แชร์วิธีประเมินราคาบ้านพร้อมที่ดิน คำนวณและพิจารณาจากอะไร | JUZMATCH

เผยแพร่เมื่อ 4 มิ.ย. 2569

Blog Image

แชร์วิธีประเมินราคาบ้านพร้อมที่ดิน คำนวณและพิจารณาจากอะไร?

 

Highlight

เมื่ออสังหาริมทรัพย์มีการปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องทุก ๆ ปี ส่งผลให้การเป็นเจ้าของบ้านทำได้ยากขึ้น อีกทั้งยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าธรรมเนียม และภาษีที่เกี่ยวข้องด้วย การรู้วิธีตรวจสอบมูลค่าทรัพย์สินจึงเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อกรมธนารักษ์มีการประกาศรอบบัญชีราคาประเมินที่ดินใหม่ ซึ่งมักจะปรับตัวสูงขึ้นตามความเจริญของโครงสร้างพื้นฐาน และการขยายตัวของเมือง การเข้าใจวิธีประเมินราคาบ้านพร้อมที่ดินจะช่วยให้เราบริหารจัดการต้นทุน และวางแผนทางการเงินได้แม่นยำมากขึ้น

 

การประเมินราคาบ้านพร้อมที่ดิน คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญ

การประเมินราคาบ้านพร้อมที่ดินคือ กระบวนการวิเคราะห์ และตรวจสอบมูลค่าของทรัพย์สินทั้งส่วนที่เป็นที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง เพื่อหาราคากลางที่เหมาะสม ณ ช่วงเวลานั้น ซึ่งกระบวนการนี้มีความสำคัญอย่างมากเพราะเป็นตัวกำหนดวงเงินกู้ที่ธนาคารจะอนุมัติ ช่วยให้ผู้ซื้อสามารถต่อรองราคาได้อย่างสมเหตุสมผล ในขณะที่ผู้ขายสามารถตั้งราคาให้แข่งขันได้ในตลาด รวมถึงใช้เป็นเกณฑ์หลักในการคำนวณค่าธรรมเนียมการโอนภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นนักลงทุน หรือผู้ที่อยากมีบ้านสามารถใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจได้

 

ราคาประเมิน vs ราคาตลาด vs ราคาซื้อขายจริง ต่างกันอย่างไร?

ก่อนจะไปดูวิธีการคำนวณราคาประเมิน เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าราคาของบ้านหนึ่งหลังมีตัวเลขจากราคาใดบ้าง ซึ่งก็จะขึ้นอยู่กับว่าเรากำลังอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลใดร่วมด้วย

ราคาประเมินทุนทรัพย์ (กรมธนารักษ์)

ราคาประเมินทุนทรัพย์คือ มูลค่าที่กำหนดโดยกรมธนารักษ์เพื่อใช้เป็นมาตรฐานในการจัดเก็บภาษี ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรมต่าง ๆ โดยปกติจะมีการปรับปรุงใหม่ทุก 4 ปี ซึ่งรอบปัจจุบัน (2566 - 2569) มีการปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 8.93% ทั่วประเทศ ราคาประเภทนี้มักจะต่ำกว่าความเป็นจริงในตลาดค่อนข้างมาก เนื่องจากมีวัตถุประสงค์เพื่อไม่ให้สร้างภาระค่าธรรมเนียมที่สูงเกินไปแก่ประชาชนในการทำธุรกรรมที่สำนักงานที่ดิน

ที่มา: ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์

ราคาตลาด (บริษัทเอกชน และผู้ประเมินอิสระ)

ราคาตลาดคือ มูลค่าที่ได้จากการสำรวจ โดยบริษัทเอกชนที่ได้รับมาตรฐานจะเป็นผู้ประเมิน หรือผู้ประเมินอิสระที่ได้รับอนุญาต โดยราคาตลาดจะสะท้อนศักยภาพของทำเล สภาพเศรษฐกิจ และความต้องการจริงในปัจจุบันได้ดีกว่าราคาของราชการ ข้อมูลราคาตลาดมักถูกนำมาใช้ประกอบการพิจารณาในการลงทุน และเป็นฐานข้อมูลสำคัญให้สถาบันการเงินใช้เปรียบเทียบมูลค่าทรัพย์สินเพื่อให้ได้ตัวเลขที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด

ราคาซื้อขายจริง

ราคาซื้อขายจริงคือ ตัวเลขสุดท้ายที่ระบุในสัญญาซื้อขายที่ผู้ซื้อกับผู้ขายตกลงกัน ซึ่งอาจมีความผันผวนได้ตามความพึงพอใจของทั้งสองฝ่าย อุปสงค์ และอุปทาน ณ เวลานั้น ราคาซื้อขายจริงอาจสูงกว่าราคาตลาดหากบ้านมีความสวยงามเป็นพิเศษ หรืออาจต่ำกว่าราคาตลาดในกรณีที่ผู้ขายมีความเร่งด่วนในการใช้เงิน ตัวเลขนี้จึงเป็นราคาที่สะท้อนสภาพคล่อง และการเจรจาต่อรองจริงในพื้นที่

 

วิธีประเมินราคาบ้านพร้อมที่ดิน เช็กที่ไหนได้บ้าง?

ปัจจุบันเราสามารถตรวจสอบมูลค่าทรัพย์สินได้ง่ายกว่าเดิมมาก โดยมีเครื่องมือที่ช่วยให้เข้าถึงราคากลางได้ทันทีผ่านช่องทางดิจิทัล และหน่วยงานบริการเพื่อให้เราทราบราคาที่ใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุดสำหรับการวางแผนทางการเงิน ดังนี้

กรมธนารักษ์ (ช่องทางออนไลน์)

เราสามารถตรวจสอบราคาประเมินเบื้องต้นได้ทันทีผ่านเว็บไซต์ assessprice.treasury.go.thโดยใช้เพียงเลขที่โฉนดหรือเลขที่ดิน หรือจะดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่มีระบบ GPS ช่วยค้นหาตำแหน่งที่ดินเพื่อดูราคาประเมินได้ทุกที่ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมยังสามารถสอบถามผ่านสายด่วนราคาประเมินที่ดิน 02 270 036 0 ต่อ 63 ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการทราบมูลค่าอ้างอิงของทางราชการเพื่อเตรียมเงินค่าธรรมเนียมในการโอน

สำนักงานที่ดิน

สำหรับผู้ที่ต้องการเอกสารยืนยันอย่างเป็นทางการ หรือต้องการข้อมูลเชิงลึก สามารถเดินทางไปยื่นคำร้องได้ที่สำนักงานที่ดินจังหวัดหรือสาขาที่ทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่ โดยต้องเตรียมเอกสารสำคัญอย่างโฉนดที่ดินตัวจริงหรือสำเนา บัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน วิธีนี้จะช่วยให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดตามฐานข้อมูลทะเบียนที่ดิน รวมถึงตรวจสอบภาระผูกพันต่าง ๆ ที่อาจมีผลต่อราคาประเมินได้ด้วย

ธนาคาร

เมื่อเรายื่นขอสินเชื่อ ธนาคารจะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจ และประเมินราคาทรัพย์สินจริง โดยมีค่าธรรมเนียมการดำเนินการประมาณ 3,000 - 10,000 บาท ขึ้นอยู่กับมูลค่า และประเภทของทรัพย์สิน ราคาที่ได้จากธนาคารมักจะมีความเป็นปัจจุบัน และใกล้เคียงกับราคาตลาดมากที่สุด เนื่องจากธนาคารต้องใช้ข้อมูลนี้เป็นหลักประกันในการปล่อยกู้เพื่อให้มั่นใจว่าทรัพย์สินมีมูลค่าคุ้มครองวงเงินหนี้

ที่มา : TTB

บริษัทประเมินราคาทรัพย์สินเอกชน

การว่าจ้างบริษัทประเมินที่ได้รับการรับรองจาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) หรือสมาคมผู้ประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการรายงานการประเมินอย่างละเอียดและเป็นกลางที่สุด โดยรายงานนี้จะมีความน่าเชื่อถือสูงสำหรับใช้ประกอบการยื่นขอสินเชื่อในวงเงินสูง หรือใช้สำหรับการระงับข้อพิพาท และการวางแผนการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ระดับมืออาชีพที่ต้องการความแม่นยำ

ปัจจัยหลักที่ธนาคารประเมินราคาบ้าน

ธนาคารประเมินราคาบ้านจากอะไรบ้าง?

การอนุมัติวงเงินกู้ไม่ได้พิจารณาจากราคาขายเพียงอย่างเดียว แต่เจ้าหน้าที่ประเมินจะวิเคราะห์ปัจจัยรอบด้านที่ส่งผลต่อมูลค่าหลักประกันในระยะยาว เพื่อให้มั่นใจว่าทรัพย์สินนั้นมีความคุ้มค่า และมีสภาพคล่องสูงหากต้องมีการเปลี่ยนมือในอนาคต

ขนาดและลักษณะของที่ดิน

การพิจารณาเริ่มจากเนื้อที่ โดยมีหน่วยเป็นตารางวา ซึ่งรูปร่างของที่ดินมีผลอย่างมากต่อการให้คะแนน ที่ดิน ที่ดินรูปทรงสี่เหลี่ยมมาตรฐานจะถูกประเมินมูลค่าสูงกว่าที่ดินรูปทรงแหลม หรือชายธงที่ใช้ประโยชน์พื้นที่ได้ลำบาก นอกจากนี้ที่ดินที่มีหน้ากว้าง ติดถนนสาธารณะยังเป็นตัวแปรสำคัญ เพราะยิ่งหน้ากว้างมากเท่าไหร่ ยิ่งเพิ่มมูลค่าในการพัฒนาต่อยอดได้มากกว่าที่ดินที่มีลักษณะหน้าแคบแต่ลึกเพียงอย่างเดียว

ทำเลที่ตั้ง

ทำเลที่ตั้งเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินราคาบ้าน และอสังหาริมทรัพย์ โดยธนาคารจะพิจารณาจากความสะดวกในการเดินทาง และสิ่งอำนวยความสะดวกรอบ ๆ พื้นที่ เช่น สถานีรถไฟฟ้า ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และแหล่งงานขนาดใหญ่ ยิ่งอยู่ในย่านที่มีความต้องการสูงและมีแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ๆ ตามผังเมืองในอนาคต มูลค่าการประเมินก็จะยิ่งขยับตัวสูงขึ้นตามศักยภาพของพื้นที่นั้น ๆ ซึ่งสะท้อนถึงสภาพคล่องที่ดีหากต้องการปล่อยเช่า หรือขายต่อ

สภาพของบ้าน และสิ่งปลูกสร้าง

เจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพการใช้งานจริง ตั้งแต่อายุของบ้าน คุณภาพวัสดุที่ใช้ก่อสร้าง ไปจนถึงความแข็งแรงของโครงสร้างหลัก หากมีการรีโนเวทใหม่ หรือตกแต่งเพิ่มเติมที่ช่วยให้บ้านดูทันสมัย และพร้อมเข้าอยู่ ก็จะช่วยดึงราคาประเมินให้สูงขึ้นได้ สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือความถูกต้องของเอกสารทางกฎหมาย เช่น ใบอนุญาตก่อสร้าง หรือใบต่อเติม เพื่อยืนยันว่าบ้านหลังนี้ถูกสร้างขึ้นอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน และไม่มีปัญหาข้อพิพาทในภายหลัง

สาธารณูปโภค

ระบบพื้นฐานรอบบ้านเป็นอีกปัจจัยที่มองข้ามไม่ได้ ธนาคารจะพิจารณาความพร้อมของระบบไฟฟ้า น้ำประปา และท่อระบายน้ำเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมขัง รวมถึงถนนทางเข้าที่ต้องเป็นทางสาธารณประโยชน์ที่เข้า - ออกได้สะดวก นอกจากนี้สภาพแวดล้อมโดยรวมต้องเอื้อต่อการอยู่อาศัยที่ดี ไม่มีปัญหาเรื่องมลพิษทางเสียง หรือกลิ่นจากโรงงานอุตสาหกรรม และไม่อยู่ในจุดเสี่ยงภัย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความมั่นใจในการปล่อยวงเงินกู้

ข้อจำกัดทางกฎหมาย

การตรวจสอบเชิงลึกเกี่ยวกับข้อกำหนดของผังเมืองเป็นเรื่องจำเป็น เพื่อดูว่าที่ดินตั้งอยู่ในเขตพื้นที่สีอะไร และได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ประเภทใดบ้าง เช่น พื้นที่อยู่อาศัย หรือเชิงพาณิชย์ นอกจากนี้ยังต้องตรวจสอบภาระผูกพันที่ระบุหลังโฉนดอย่างละเอียด เช่น ภาระจำยอม หรือสิทธิเก็บกิน เพราะหากที่ดินติดข้อจำกัดเหล่านี้ย่อมส่งผลกระทบต่อราคาประเมิน เนื่องจากทำให้การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินไม่สามารถทำได้อย่างเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนทรัพย์สินทั่วไป

วิธีคำนวณราคาประเมินบ้านพร้อมที่ดิน

แม้ว่าเราจะรู้วิธีการประเมินราคาบ้าน และพบว่าทรัพย์สินมีมูลค่าสูงเพียงพอ แต่ปัญหาที่พบบ่อยคือผู้ซื้อหลายคนยังขอสินเชื่อไม่ผ่าน หรือได้วงเงินจำกัดไม่ถึงยอดที่ต้องการ เนื่องจากธนาคารพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ และประวัติทางการเงินควบคู่ไปด้วย โมเดลเช่าเพื่อซื้อของ JUZMATCH (จัซแมทช์) จึงเป็นโซลูชันทางเลือกที่เข้ามาตอบโจทย์คนอยากมีบ้านแต่ไม่กู้ไม่ผ่าน เพื่อช่วยให้คุณสามารถเข้าอยู่บ้านที่ชอบก่อน แล้วค่อยซื้อทีหลัง เพื่อมีเวลาในการเตรียมความพร้อมสร้างประวัติทางการเงินให้มีความน่าเชื่อถือ เมื่อมีความพร้อมทางเครดิตก็สามารถขอกู้เพื่อมาซื้อบ้านได้เลย โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกปฏิเสธสินเชื่อ

 

วิธีคำนวณราคาประเมินบ้านพร้อมที่ดินแบบง่าย ๆ ด้วยตัวเองมีอะไรบ้าง?

การทราบราคาประเมินบ้านเบื้องต้น ช่วยให้คุณวางแผนการเงิน ตั้งราคาขาย หรือเจรจาต่อรองได้อย่างคุ้มค่า โดยคุณสามารถคำนวณมูลค่าพื้นฐานได้ด้วยตัวเองผ่านหลักการเปรียบเทียบราคาตลาดร่วมกับข้อมูลจากกรมธนารักษ์ ซึ่งวิธีคำนวณราคาประเมินบ้านพร้อมที่ดินมี 3 รูปแบบหลักที่นิยมใช้กัน ดังนี้

สูตรคำนวณมูลค่าที่ดิน

สูตรคำนวณมูลค่าที่ดิน

ตัวอย่างการคำนวณ กรณีพื้นที่ที่ดิน 50 ตร.ว. และมีราคาประเมิน 20,000 บาท/ตร.ว. มูลค่าที่ดิน  50 ตร.ว. = 20,000 × 50 = 1,000,000 บาท

 

หมายเหตุ: การคำนวณมูลค่าที่ดินอาจมีการปรับลดสัดส่วนของความลึกแปลงที่ดินแตกต่างกันออกไป ทำให้ต้องปรับเปอร์เซ็นต์ตามความลึกของแปลง และรูปร่างแปลงที่ดินด้วย (ที่ดินลึกมากหรือรูปร่างไม่ปกติจะถูกหักเปอร์เซ็นต์ลง)

ที่มา: สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และ สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ศรีสะเกษ

 

สูตรคำนวณมูลค่าสิ่งปลูกสร้าง (บ้าน)

สูตรคำนวณมูลค่าสิ่งปลูกสร้าง (บ้าน)

ตัวอย่างการคำนวณ

  • ราคาค่าก่อสร้าง 12,000 บาท/ตร.ม.
  • พื้นที่ใช้สอย 150 ตร.ม.
  • ทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้น อายุการใช้งาน 10 ปี
  • ค่าเสื่อมสภาพทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้น 1% ต่อปี

ในกรณีนี้ มูลค่าสิ่งปลูกสร้างทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้น = (12,000 x 150) x (1-0.10) = 1,620,000 บาท

หมายเหตุ: ค่าเสื่อมสภาพจะขึ้นอยู่กับประเภทของอาคาร และอายุการใช้งานร่วมด้วย ดังนั้นก่อนคำนวณมูลค่าสิ่งปลูกสร้าง แนะนำให้เช็กเรทค่าเสื่อมที่อัปเดตล่าสุดก่อนคำนวณ เพื่อให้ได้ราคาประเมินที่แม่นยำ และใกล้เคียงที่สุด

ที่มา: สมาคมผู้ประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย

 

สูตรรวมราคาบ้านพร้อมที่ดิน

สูตรรวมราคาบ้านพร้อมที่ดิน

ตัวอย่างการคำนวณ

  • มูลค่าที่ดิน 1,000,000 บาท/ตร.ว.
  • มูลค่าสิ่งปลูกสร้าง 1,620,000 บาท 

ในกรณีนี้ ราคาประเมินบ้านพร้อมที่ดิน = 1,000,000 + 1,620,000 = 2,620,000 บาท

 

ประโยชน์ของการรู้วิธีประเมินราคาบ้านพร้อมที่ดินมีอะไรบ้าง?

  • ต่อรองราคาซื้อได้อย่างมั่นใจ เมื่อรู้วิธีประเมินราคาบ้านเราจะไม่หลงเชื่อราคาที่ตั้งไว้สูงเกินจริง สามารถต่อรองราคาลงมาให้มีความเหมาะสมได้
  • ตั้งราคาขาย หรือเช่าได้เหมาะสม ช่วยให้ผู้ขายตั้งราคาที่ดึงดูดใจแต่ยังได้กำไรที่ต้องการ
  • คำนวณ Yield ปล่อยเช่า นักลงทุนสามารถวิเคราะห์ได้ว่าค่าเช่าที่ได้รับคุ้มค่ากับมูลค่าทรัพย์สินหรือไม่ ซึ่งโดยทั่วไปควรได้กำไรอยู่ที่ 5 - 7%
  • เตรียมงบประมาณค่าโอน และจดจำนอง สามารถคำนวณค่าธรรมเนียมโอน 2% ค่าจดจำนอง 1% และภาษีอื่น ๆ ได้ล่วงหน้า
  • ประเมินวงเงินสินเชื่อเบื้องต้น โดยปกติธนาคารจะให้กู้ประมาณ 70 - 90% ของราคาประเมิน ทำให้เรารู้ว่าต้องเตรียมเงินส่วนต่างไว้เท่าไหร่

หากประเมินราคาแล้วว่าต้องใช้เงินก้อนใหญ่ หรือมีปัญหาเรื่องการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน การเลือกใช้ทางเลือกอย่างการเช่าเพื่อซื้อ จะช่วยให้เราไม่ต้องทิ้งโอกาสในการเป็นเจ้าของบ้านทำเลดี เพียงเพราะเงื่อนไขการกู้ยืมในปัจจุบันยังไม่เอื้ออำนวย

การรู้วิธีประเมินราคาบ้าน และวิธีประเมินราคาบ้านพร้อมที่ดิน ช่วยให้เราไม่เสียเปรียบในการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นการเช็กข้อมูลผ่านกรมธนารักษ์ หรือการคำนวณด้วยสูตรพื้นฐาน สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เราเห็นภาพรวมของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ที่แท้จริง 

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายของการซื้อบ้านในยุคนี้คือราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ปรับตัวสูงขึ้นทุกปีสวนทางกับค่าแรงและเงินเดือน กลายเป็นอุปสรรคสำคัญในการขอสินเชื่อบ้านจากธนาคาร ยิ่งรอนาน บ้านที่อยากได้ก็ยิ่งไกลเกินเอื้อม  การเช่าเพื่อซื้อ กับ JUZMATCH (จัซแมทช์) จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้คุณเป็นเจ้าของบ้านได้ง่ายขึ้น โดยมีจุดเด่นสำคัญ เรื่องการล็อกราคาบ้านตั้งแต่วันที่เริ่มทำสัญญา ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าราคาจะปรับขึ้นในอนาคต ช่วยทลายกำแพงทางการเงินและสร้างความมั่นคงในระยะยาวให้กับผู้ที่ต้องการมีบ้านได้อย่างยั่งยืน

 

คำถามที่พบบ่อย

Q: ประเมินราคาบ้านพร้อมที่ดินออนไลน์ได้ไหม?

A: เราสามารถตรวจสอบราคาประเมินที่ดินเบื้องต้นได้ผ่านเว็บไซต์ และแอปพลิเคชันของกรมธนารักษ์ โดยค้นหาจากเลขที่โฉนด แต่อาจเป็นเพียงราคาอ้างอิงเบื้องต้น ไม่รวมรายละเอียดสภาพบ้านจริง

Q: ราคาประเมินจากกรมธนารักษ์กับราคาขายจริงต่างกันมากไหม?

A: ราคาประเมินจากกรมธนารักษ์กับราคาขายจริงส่วนใหญ่จะต่างกันประมาณ 20 - 50% เนื่องจากราคาประเมินราชการเน้นใช้เพื่อคำนวณภาษี จึงมักต่ำกว่าราคาซื้อขายที่สะท้อนตามความพึงพอใจ และกลไกตลาดปัจจุบัน

Q: ค่าใช้จ่ายในการประเมินราคาบ้านเท่าไหร่?

A: หากเป็นกรณีขอสินเชื่อ ธนาคารจะเก็บค่าธรรมเนียมประมาณ 3,000 - 10,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาด และประเภททรัพย์สิน แต่ถ้าเป็นการเช็กราคาประเมินทุนทรัพย์จากกรมธนารักษ์ทางออนไลน์จะไม่มีค่าใช้จ่าย

Q: บ้านเก่าอายุเยอะ ราคาประเมินจะต่ำมากไหม?

A: ราคาประเมินในส่วนสิ่งปลูกสร้างจะลดลงตามค่าเสื่อมสภาพจริง ขึ้นอยู่กับประเภทของอาคาร และอายุการใช้งาน แต่อย่างไรก็ตาม มูลค่าของที่ดินมักจะปรับตัวสูงขึ้นตามกาลเวลา ซึ่งบ่อยครั้งมูลค่าที่ดินที่เพิ่มขึ้นนั้นมากกว่าค่าเสื่อมของตัวบ้านเสียอีก

Q: ทำอย่างไรให้ราคาประเมินบ้านสูงขึ้นก่อนขอสินเชื่อ?

A: การทำให้ราคาประเมินบ้านสูงขึ้น สามารถทำได้โดยการรีโนเวทบ้านให้ดูใหม่ ทำความสะอาด ทาสีใหม่ หรือรีโนเวทจุดที่ชำรุดให้ดูดี รวมถึงการเตรียมเอกสารการต่อเติมที่มีใบอนุญาตถูกต้อง จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ประเมินเห็นศักยภาพ และให้คะแนนสภาพบ้านที่สูงขึ้นได้

ป้ายกำกับ:

แชร์:

บทความอื่นๆ