ซื้อบ้านใหม่หรือมือสองดี? เทียบความคุ้มค่าก่อนตัดสินใจ

เผยแพร่เมื่อ 3 ก.ค. 2568

Blog Image

ซื้อบ้านใหม่หรือมือสองดี? เทียบความคุ้มค่าก่อนตัดสินใจ

Highlight

          ถ้าจากความรู้สึก...เราอาจจะยังรู้สึกว่า คนส่วนใหญ่เลือกซื้อบ้านมือหนึ่ง แต่ถ้าจากสถิติที่ไม่หลอกใคร ตลาดที่อยู่อาศัยมือสองในไตรมาส 2 ปี 2567 มูลค่าการซื้อขายสูงถึง 718,436 ล้านบาท และยังคงมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง หากพิจารณาจากสถิติย้อนหลังตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทั้งที่เราเริ่มได้ยินคนบ่นว่า เศรษฐกิจไม่ดี แต่ “ที่อยู่อาศัย” หรือ “บ้าน” ยังคงเป็นสิ่งที่มีความต้องการจริงอยู่เสมอ จากตัวเลขยอดโอนรวม 347,799 หน่วย เป็นยอดโอนกรรมสิทธิ์บ้านมือสองถึง 3 ใน 5 สิ่งนี้เป็นเครื่องยืนยันที่ดีว่าความคิดที่ว่า...ถ้าจะซื้อบ้าน ต้องเลือกบ้านมือ 1 เท่านั้นอาจจะเอ้าท์ไปแล้ว ในยุคนี้ที่เรียกได้ว่าเป็นยุคเศรษฐกิจเปลี่ยนผ่าน ตัวเลือกที่อยู่อาศัยมือสอง คุณภาพดี ราคาเข้าถึงได้ ก็คือทางเลือกที่ได้รับความสนใจสูงขึ้นเรื่อย ๆ

สถิติการโอนกรรมสิทธฺ์ที่อยู่อาศัย

          เราคงเห็นแล้วว่า ผู้บริโภคยุคใหม่เริ่มมองที่อยู่อาศัยมือสองคือทางเลือกที่คุ้มค่า บทความนี้จะฉายภาพให้เห็นว่า ที่อยู่อาศัยหรือบ้านมือสองมีความคุ้มค่าอย่างไร เมื่อเทียบกับบ้านมือหนึ่ง รวมถึงตอบคำถามที่หลายคนยังลังเลอย่าง บ้านมือ 2 กับมือ 1 ต่างกันอย่างไร และซื้อบ้านมือ 1 หรือมือ 2 ดี และมาดูกันต่อว่าหากสนใจที่อยู่อาศัยหรือบ้านมือสอง คุณภาพดี พร้อมอยู่ ทำไมต้องเลือกในแพลตฟอร์ม JUZMATCH

บ้านมือ 2 กับมือ 1 ต่างกันอย่างไร ซื้อบ้านมือ 1 หรือมือ 2 ดี?

          คำถามคลาสสิกที่หลายคนชั่งใจก่อนซื้อบ้านคือ บ้านมือ 2 กับมือ 1 ต่างกันอย่างไร และซื้อบ้านมือ 1 หรือมือ 2 ดี ลองมาเทียบกันใน 2 มุมหลัก คือ “ราคาตั้งต้น” และ “ต้นทุนรวมระยะยาว” เพื่อให้ตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น

          เริ่มจากมุมแรกคือ ราคาตั้งต้น จุดนี้บ้านมือสองได้เปรียบชัด เพราะถูกกว่าบ้านใหม่ในทำเลเดียวกันเฉลี่ยราว 20-40% และต่อรองได้คล่องกว่า โดยเฉพาะเวลาเจอผู้ขายที่รีบขาย ส่วนบ้านใหม่ราคามักตายตัว ต่อรองยาก แต่ก็แลกมากับโปรเงินกู้หรือโปรโมชันจากโครงการที่ช่วยลดภาระตอนเริ่มต้นได้เหมือนกัน

          พอมองมุมที่สองคือ ต้นทุนรวมระยะยาว ภาพจะซับซ้อนขึ้นอีกนิด บ้านมือสองที่ราคาถูกกว่าอาจมีค่าใช้จ่ายแฝงตามมา เพราะบางหลังต้องตรวจสภาพและซ่อมก่อนเข้าอยู่ แต่ในทางกลับกัน หลายหลังก็ขายพร้อมเฟอร์นิเจอร์ ตัดค่าตกแต่งไปได้ก้อนใหญ่ และเข้าอยู่ได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียค่าเช่าระหว่างรอ ฝั่งบ้านใหม่แม้แทบไม่ต้องซ่อมในช่วงแรก แต่บางโครงการต้องรอสร้างเสร็จ และมักอยู่ชานเมืองที่ชุมชนยังไม่ลงตัว ต่างจากบ้านมือสองที่เลือกทำเลในเมืองและได้เห็นชุมชนเพื่อนบ้านจริงก่อนตัดสินใจ ซึ่งมีผลกับทั้งความสะดวกและมูลค่าบ้านในระยะยาว

          สรุปคือ ถ้าเน้นได้ของใหม่และอยากใช้โปรจากโครงการ บ้านใหม่ก็ตอบโจทย์ แต่ถ้าให้น้ำหนักกับความคุ้มค่า ทำเลดี และพร้อมเข้าอยู่เร็ว บ้านมือสองมักเป็นตัวเลือกที่ลงตัวกว่า

1. บ้านมือสอง คุ้มกว่าตั้งแต่วันแรกที่ซื้อ

          เมื่อถึงเวลาต้องเลือกบ้าน คำถามสุดคลาสสิคในใจผู้ซื้อบ้านคือ “ควรเลือกซื้อบ้านมือหนึ่งจากโครงการใหม่ หรือบ้านมือสองในทำเลที่ต้องการดี?” สำหรับใครที่กำลังลังเล ใจยังเทไปที่บ้านมือหนึ่ง อาจต้องลองพิจารณาอีกสักครั้ง เพราะจากแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2024–2025 คาดว่าราคาบ้านมือหนึ่งจะปรับตัวสูงขึ้นราว 5–10% จากต้นทุนวัสดุ ค่าแรง และราคาที่ดินที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

          หากพิจารณาเฉพาะในแง่ของ “ราคาซื้อ” ที่อยู่อาศัยหรือบ้านมือสอง ให้ความคุ้มค่าทางการเงินมากกว่า เพราะจะมีราคาต่ำกว่าอยู่ที่ 20–30% เลยทีเดียว พูดง่าย ๆ ว่าที่อยู่อาศัยมือสองมี “ส่วนลดของความไม่ใหม่” ที่สูงมาก (อย่าลืมว่าบ้านเป็นสินทรัพย์ที่มูลค่าสูง ราคาหลักล้าน หลักสิบล้าน พอคูณส่วนลดดูแล้ว เท่ากับเราเซฟเงินได้เป็นแสนเป็นล้านเลย) นอกจากนี้บ้านมือสองส่วนใหญ่มักอยู่ในสภาพพร้อมเข้าอยู่ ไม่ต้องรอการก่อสร้างหรือรีโนเวตใหม่ทั้งหมด ช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในช่วงเริ่มต้นได้อีกทางหนึ่ง

          ในทางเศรษฐศาสตร์ บ้านมือสองที่ผ่านการใช้งานแต่ยังมีสภาพดีคือ สินทรัพย์ราคาต่ำกว่ามูลค่าแท้จริง หากมองว่านี่คือการลงทุน บ้านมือสองที่ทำเลดี ราคาก็มีโอกาสปรับขึ้นได้อีก ขึ้นอยู่กับช่วงเวลา แล้วอนาคตหากจะขายเพื่อทำกำไร ด้วยความที่บ้านมือสองมีราคาซื้อตั้งต้นที่ต่ำกว่า แม้ว่าจะขายต่อยากหากสภาพบ้านทรุดโทรม แต่ถ้ามีการรีโนเวตเพื่อเพิ่มมูลค่าก่อนขายต่อ สามารถสร้างผลตอบแทนที่โดดเด่น กำไรอาจสูงถึง 10–15%

          จึงไม่น่าแปลกใจที่ตอนนี้คนส่วนใหญ่หันมาตัดสินใจซื้อมือสองเพราะเลือกคุ้มค่าตั้งแต่แรก แล้วเลือกเก็บส่วนต่างราคา 20–30% ไปใช้ประโยชน์ทางอื่น

2. บ้านมือสอง คุ้มกว่าหากเทียบต้นทุนรวม

บ้านมือ 2 กับมือ 1 ต่างกันอย่างไร

          จริง ๆ แล้ว ความคุ้มค่าไม่ได้วัดจากราคาบ้านเพียงอย่างเดียว เราอยากให้ไกด์ไลน์ว่าควรพิจารณาเปรียบเทียบทั้งต้นทุนรวมในการอยู่อาศัยระยะยาวในหลายมิติ แล้วจะเห็นว่าบ้านมือสอง มีมุมที่น่าสนใจ โดยเราจะเปรียบเทียบให้เห็น 3 มิติ เพิ่มเติม ดังนี้

1. ค่าเดินทางและค่าเสียเวลา:

  • บ้านมือหนึ่ง ทำเลใกล้เมืองเริ่มหายาก โครงการใหม่มักตั้งอยู่ในโซนรอบนอกของเมือง ทำให้ครองชีพ เช่น ค่าอาหาร ค่าของใช้ชานเมืองจะต่ำกว่า แต่หากคุณต้องทำงานในเมืองอย่าลืมพิจารณาค่าเดินทางและค่าเสียเวลาด้วย
  • บ้านมือสอง ทำเลดีกว่า อยู่กลางเมืองมากกว่า ทำให้บ้านมือสองมักได้เปรียบเรื่องการเดินทาง เช่น สมมติว่ามีบ้านอยู่ชานเมือง ที่ต้องขับรถไปทำงานระยะทาง 30 กิโลเมตรต่อเที่ยว รวมไป-กลับ 60 กิโลเมตรต่อวัน ค่าน้ำมันต่อเดือนที่เพิ่มขึ้นอาจอยู่ที่ราว ๆ 2,000-3,000 บาท/เดือน แต่ถ้าเลือกบ้านมือสองกลางเมือง เราจะสามารถประหยัดเงินและบริหารจัดการเวลาได้ดีกว่า หรือหากจะใช้บริการขนส่งสาธารณะก็มีพร้อมมากกว่า เพราะในเมืองใกล้รถไฟฟ้า BTS, MRT ทำให้ได้เรื่องความสะดวก และยังมีข้อได้เปรียบอีกเรื่องหนึ่ง คือบ้านมือสองในเมืองจะอยู่ในพื้นที่ที่มีระบบสาธารณูปโภคพร้อมใช้งาน ไม่ต้องรอการพัฒนาเพิ่มแบบบ้านมือหนึ่งบางโซน ดังนั้นสำหรับคนชอบอยู่ในเมือง ทำงานในเมือง บ้านมือสองคุ้มกว่า

2. ค่าดูแลบ้านโดยรวม

  • บ้านมือหนึ่ง ได้เปรียบด้านความใหม่และค่าบำรุงรักษาที่น้อยในระยะต้น แต่ก็มีค่าส่วนกลางที่สูงกว่า และอย่าลืมว่าหากเราก็ต้องตกแต่งใหม่จากบ้านเปล่า ข้าวของเครื่องใช้ต้องซื้อใหม่ทั้งหมด กว่าที่บ้านจะเข้าที่เข้าทาง บวกเป็นตัวเลขก็คงไม่น้อย และเมื่ออยู่อาศัยไปเรื่อย ๆ การดูแลรักษารายปีก็เป็นรายจ่ายปกติเช่นเดียวกับบ้านมือสอง
  • บ้านมือสอง มักมีค่าส่วนกลางมักต่ำกว่า แต่หลายคนกลัวเรื่องค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุง ซึ่งหากเราเลือกบ้านมือสองที่โครงสร้างแข็งแรงและมีการดูแลที่ดี โดยเฉพาะบ้านที่สร้างด้วยอิฐมอญ คอนกรีตเสริมเหล็ก และเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะสามารถมีอายุการใช้งาน 50–100 ปีเลยทีเดียวหากดูแลดี ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับซ่อมบำรุงใหญ่ ๆ ก็ไม่มาก สิ่งที่อาจเสื่อมสภาพก่อนคือระบบไฟฟ้า ประปา สุขภัณฑ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถเปลี่ยนใหม่ได้ง่าย เปลี่ยนแล้วก็ใช้ได้อีกยาว ดังนั้นสำหรับคนชอบความคุ้มค่า บ้านมือสองโครงสร้างดี ในระยะยาวก็คุ้มค่าเช่นกัน นอกจากนี้ บ้านมือสองหลายหลังยังอยู่ในสภาพพร้อมเข้าอยู่ได้ทันที หรือมีการตกแต่งไว้บางส่วน ผู้ซื้อจึงไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณก้อนใหญ่ในการตกแต่งเพิ่มเติม และหากต้องการปรับปรุง ก็สามารถวางแผนและคุมงบประมาณได้ตามต้องการ จึงช่วยประหยัดทั้ง เวลาและค่าใช้จ่ายในช่วงเริ่มต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับผู้ที่มองหาความคุ้มค่าในระยะยาว บ้านมือสองที่มีโครงสร้างดีจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย

3. ค่าของคุณภาพชีวิต

  • บ้านมือหนึ่ง โครงการใหม่มักมีเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ทันสมัย นอกจากนี้ยังมีคลับเฮ้าส์ ฟิตเนส สระว่ายน้ำ เป็นจุดเสริม เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ด้านต่าง ๆ ของผู้อยู่อาศัยได้
  • บ้านมือสอง หากเลือกโครงการที่ดี ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องระบบรักษาความปลอดภัย ระบบทุกอย่างมักเหมือนบ้านมือหนึ่ง เพียงแค่อาจจะไม่ได้ทันสมัยเท่า เทคโนโลยีใหม่ ๆ แบบสมาร์ทโฮมเราอาจต้องติดตั้งเสริมเองด้วย แต่ข้อดีที่บ้านมือสองเหนือกว่าที่บ้านมือหนึ่งแน่ ๆ คือการที่จะเห็นบรรยากาศความเป็นชุมชนและสภาพแวดล้อมที่เป็นชีวิตจริงมากกว่า เรารู้จักและคุ้นเคยกับเพื่อนบ้านก่อนเลือกซื้อและเข้าอยู่จริงได้ หรือหากเราต้องการมีบ้านอยู่ในระแวกเดียวกับคุณพ่อคุณแม่ ใกล้ครอบครัวที่อยู่มาก่อนแล้ว เผื่อดูแลช่วยเหลือกันได้ทั้งยามอยู่ดีและยามเจ็บป่วย บ้านมือสองจะหาได้ง่ายและตอบโจทย์มากกว่า

          สรุปคือ บ้านมือสองหรือบ้านรีเซลส์ ฟังแค่คำอาจฟังดูไม่เร้าใจสำหรับบางคน แต่สำหรับคนหัวสมัยใหม่ที่ต้องการใช้เงินให้คุ้มค่ากับไลฟ์สไตล์ ไม่อยากเป็นหนี้เกินจำเป็น บ้านมือสองคือทางเลือกที่ฉลาดอย่างยิ่ง เพราะราคาเข้าถึงได้ง่ายกว่า และให้ความคุ้มค่าโดยรวมมากกว่า หากเลือกบ้านมือสองที่ดีเป็น

สินเชื่อบ้านมือ 1 กับบ้านมือ 2 ต่างกันอย่างไร?

          เปรียบเทียบเงื่อนไขการขอสินเชื่อบ้านใหม่กับบ้านมือสอง ตั้งแต่วงเงินกู้ ฐานคำนวณ โปรโมชันดอกเบี้ย เงินก้อนที่ต้องเตรียม ไปจนถึงความเร็วในการอนุมัติ

          อีกเรื่องที่หลายคนลืมคิดตอนชั่งใจว่า ซื้อบ้านมือ 1 หรือมือ 2 ดี ก็คือเงื่อนไขการขอสินเชื่อ เพราะถึงดอกเบี้ยระยะยาวของทั้งสองแบบจะใกล้เคียงกัน แต่ทั้งวงเงินที่อนุมัติและรายละเอียดปลีกย่อยอย่างฐานคิดวงเงิน เงินดาวน์ หรือความเร็วในการอนุมัติ กลับต่างกันพอสมควร

          สำหรับบ้านมือหนึ่งจากโครงการ ธนาคารมักให้วงเงินกู้สูงราว 90–100% ของราคาขาย โดยใช้ราคาขายของโครงการเป็นฐานคิดวงเงินเป็นหลัก หลายโครงการยังจับมือกับธนาคารจัดโปรดอกเบี้ยพิเศษในช่วง 1-3 ปีแรก ทำให้ภาระงวดแรกเบาลง เงินดาวน์ก็มักไม่สูง บางโครงการตั้งดาวน์เริ่มต้นไว้ต่ำมาก และเพราะยื่นเอกสารผ่านโครงการที่มีระบบรองรับ การอนุมัติจึงค่อนข้างเป็นขั้นเป็นตอนและรวดเร็ว

          ส่วนบ้านมือสอง ธนาคารจะประเมินหลักประกันแล้วเลือกราคาที่ต่ำกว่าระหว่างราคาประเมินกับราคาซื้อขายมาเป็นฐานคิดวงเงิน ซึ่งราคาประเมินมักต่ำกว่าราคาซื้อขายจริง วงเงินกู้โดยทั่วไปจึงอยู่ที่ราว 80-90% ด้านดอกเบี้ยส่วนใหญ่เป็นเรตปกติ ต่อรองโปรเองได้น้อยกว่าบ้านใหม่ ดังนั้นถ้ากำลังเทียบว่า ซื้อบ้านใหม่หรือมือสองดี ควรเผื่อเงินก้อนสำหรับส่วนต่างตรงนี้ไว้ด้วย เผื่อกรณีวงเงินที่อนุมัติต่ำกว่าราคาซื้อขาย ส่วนความเร็วในการอนุมัติก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมของเอกสารฝั่งผู้ขายและการประเมินหลักประกัน

ค่าโอนและค่าใช้จ่ายในการซื้อบ้านมือสอง มีอะไรบ้าง?

          รวมค่าใช้จ่ายในวันโอนที่ต้องเตรียม พร้อมมาตรการรัฐที่ช่วยให้ประหยัดได้ในปีนี้ พอตกลงราคากันได้แล้ว ค่าใช้จ่ายวันโอนคือด่านสุดท้ายที่ต้องเตรียมเงินสดไว้ให้พร้อม หลายคนเพิ่งมารู้ตอนนัดโอนที่กรมที่ดินว่ามีรายการจุกจิกมากกว่าที่คิด

          โดยรวมแล้ว ค่าใช้จ่ายวันโอนแบ่งได้ตามผู้รับผิดชอบ รายการที่ผู้ซื้อกับผู้ขายมักตกลงหารกันคนละครึ่งคือค่าธรรมเนียมการโอน ซึ่งอยู่ที่ 2% ของราคาประเมิน ส่วนค่าจดจำนองอีก 1% ของวงเงินกู้ ตามปกติเป็นภาระของผู้ซื้อในกรณีที่กู้ธนาคาร

          ขณะที่ฝั่งผู้ขายจะรับผิดชอบภาษีเป็นหลัก เริ่มจากภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ของราคาขายหรือราคาประเมิน (ใช้ตัวที่สูงกว่า) หากถือครองไม่ถึง 5 ปี แต่ถ้าถือครองเกิน 5 ปี จะเปลี่ยนไปเสียอากรแสตมป์ 0.5% ของราคาซื้อขายแทน และยังมีภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ที่คำนวณตามราคาประเมินและจำนวนปีที่ถือครอง

          ข่าวดีคือ ปีนี้ยังมีมาตรการรัฐช่วยลดค่าโอนและค่าจดจำนองเหลือเพียง 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งบ้านใหม่และบ้านมือสอง โดยมีผลถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ใครวางแผนซื้อช่วงนี้ถือว่าประหยัดไปได้หลายหมื่นบาท

บ้านมือสองพร้อมอยู่ ของ JUZMATCH ดีกว่าอย่างไร

          บ้านมือสองมีเยอะมาก แล้วบ้านมือสองพร้อมอยู่ในแพลตฟอร์มของ JUZMATCH มีข้อดีเหนือกว่าอย่างไร

บ้านมือสองพร้อมอยู่ ของ JUZMATCH ดีกว่าอย่างไร

  • 1. บ้านมือสอง สภาพมือหนึ่ง: จุดเด่นมาก ๆ เรื่องสภาพบ้าน โดยส่วนมากจะเป็นบ้านมือสองที่ผ่านการใช้งานไม่เกิน 3 ปี และมีการตรวจสอบโครงสร้างและสภาพทรัพย์ก่อนซื้อโดยบริษัทผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
  • 2. โครงการดี คัดทรัพย์มาเรียบร้อยแล้ว: บ้านในแพลตฟอร์ม JUZMATCH เป็นทรัพย์จากโครงการจัดสรร ของบริษัทมหาชน ที่มีความน่าเชื่อถือ มีนิติบุคคลในการบริหารงานที่ดี พื้นที่ครอบคลุมหลายโซนทำเลทองในกรุงเทพฯ และในหัวเมืองที่กำลังเติบโต เช่น ชลบุรี
  • 3. ย้ายเข้าอยู่ได้เร็ว ไม่ต้องรอกู้ธนาคาร: ไม่ต้องรอสร้าง ไม่ต้องเคลียร์งานตกแต่ง ไม่ต้องวุ่นวายเรื่องเอกสารและรออนุมติหลายเดือน เพราะ JUZMATCH มีกระบวนการแมตช์นักลงทุนที่รวดเร็ว มีระบบเซ็นสัญญาออนไลน์และยืนยันตัวตนที่มีมาตรฐานความปลอดภัยเทียบเท่าที่ธนาคารใช้ ช่วยให้ย้ายเข้าอยู่ได้ทันทีหลังทำสัญญาไม่เกิน 60 วัน
  • 4. สามารถเช่าก่อนแล้วค่อยซื้อภายหลัง: เหมาะสำหรับฟรีแลนซ์ เจ้าของธุรกิจ คนที่ซื้อบ้านหลังที่ 2 คนที่กู้ไม่ผ่านแล้วอยากเริ่มจากการเช่าแบบ Rent-to-Own ก่อน แล้วค่อยซื้อเมื่อพร้อมภายใน 3 ปี โดยต้องการล็อกสิทธิ์ซื้อในราคาที่ล็อกไว้ ณ วันทำสัญญา
  • 5. มีบริการครบ ที่ที่อื่นไม่มี: JUZMATCH มีที่ปรึกษาด้านการขายที่มืออาชีพสามารถแนะนำบ้านที่ตอบโจทย์ในราคาที่เหมาะสม และแนะนำได้ทุกโครงการ (ไม่พยายามยัดเยียดเฉพาะโครงการของตัวเอง) และพร้อมพาชมบ้านที่จะซื้ออยู่จริงได้เลย หากตัดสินใจแล้วมีทีมกฎหมายช่วยดูแลเอกสารสัญญาให้ และยังมีผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจบ้านให้ก่อนเข้าอยู่ สำหรับคนที่ไม่เคยซื้อบ้านและไม่ค่อยเชี่ยวชาญ ไม่ต้องกังวล แม้เข้าอยู่ไปแล้ว เราก็ไม่ทิ้งลูกค้า JUZMATCH มีทีมที่ปรึกษาวางแผนการผ่อน การโปะปิดบ้านตามที่คุณต้องการ โดยเราให้บริการฟรีตลอด 3 ปี กรณีที่คุณต้องการกู้ธนาคารต่อในปีที่ 4 และช่วยวางแผนการขอสินเชื่อธนาคาร แนะนำให้ทุกขั้นตอน

          สรุปก็คือ บ้านมือสองหากเลือกเป็น...ก็คุ้มค่าเห็น ๆ แต่ถ้าหากเลือกไม่เป็น ลองมาปรึกษา JUZMATCH ดูก่อน เรามีบ้านมือสองคุณภาพดี ทำเลดี ที่อาจเป็นบ้านในฝันที่คุณกำลังมองหา อย่ากังวลว่าเราจะบังคับคุณซื้อ เพราะความตั้งใจของเราคือการเป็นทางเลือกในการใช้ชีวิตของคุณ ส่วนอำนาจการตัดสินใจยังอยู่ที่คุณ 100% อย่ากังวลว่าจะกู้ผ่านมั้ย เพราะเรามีโซลูชันที่ฉลาดและปลอดภัย ช่วยให้คุณเป็นเจ้าของบ้านได้โดยไม่จำเป็นต้องกู้ธนาคาร สนใจให้เราช่วยปลดล็อกความต้องการ ปลอดปล่อยศักยภาพของคุณ ติดต่อที่ 02-821-6956 หรือแอดไลน์ @juzmatch หรือหากต้องการดูบ้านพร้อมอยู่ในแพลตฟอร์มของ JUZMATCH สามารถดูได้ที่นี่

คำถามที่พบบ่อย

Q: บ้านมือ 2 กับมือ 1 ต่างกันอย่างไรที่สุด?

A: ความต่างหลัก ๆ คือ ราคา (มือสองถูกกว่ามือหนึ่ง 20-30%), ทำเล (มือสองมักอยู่กลางเมือง มือหนึ่งมักชานเมือง), สภาพ (มือหนึ่งใหม่ทั้งหลัง มือสองอาจต้องตรวจสภาพและบำรุงรักษา) และเวลาเข้าอยู่ (มือสองเข้าอยู่ได้ทันที มือหนึ่งบางโครงการต้องรอสร้างเสร็จ)

Q: ซื้อบ้านมือ 1 หรือมือ 2 ดีสำหรับคนเพิ่งเริ่มมีรายได้?

A: ถ้างบจำกัดหรือเพิ่งเริ่มทำงาน บ้านมือสองเป็นทางเลือกที่คุ้มกว่า เพราะราคาเข้าถึงง่ายกว่า ภาระผ่อนเบากว่า และไม่ต้องลงทุนตกแต่งเพิ่มมาก แต่ถ้าต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกครบ (สระว่ายน้ำ ฟิตเนส) และไม่กังวลเรื่องค่าผ่อนสูง บ้านมือหนึ่งก็ตอบโจทย์ ขึ้นอยู่กับงบและไลฟ์สไตล์

Q: ซื้อบ้านใหม่หรือมือสองดีถ้าต้องการความคุ้มค่าระยะยาว?

A: ถ้าวัดจากต้นทุนรวมระยะยาว (ราคาบ้าน + ค่าเดินทาง + ค่าดูแล + คุณภาพชีวิต) บ้านมือสองที่โครงสร้างดี ทำเลดี มักจะคุ้มกว่า เพราะราคาตั้งต้นถูกกว่า อยู่ใกล้เมืองประหยัดค่าเดินทางได้เดือนละ 2,000-3,000 บาท และอายุการใช้งานบ้านโครงสร้างดียาว 50-100 ปี

Q: ซื้อบ้านมือสองต้องระวังอะไรเป็นพิเศษ?

A: เช็กเอกสารสิทธิ์ให้ครบ ตรวจโครงสร้างบ้านโดยผู้เชี่ยวชาญก่อนโอน เช็กระบบไฟฟ้า ประปา สุขภัณฑ์ เพราะส่วนเหล่านี้เสื่อมก่อนโครงสร้าง ตรวจประวัติเจ้าของเดิม (มีจำนองค้างไหม) และเทียบราคาประเมินกับราคาตลาดบริเวณนั้น เพื่อไม่ให้ซื้อแพงเกินไป

Q: ถ้ากู้ธนาคารไม่ผ่าน สนใจบ้านมือสอง JUZMATCH ทำได้ไหม?

A: ได้ JUZMATCH มีโมเดล Rent-to-Own (เช่าเพื่อซื้อ) ที่ให้เข้าอยู่ก่อนโดยไม่ต้องรอกู้ธนาคารผ่าน ล็อกราคาตั้งแต่วันทำสัญญา และมีเวลาวางแผนการเงินตามระยะเวลาสัญญา 3 ปี เพื่อเตรียมตัวในการยื่นกู้ธนาคาร หรือ โปะปิดด้วยเงินสด เหมาะกับฟรีแลนซ์ เจ้าของธุรกิจ หรือคนที่เคยกู้ไม่ผ่าน

สรุปทางเลือกบ้านมือสอง

ป้ายกำกับ:

แชร์: