื่อเพราะธนาคารมองว่าขาดความน่าเชื่อถือทางการเงิน แต่ความจริงแล้วฟรีแลนซ์กู้ซื้อบ้านได้อย่างแน่นอน หากมีการเตรียมตัวที่ดี มีเอกสารครบถ้วน บทความนี้ JUZMATCH (จัซแมทช์) จะมาแชร์เทคนิคการขอสินเชื่อ พร้อมแนะนำทุกขั้นตอนที่จะช่วยให้อาชีพอิสระกู้ซื้อบ้านผ่านฉลุยได้ในรอบเดียว
ฟรีแลนซ์ และอาชีพอิสระคือ การทำงานที่ผู้ปฏิบัติงานไม่ได้เป็นลูกจ้างประจำของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง จึงไม่มีสวัสดิการ หรือเงินเดือนประจำที่ตายตัว รายได้จะมาก หรือน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณงาน และการตกลงค่าจ้างในแต่ละโปรเจกต์ เป็นอาชีพที่มีความยืดหยุ่นสูง ทั้งเรื่องเวลา และสถานที่ทำงาน ถึงแม้จะมีความอิสระสูง แต่รายได้ไม่สม่ำเสมอ ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้เมื่อต้องทำธุรกรรมทางการเงินมักจะถูกปฏิเสธได้ง่าย
ปัญหาหลักที่ทำให้ฟรีแลนซ์กู้บ้านยาก เกิดจากปัจจัยหลายประการที่สถาบันการเงินประเมินว่ามีความเสี่ยง และขาดความน่าเชื่อถือ ซึ่งมาจากหลาย ๆ ปัจจัยประกอบกัน ดังนี้
สลิปเงินเดือนคือ เอกสารสำคัญที่ธนาคารใช้ประเมินรายได้ และความสามารถในการชำระหนี้ เนื่องจากเป็นหลักฐานที่ออกโดยนิติบุคคลอย่างเป็นทางการ และตรวจสอบได้ง่าย แต่เมื่อเราทำงานอิสระ และไม่มีเอกสารยืนยันรายได้รายเดือนที่ชัดเจน ธนาคารจึงไม่มีเกณฑ์มาตรฐานที่ใช้ประเมิน ส่งผลให้ฟรีแลนซ์กู้ซื้อบ้านยากขึ้น เพราะต้องหาหลักฐานอื่นมาทดแทนเพื่อพิสูจน์ที่มาของเงิน
อาชีพอิสระมักมีรอบการรับเงินที่ไม่สม่ำเสมอ บางเดือนอาจมีรายได้หลักแสน แต่บางเดือนอาจไม่มีรายได้เข้ามาเลย ความไม่แน่นอนของรายได้ทำให้ธนาคารเกิดความกังวลว่า หากอนุมัติสินเชื่อไปแล้ว เราจะมีเงินสดหมุนเวียนเพียงพอสำหรับผ่อนชำระค่างวดในเดือนที่ขาดรายได้ หรือไม่ ความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของรายรับจึงเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้อาชีพอิสระกู้ซื้อบ้านไม่ผ่าน
สถาบันการเงินมักประเมินความมั่นคงจากอายุงาน และสถานะขององค์กรที่ผู้กู้สังกัดอยู่ สำหรับฟรีแลนซ์ที่ไม่มีสัญญาจ้างระยะยาว หรือไม่มีการการันตีรายได้ ธนาคารจะมองว่ามีความเสี่ยงสูงต่อการตกงาน หรือขาดรายได้กะทันหัน ด้วยความกังวลว่าสินเชื่อที่ปล่อยไปจะกลายเป็นหนี้เสียในระบบ ทำให้การพิจารณาอนุมัติสินเชื่อสำหรับผู้ที่ทำอาชีพอิสระมีความเข้มงวดมากกว่าผู้ที่มีสถานะเป็นพนักงานประจำที่มีสวัสดิการรองรับ
ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่ทำอาชีพอิสระ ไม่มีเอกสารสลิปเงินเดือน และความมั่นคงขององค์กร ทำให้ฟรีแลนซ์จึงต้องนำเสนอเอกสารทางการเงินที่ซับซ้อน และมีจำนวนมากกว่าปกติ ไม่ว่าจะเป็นเอกสารการเสียภาษี รายการเดินบัญชีย้อนหลังหลายเดือน หรือเอกสารแสดงการจ้างงานต่าง ๆ การเตรียมเอกสารที่ไม่ครบถ้วน หรือไม่สอดคล้องกันเพียงเล็กน้อย ก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ธนาคารปฏิเสธการขอสินเชื่อได้ทันที ทำให้ขั้นตอนดูยุ่งยากกว่าอาชีพอื่น
การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน และถูกต้อง ช่วยให้ธนาคารมองเห็นศักยภาพทางการเงินของเรา โดยเอกสารที่ฟรีแลนซ์ต้องเตรียมแบ่งออกเป็น 3 หมวดหมู่หลักดังนี้
.jpeg)
แม้หลายคนจะมองว่าฟรีแลนซ์กู้บ้านเป็นเรื่องยาก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธี หากมีการเตรียมตัวอย่างถูกต้อง เทคนิคเหล่านี้จะช่วยให้สถาบันการเงินอนุมัติได้ง่ายขึ้น
สิ่งแรกที่ต้องทำคือ การบริหารกระแสเงินสดให้ดูเป็นระบบ โดยการนำเงินรายได้ฝากเข้าบัญชีธนาคารอย่างสม่ำเสมอทุกเดือนในยอดที่ใกล้เคียงกัน เพื่อจำลองให้คล้ายกับการได้รับเงินเดือนประจำ ไม่ควรรับเงินสดแล้วเก็บไว้เอง หรือใช้จ่ายจนหมดบัญชี การมีเงินหมุนเวียนเข้าออกอย่างชัดเจน และมียอดคงเหลือติดบัญชี จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ และทำให้ธนาคารประเมินรายได้เฉลี่ยของเราได้ง่ายขึ้น
หลักฐานที่ธนาคารเชื่อถือมากที่สุดสำหรับอาชีพอิสระคือ แบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90) การยื่นภาษีอย่างถูกต้อง และครบถ้วนทุกปี เป็นการยืนยันแหล่งที่มาของรายได้ตามกฎหมายอย่างชัดเจน และเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ช่วยลบล้างข้อกังขาเรื่องความไม่แน่นอน หากเรามีรายได้ถึงเกณฑ์ การเสียภาษีอย่างซื่อสัตย์คือใบเบิกทางชั้นดีที่ช่วยให้อาชีพอิสระกู้ซื้อบ้านได้รับการพิจารณาอนุมัติได้ง่ายขึ้น
หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือใบ 50 ทวิ เปรียบเสมือนสลิปเงินเดือนของชาวฟรีแลนซ์ ทุกครั้งที่รับค่าจ้างจากนิติบุคคล และถูกหักภาษี เราต้องเก็บเอกสารฉบับนี้ไว้ให้ครบถ้วน เพราะสามารถใช้เป็นหลักฐานที่แสดงให้ธนาคารเห็นว่าเราได้รับงานจริง มีบริษัทว่าจ้างจริง และมีรายได้เข้ามาจริงตามรายการเดินบัญชีที่ปรากฏ
ก่อนตัดสินใจขอสินเชื่อบ้าน เราควรตรวจสอบสถานะเครดิตบูโรก่อน หากมีการใช้บัตรเครดิต หรือสินเชื่อส่วนบุคคล ควรชำระให้ตรงเวลา และเต็มจำนวนเสมอ หลีกเลี่ยงการก่อหนี้ใหม่ที่เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายต่อเดือน เพราะการมีวินัยทางการเงิน และไม่มีประวัติค้างชำระ จะเป็นปัจจัยบวกที่สะท้อนให้ธนาคารเห็นว่า แม้จะไม่มีรายได้ประจำ แต่เราก็มีความรับผิดชอบ และสามารถบริหารจัดการหนี้สินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การมีเงินเก็บสำรองเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเพิ่มคะแนนการพิจารณาสินเชื่อ เราควรเปิดบัญชีออมทรัพย์แยกออกจากบัญชีใช้จ่าย และตั้งเป้าหมายโอนเงินเข้าไปเก็บสะสมทุกเดือนอย่างน้อย 6 - 12 เดือนก่อนยื่นกู้ บัญชีเงินออมนี้จะแสดงให้ธนาคารเห็นศักยภาพว่าเรามีระเบียบวินัย มีเงินสำรองสำหรับจ่ายค่าทำสัญญา และมีสภาพคล่องเพียงพอที่จะรับมือกับเหตุฉุกเฉินหากรายได้น้อยลง
หากประเมินแล้วว่ารายได้จากการเป็นฟรีแลนซ์เพียงคนเดียวอาจทำให้วงเงินกู้ไม่ครอบคลุมราคาบ้าน การหาผู้กู้ร่วมที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ เช่น คู่สมรส พ่อแม่ หรือพี่น้องสายเลือดเดียวกันที่มีรายได้ประจำและสลิปเงินเดือนชัดเจน จะช่วยเพิ่มโปรไฟล์ของเราให้มีความน่าเชื่อถือ การกู้ร่วมช่วยลดความเสี่ยงในมุมมองของธนาคาร ทำให้ฟรีแลนซ์กู้ซื้อบ้านมีโอกาสผ่านการอนุมัติง่ายขึ้น และได้รับวงเงินที่สูงขึ้นตามต้องการ
.jpeg)
ก่อนยื่นกู้จริง ฟรีแลนซ์ต้องเตรียมตัวมากกว่าพนักงานประจำพอสมควร เพราะธนาคารต้องการเห็นว่ารายได้ของเรามาจากไหน สม่ำเสมอแค่ไหน เลยควรเริ่มเตรียมล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ปี ขั้นตอนหลัก ๆ ก็มีตามนี้
การประกอบอาชีพอิสระไม่ได้หมายความว่าจะหมดโอกาสในการมีบ้านเป็นของตนเอง เพียงแค่ต้องมีวินัยในการเดินบัญชี การเก็บหลักฐานรายได้ เสียภาษีอย่างถูกต้อง และการเตรียมเอกสารอย่างถูกต้อง อาชีพอิสระกู้ซื้อบ้านก็สามารถกู้ผ่านได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม สำหรับฟรีแลนซ์หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ได้ลองทำตามเทคนิคทั้งหมดแล้ว แต่ยังขอสินเชื่อธนาคารไม่ผ่านเกณฑ์ JUZMATCH (จัซแมทช์) แพลตฟอร์มเช่าเพื่อซื้อ (Rent-to-Own) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้คุณเข้าใกล้การมีบ้านได้ง่ายขึ้น โดยเตรียมเงินค่าทำสัญญาเริ่มต้น 7% ของราคาทรัพย์สิน ทำสัญญาเช่าเพื่อซื้อก็สามารถย้ายเข้าอยู่ได้ทันทีภายใน 60 วัน หลังทำสัญญาในฐานะผู้เช่าเพื่อซื้อ โดยส่วนหนึ่งของค่าเช่ารายเดือนที่จ่ายในทุก ๆ เดือน จะถูกสะสมไว้เป็นส่วนลดค่าบ้านในวันที่ตัดสินใจซื้อจริง
ที่สำคัญ ตลอดอายุสัญญาคุณจะได้รับการดูแลจากทีม Homeownership Advisory (HOA) ของ JUZMATCH (จัซแมทช์) ที่คอยให้คำแนะนำในการปรับปรุงเครดิต วางแผนเดินบัญชี และจัดการประวัติทางการเงินอย่างเป็นระบบ เพื่อเตรียมความพร้อมในการยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารในอนาคต ช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นเจ้าของบ้านได้อย่างมั่นใจ
A: ได้จริงอย่างแน่นอน หากมีการวางแผนการเงินที่ดี เดินบัญชีสม่ำเสมอ และมีเอกสารภาษียืนยันรายได้ที่ชัดเจน แต่หากยังกู้ไม่ผ่าน หรือไม่อยากรอเวลาสร้างประวัติการเงินนานหลายปี การเลือกใช้บริการเช่าเพื่อซื้อกับแพลตฟอร์ม JUZMATCH (จัซแมทช์) ก็เป็นอีกหนึ่งโซลูชันที่ช่วยให้เรามีบ้านได้ทันที โดยทำสัญญาเช่าเพื่อซื้อ ก็สามารถย้ายเข้าอยู่ได้ทันทีหลังทำสัญญาในฐานะผู้เช่า ไม่ต้องพึ่งพาสินเชื่อธนาคารในระยะเริ่มต้น
A: สำหรับผู้ที่ทำอาชีพอิสระ ธนาคารมักจะขอตรวจสอบรายการเดินบัญชีย้อนหลังอย่างน้อย 6 - 12 เดือน เพื่อดูความสม่ำเสมอของรายได้ และประเมินค่าเฉลี่ยรายรับที่แน่นอนเพื่อใช้พิจารณาวงเงินกู้
A: หากรับเงินสด และไม่มีใบ 50 ทวิ การขอสินเชื่อจะทำได้ยากมาก แต่สามารถชดเชยได้ด้วยการนำเงินฝากเข้าบัญชีอย่างสม่ำเสมอ เก็บใบเสร็จรับเงิน สัญญาจ้าง และที่สำคัญคือต้องนำรายได้นั้นไปยื่นเสียภาษี (ภ.ง.ด. 90) เพื่อใช้เป็นหลักฐานทดแทน
A: ปกติแล้วธนาคารจะต้องการเห็นความมั่นคงในอาชีพ จึงมักกำหนดให้ผู้กู้ต้องประกอบอาชีพอิสระนั้นมาแล้วอย่างน้อย 1 - 2 ปี หากเพิ่งเริ่มต้นทำงานอิสระ โอกาสที่ฟรีแลนซ์กู้บ้านจะผ่านนั้นมีน้อยมาก จึงควรใช้เวลาสร้างประวัติทางการเงินก่อน
A: สามารถกู้ร่วมกับบุคคลในครอบครัวที่มีสายเลือดเดียวกัน เช่น พ่อ แม่ พี่ น้อง หรือคู่สมรส เพื่อนำรายได้ และประวัติการทำงานที่มั่นคงของอีกฝ่ายมารวมกัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มน้ำหนักความน่าเชื่อถือในการขออนุมัติวงเงินกู้ให้ง่ายยิ่งขึ้น
ป้ายกำกับ:

Mega Trend คืออะไร? สรุปเทรนด์ลงทุนจาก JUZMATCH Investor Club 2025 Highlight Mega Trend คืออะไร?...

ข้อมูลการโอนกรรมสิทธิ์บ้าน ปี 2567 ตลาดที่อยู่อาศัยไทยในปี 2567 จากข้อมูลของศูนย์ข้อมูลอสังห...

ถ้าจากความรู้สึก...เราอาจจะยังรู้สึกว่า คนส่วนใหญ่เลือกซื้อบ้านมือหนึ่ง แต่ถ้าจากสถิติที่ไม...