เผยแพร่เมื่อ 5 มิ.ย. 2569

Highlight
สำหรับผู้ที่มีประวัติทางการเงินจนติดบูโร การขอสินเชื่อเพื่อมีบ้านเป็นของตัวเองเป็นความฝันที่อาจดูไกลเกินเอื้อม เพราะปัญหาการติดบูโรส่งผลกระทบโดยตรงต่อการขอสินเชื่อทุกประเภท โดยเฉพาะสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ธนาคารมีการพิจารณาอย่างเข้มงวด เมื่อประวัติการชำระหนี้ไม่สวยงาม ธนาคารมักมองว่าเราขาดวินัยทางการเงิน และมีความเสี่ยงสูงในการผิดชำระหนี้คืน ทำให้การยื่นกู้ถูกปฏิเสธ จำเป็นต้องใช้เวลาในการปรับปรุงเครดิต อีกทั้งยังมีโซลูชันใหม่ ๆ ที่เปิดโอกาสให้คนกลุ่มนี้มากขึ้น เรามาดูกันว่าหากติดบูโรซื้อบ้านได้ไหม และต้องเตรียมตัวอย่างไร
หลาย ๆ คนมีความสับสนระหว่างคำว่า “ติดบูโร” กับ “ติดแบล็กลิสต์” จนอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับหน้าที่ของหน่วยงานนี้ เราควรทำความเข้าใจก่อนว่าหน่วยงานนี้คืออะไร เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้ถูกจุด
เครดิตบูโรคือ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (National Credit Bureau: NCB) ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการจัดเก็บข้อมูลบัญชีสินเชื่อ และประวัติการชำระหนี้ทุกประเภทที่เรามีกับสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล หรือค่างวดรถยนต์ สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ เครดิตบูโรไม่ได้มีหน้าที่อนุมัติ หรือปฏิเสธคำขอสินเชื่อ และไม่ได้เป็นผู้ตัดสินว่าใครควรได้กู้เงิน แต่เป็นเพียงผู้ให้บริการข้อมูลตามข้อเท็จจริงเท่านั้น โดยธนาคารแต่ละแห่งจะเป็นผู้นำข้อมูลเหล่านี้ไปวิเคราะห์ร่วมกับรายได้ และนโยบายภายในของตนเองเพื่อตัดสินใจปล่อยกู้ ซึ่งข้อมูลจะถูกจัดเก็บย้อนหลังไว้ไม่เกิน 3 ปี
ในทางกฎหมาย และระบบการเงินแบล็กลิสต์ (Blacklist) ไม่มีอยู่จริงในสารบบของเครดิตบูโร แต่เป็นคำที่คนทั่วไปใช้เรียกเมื่อถูกปฏิเสธสินเชื่อจากธนาคาร ความเป็นจริงคือ เครดิตบูโรไม่มีการขึ้นบัญชีดำใครทั้งสิ้น สิ่งที่ปรากฏในรายงานคือ สถานะการชำระหนี้ ซึ่งบันทึกพฤติกรรมตามจริง เช่น ชำระปกติ หรือค้างชำระนานเท่าใด คำว่าติดบูโรจึงหมายถึง การมีประวัติค้างชำระปรากฏอยู่ในรายงานนั่นเอง ยิ่งเรามีสถานะค้างชำระนาน หรือมีความรุนแรง ข้อมูลส่วนนี้จะส่งผลเสียต่อคะแนนเครดิต (Credit Score) ทำให้ธนาคารประเมินว่าเรามีความเสี่ยงสูงที่จะผิดชำระหนี้ จึงปฏิเสธการขอสินเชื่อไป
รหัสสถานะในเครดิตบูโรคือ ตัวบ่งบอกถึงสุขภาพการเงินของเราในสายตาธนาคาร ซึ่งแต่ละรหัสจะมีความหมายที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้
หากเรากำลังสงสัยว่าติดบูโรซื้อบ้านได้ไหม คำตอบคือสามารถซื้อได้ แต่ต้องมีการปิดหนี้เก่าให้หมด สร้างเครดิตทางการเงินใหม่ เพราะข้อมูลในระบบจะมีการเคลื่อนไหว และลบออกตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด (ปกติคือ 3 ปี) สิ่งสำคัญคือระดับความรุนแรงของประวัติ หากเราแค่เคยจ่ายช้า 1 - 2 ครั้งแต่ปัจจุบันปิดจบแล้ว ย่อมมีโอกาสมากกว่ากรณีหนี้สูญที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ธนาคารบางแห่งอย่างธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) อาจมีนโยบายยืดหยุ่นกว่าธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ หากเราสามารถพิสูจน์ได้ว่าปัจจุบันมีรายได้มั่นคง และปรับปรุงวินัยทางการเงินแล้ว
.jpeg)
แม้จะเคยมีประวัติทางการเงินที่ผิดพลาด แต่เราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสร้างวินัยทางการเงินที่ดีขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและทำให้สุขภาพการเงินของเรากลับมาพร้อมสำหรับการขอสินเชื่ออีกครั้งตามขั้นตอนต่อไปนี้
การแก้ไขเครดิตบูโรเริ่มจากการปิดหนี้ค้างชำระทั้งหมดให้เป็นศูนย์ โดยจัดลำดับการปิดหนี้โดยเน้นหนี้ที่มี อัตราดอกเบี้ย สูงที่สุดก่อน เช่น บัตรเครดิต หรือบัตรกดเงินสด หากยอดหนี้สูงเกินไปให้ลองเจรจาปรับโครงสร้างหนี้เพื่อลดค่างวดต่อเดือน เมื่อปิดบัญชีเรียบร้อย แล้วควรขอหนังสือยืนยันการปิดบัญชีเก็บไว้เป็นหลักฐาน และรอประมาณ 3 - 6 เดือนเพื่อให้ข้อมูลในระบบอัปเดตสถานะเป็นปกติก่อนเริ่มยื่นขอสินเชื่อบ้าน
หลังจากสถานะเดิมเริ่มดีขึ้น เราต้องแสดงวินัยทางการเงินใหม่ให้ธนาคารเห็น วิธีที่ง่ายที่สุดคือการเปิดบัตรเครดิต (แบบมีเงินฝากค้ำประกันก็ได้) แล้วใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น และจ่ายเต็มจำนวนตรงเวลาทุกเดือน พร้อมทั้งเดินบัญชีธนาคารให้สวยงาม มีเงินเข้าสม่ำเสมอ และมียอดเงินคงเหลือติดบัญชีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ต่อเนื่องอย่างน้อย 6 - 12 เดือน เพื่อสร้างความเชื่อมั่น
หากเครดิตเรายังไม่มั่นคงมากพอ การหาผู้กู้ร่วมที่เป็นบุคคลในครอบครัว เช่น พ่อ แม่ พี่ น้อง หรือคู่สมรส ที่มีประวัติทางการเงินที่ดี และมีรายได้มั่นคงจะช่วยเพิ่มโอกาสในการขอสินเชื่อผ่านได้มาก ธนาคารจะนำรายได้ และเครดิตของผู้กู้ร่วมมาเป็นปัจจัยหลักในการพิจารณา อย่างไรก็ตามเราต้องตกลงเรื่องความรับผิดชอบให้ชัดเจน เพราะหากมีการผิดนัดชำระอีกจะส่งผลเสียต่อเครดิตของผู้กู้ร่วมทันที
ไม่ใช่ทุกธนาคารที่จะปฏิเสธคนเคยติดบูโร เราควรเลือกยื่นกู้กับสถาบันการเงินที่มีนโยบายสนับสนุนผู้มีรายได้น้อย หรือมีเกณฑ์การพิจารณาที่เป็นปัจจุบันมากกว่าอดีต ที่มักมีโครงการสินเชื่อพิเศษสำหรับผู้ที่ผ่านการเคลียร์หนี้มาแล้ว หรือแนะนำให้ยื่นพร้อมกัน 2 - 3 แห่งเพื่อเปรียบเทียบเงื่อนไขให้ได้สินเชื่อที่มีความคุ้มค่ามากที่สุด และผลการอนุมัติ
การวางเงินดาวน์เป็นการแสดงความพร้อมทางการเงิน โดยควรวางเงินดาวน์ในสัดส่วนที่สูงขึ้น เช่น 20 - 30% ของราคาบ้าน จะช่วยลดความเสี่ยงในสายตาธนาคารได้อย่างมาก เมื่อวงเงินกู้ลดลง ความกังวลของธนาคารเรื่องการค้างชำระก็จะลดลงตามไปด้วย ทำให้ธนาคารกล้าที่จะปล่อยกู้ให้กับผู้ที่มีประวัติเคยติดบูโรได้ง่ายขึ้น
.jpeg)
การตรวจเครดิตบูโรล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือนก่อนยื่นกู้เป็นสิ่งที่ควรทำเพื่อให้เรามีเวลาแก้ไขข้อผิดพลาด โดยสามารถเช็กเครดิตบูโรได้ทั้งช่องทางออนไลน์ และออนไซต์ สำหรับช่องทางตรวจเครดิตบูโร มีดังนี้
สำหรับใครที่มีปัญหาติดเครดิตบูโร ทำให้ขอสินเชื่อไม่ผ่าน ถูกธนาคารปฏิเสธ หรือกำลังเจอปัญหาติดเครดิตบูโรซื้อบ้านได้ไหม และพบว่าการกู้ธนาคารในตอนนี้ยังเป็นเรื่องยาก หรือไม่อยากรอให้ประวัติถูกลบไปอีก 3 ปี จัซแมทช์ (JUZMATCH) เป็นโซลูชันที่ช่วยตอบโจทย์ที่สุดในยุคนี้ ซึ่ง จัซแมทช์ (JUZMATCH) คือ แพลตฟอร์มเช่าเพื่อซื้อ (Rent-to-Own) ที่ทลายอุปสรรคการเข้าถึงที่อยู่อาศัย
โดยโมเดลเช่าเพื่อซื้อของ จัซแมทช์ (JUZMATCH) ช่วยให้คนที่กู้ธนาคารไม่ผ่านสามารถเข้าอยู่บ้านที่ต้องการได้ทันที โดยเริ่มต้นจากการจ่ายค่าทำสัญญา และเข้าอยู่อาศัยในฐานะผู้เช่า ระหว่างนี้เราสามารถใช้เวลา 1 - 3 ปีในการเคลียร์หนี้เก่า ปรับปรุงเครดิต และเดินบัญชีให้พร้อมที่สุด โดยมีทีมงานคอยให้คำแนะนำ ที่สำคัญเงินค่าเช่าส่วนหนึ่งจะถูกนำมาสะสมเป็นส่วนลดเมื่อถึงเวลาที่คุณพร้อมกู้ธนาคารเพื่อซื้อบ้านหลังนั้นจริง ๆ ทำให้เงินที่คุณจ่ายไปไม่เสียเปล่าเหมือนการเช่าบ้านทั่วไป ซึ่ง จัซแมทช์ (JUZMATCH) ดูแลครอบครัวไทยไปแล้วมากกว่า 2,500 ครอบครัว ให้มีบ้านได้โดยไม่ต้องรอกู้ผ่าน ช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าสามารถเป็นเจ้าของบ้านได้อย่างแน่นอน
หลาย ๆ คนคงยังมีคำถามเกี่ยวกับติดเครดิตบูโรซื้อบ้านได้ไหม หรือถ้าติดแบล็คลิสซื้อบ้านได้ไหม ลองดูคำถามที่พบบ่อยพร้อมที่จัสเมทช์รวบรวมมาให้ที่นี่เลย
A: ติดบูโรก็สามารถกู้ร่วมเพื่อซื้อบ้านได้ แต่โอกาสผ่านน้อยกว่าปกติ เนื่องจากธนาคารพิจารณาเครดิตของผู้กู้ร่วมทุกคน ไม่ใช่แค่คนเดียว ถ้าคุณติดบูโร และคนที่กู้ร่วมมีประวัติดี มีงานมั่งคงก็ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ และอาจช่วยให้ผ่านได้ง่ายขึ้น แต่ประวัติของคุณก็ยังถูกพิจารณาอยู่ดี ดังนั้นควรปิดหนี้เสียให้เรียบร้อยก่อนเพื่อโอกาสสูงในการได้รับอนุมัติ
A: ข้อมูลสถานะเครดิตบูโรจะถูกจัดเก็บย้อนหลังเป็นเวลา 3 ปี (36 เดือน) และจะถูกลบออกโดยอัตโนมัติตามวงรอบข้อมูล ไม่สามารถแจ้งลบก่อนกำหนดได้เอง
A: สถานะเครดิตบูโร 40 คืออยู่ระหว่างการชำระเพื่อปิดบัญชี ธนาคารส่วนใหญ่จะรอให้สถานะเปลี่ยนเป็นปิดบัญชี หรือสถานะ 11 หรือ 43 ก่อน ดังนั้นต้องใช้เวลารอให้ผ่านไปอย่างน้อย 3 - 6 เดือนจึงจะพิจารณาใหม่
A: หากเราตรวจเองผ่านช่องทางต่าง ๆ ไม่มีผลต่อคะแนนในการพิจารณาของธนาคาร แต่ถ้าสถาบันการเงินเป็นผู้เรียกดูข้อมูลบ่อยเกินไปในช่วงเวลาสั้น ๆ อาจทำให้ธนาคารมองว่าเรากำลังพยายามกู้หนี้หลายที่จนเกินตัวได้
A: สำหรับผู้ที่ติดบูโร กู้ธนาคารไม่ผ่าน แต่อยากมีบ้านเป็นของตัวเอง แนะนำให้ใช้โซลูชันเช่าเพื่อซื้อกับ จัซแมทช์ (JUZMATCH) ทางเลือกที่ช่วยให้คุณสามารถเข้าอยู่ได้ทันที โดยไม่ต้องใช้เอกสารกู้ธนาคาร และมีเวลาในการเตรียมตัว รอสถานะเครดิตให้ดีขึ้นระหว่างที่อาศัยอยู่ในบ้านของตัวเอง
ป้ายกำกับ:

ในภาวะที่เศรษฐกิจผันผวน ตลาดเงินและตลาดทุนไร้ทิศทาง นักลงทุนจำนวนมากกำลังมองหาทางเลือกใหม่...

ข้อมูลการโอนกรรมสิทธิ์บ้าน ปี 2567 ตลาดที่อยู่อาศัยไทยในปี 2567 จากข้อมูลของศูนย์ข้อมูลอสังห...

ถ้าจากความรู้สึก...เราอาจจะยังรู้สึกว่า คนส่วนใหญ่เลือกซื้อบ้านมือหนึ่ง แต่ถ้าจากสถิติที่ไม...