ลงทุนอสังหาไม่ต้องใช้เงิน ทำได้จริงไหม รวมวิธีลงทุนอสังหาฯ ด้วยทุนน้อย

เผยแพร่เมื่อ 18 ส.ค. 2569

Blog Image

ลงทุนอสังหาฯ ไม่ต้องใช้เงิน ทำได้จริงไหม? รวมวิธีลงทุนอสังหาฯ ด้วยทุนน้อย

 

Highlight

 

       เมื่อพูดถึงการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ภาพจำของคนส่วนใหญ่มักนึกถึงการใช้เงินก้อนโตหลักล้านบาท ทำให้มนุษย์เงินเดือนหรือผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานรู้สึกว่าเป็นเป้าหมายที่ไกลเกินเอื้อม แต่ในโลกของการเงินและการลงทุนยุคปัจจุบันการ ลงทุนอสังหาไม่ต้องใช้เงินหรือใช้เงินทุนส่วนตัวน้อยมาก สามารถทำได้จริงหากมีความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการสินเชื่อและทรัพยากรที่มีอยู่ 

 

       บทความนี้ JUZMATCH (จัซแมทช์) จะพาไปทำความเข้าใจว่าการลงทุนอสังหาไม่ต้องใช้เงิน ทำได้จริงไหม และมีเทคนิคไหนบ้างที่ทำให้การเริ่มต้นลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เป็นเรื่องที่เป็นไปได้สำหรับทุกคน

 

ลงทุนอสังหาฯ ไม่ต้องใช้เงิน คืออะไร ?

       ลงทุนอสังหาไม่ต้องใช้เงิน คือ แนวคิดของการลงทุนอสังหาที่ไม่ใช้เงินในการลงทุน ซึ่งในความเป็นจริงไม่ได้หมายความว่าไม่มีการใช้เงินเลยแม้แต่บาทเดียว (เพราะมักจะมีค่าใช้จ่ายแฝงเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ค่าเดินทาง ค่าเอกสาร หรือค่ามัดจำเบื้องต้น) แต่นิยามที่แท้จริงคือ "การใช้เงินทุนส่วนตัวให้น้อยที่สุด" หรือ "ไม่ใช้เงินก้อนของตัวเองเลย" โดยอาศัยเครื่องมือทางการเงินอื่น ๆ เข้ามาช่วยบริหารจัดการ โดยใช้หลักการที่ชื่อว่า Leverage และ OPM (Other People's Money) เข้ามาช่วย

 

ทำความเข้าใจหลักการ Leverage และ OPM (Other People's Money)

       หัวใจสำคัญของการลงทุนอสังหาไม่ต้องใช้เงิน คือ การใช้พลังของ Leverage (การงัดข้อ) และหลักการ OPM หรือ Other People's Money (เงินของคนอื่น) ซึ่งมักหมายถึงเงินกู้จากสถาบันการเงิน นักลงทุนจะใช้ "เครดิตความน่าเชื่อถือ" ของตนเองเป็นใบเบิกทางในการกู้เงินมาซื้อทรัพย์สิน จากนั้นนำทรัพย์สินนั้นไปสร้างรายได้ เช่น การปล่อยเช่า เพื่อให้นำรายได้นั้นมาผ่อนชำระคืนธนาคารแทนตนเอง

ลงทุน 2 แบบ ใช้ "ทรัพย์ที่มีอยู่แล้ว" สร้างรายได้ vs เริ่มจากศูนย์ด้วยทุนน้อย

การลงทุนรูปแบบนี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แนวทางหลัก คือ

  1. การนำสิ่งที่มีอยู่แล้วมาต่อยอด เช่น มีห้องว่าง ที่ดินเปล่า หรือพื้นที่หน้าบ้าน นำมาปล่อยเช่าเพื่อสร้างกระแสเงินสดโดยไม่ต้องลงทุนซื้อทรัพย์ใหม่

  2. การเริ่มต้นจากศูนย์โดยใช้ทุนน้อยที่สุด เช่น การเป็นนายหน้า หรือการใช้เครดิตยื่นกู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ 100%

 

รวมวิธีลงทุนอสังหาฯ ด้วยทุนน้อยหรือแทบไม่ใช้เงินก้อน ทำยังไง ?

       สำหรับผู้ที่อยากเริ่มต้นแต่มีข้อจำกัดด้านเงินทุน การเลือกรูปแบบให้เหมาะสมกับตนเองคือสิ่งสำคัญ นี่คือ 7 วิธีที่ช่วยให้สามารถลงทุนอสังหาไม่ต้องใช้เงิน หรือใช้ทุนเริ่มต้นเพียงเล็กน้อย
 

  • เป็นนายหน้าอสังหา (เงินเริ่มต้น 0 บาท)

       วิธีที่คลาสสิกที่สุดในการเข้าสู่วงการโดยไม่ต้องใช้เงินทุน คือการเป็นนายหน้าอิสระ (Freelance Broker) หน้าที่คือการจับคู่ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย หรือผู้เช่าและผู้ให้เช่า โดยผลตอบแทนจะอยู่ในรูปแบบของค่านายหน้า (Commission) ซึ่งโดยทั่วไปอยู่ที่ 3% ของราคาขาย หรือเท่ากับค่าเช่า 1 เดือน วิธีนี้ใช้เพียงทักษะการเจรจา การทำการตลาด และเวลา
 

  • ขายใบจอง หรือขายดาวน์ต่อ (Flip ก่อนโอน)

       การเก็งกำไรระยะสั้นที่ใช้เงินเริ่มต้นเพียงหลักพันถึงหลักหมื่นบาท คือการเข้าไปจองคอนโดมิเนียม หรือบ้านในรอบพรีเซล (Pre-sale) ที่มีราคาถูกกว่าตลาด จากนั้นนำใบจอง หรือสัญญาผ่อนดาวน์มาประกาศขายต่อบวกกำไรส่วนต่างก่อนที่จะถึงกำหนดโอนกรรมสิทธิ์จริง
 

  • เช่าช่วงทำกำไร และรีโนเวทปล่อยเช่ารายวัน

       หากไม่มีเงินก้อนใหญ่เพื่อซื้อทรัพย์สิน สามารถใช้วิธีขอเช่าอสังหาริมทรัพย์ระยะยาวจากเจ้าของเดิม (ต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร) แล้วนำมาตกแต่ง หรือแบ่งห้องใหม่ เพื่อปล่อยเช่าช่วงต่อในราคาที่สูงกว่า หรือทำเป็นที่พักรายวัน (Airbnb) เพื่อรับส่วนต่างกำไร
 

  • ซื้อทรัพย์ด้วยสินเชื่อ (เกือบ) 100% แล้วให้ผู้เช่าผ่อนแทน

       นี่คือวิธีที่นักลงทุนนิยมใช้มากที่สุดสำหรับแนวคิดลงทุนอสังหาไม่ต้องใช้เงินคือการมองหาทรัพย์ที่ขายต่ำกว่าราคาประเมิน (Below Market Value) แล้วใช้เครดิตของตนเองยื่นขอสินเชื่อเต็มจำนวน 100% (หรือเกิน 100% เพื่อนำส่วนต่างมาตกแต่ง) จากนั้นหาผู้เช่าเพื่อนำค่าเช่ามาจ่ายค่างวดธนาคารในแต่ละเดือน
 

  • ลงทุนในกองทุนรวมอสังหา หรือ REIT

       สำหรับผู้ที่มีเงินทุนจำกัดหลักร้อยหรือหลักพันบาท การซื้อหน่วยลงทุนในกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) ผ่านตลาดหลักทรัพย์ เป็นทางเลือกที่ใช้ทุนน้อยมาก แต่มีโอกาสรับเงินปันผลจากค่าเช่าของโครงการขนาดใหญ่ เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงแรม หรืออาคารสำนักงาน
 

  • สร้างรายได้จากทรัพย์สินหรือพื้นที่ที่มีอยู่แล้ว

       การมองหาโอกาสจากสิ่งรอบตัว เช่น นำห้องนอนที่ว่างอยู่มาปรับปรุงปล่อยเช่า แบ่งพื้นที่หน้าบ้านให้ร้านค้ารายย่อยเช่าขายของ หรือแม้แต่การปล่อยเช่าพื้นที่จอดรถ วิธีนี้แทบไม่ต้องใช้เงินลงทุนเพิ่ม แต่สามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างต่อเนื่อง
 

  • ลงทุนผ่านแพลตฟอร์มเช่าเพื่อซื้อ (Rent-to-Own)

       อีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนโดยแทบไม่ต้องใช้เงินก้อนของตัวเอง คือ การลงทุนผ่านแพลตฟอร์มเช่าเพื่อซื้อ (Rent-to-Own) ของ JUZMATCH โดยนักลงทุนสามารถใช้เครดิตทางการเงินของตนเองในการลงทุน และมีผู้เช่าที่ต้องการซื้อบ้านจริง (Real Demand) รออยู่แล้ว แพลตฟอร์มจะทำหน้าที่คัดกรองผู้เช่า เก็บค่าเช่า และชำระค่าผ่อนธนาคารแทนให้ในแต่ละเดือน นักลงทุนจึงรับผลตอบแทนตามสัญญาโดยไม่ต้องเหนื่อยหาผู้เช่าหรือบริหารทรัพย์เอง เหมาะกับผู้ที่อยากเริ่มลงทุนอสังหาฯ แต่มีเวลาหรือประสบการณ์จำกัด

 

ตารางเทียบลงทุนอสังหาฯ แต่ละวิธีใช้เงินเท่าไหร่ เสี่ยงแค่ไหน ?

       เพื่อช่วยให้มองเห็นภาพรวม และตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ตารางด้านล่างนี้เปรียบเทียบแต่ละรูปแบบการลงทุนอสังหาว่าใช้เงินเท่าไหร่ และมีความท้าทายระดับใด

 

วิธีลงทุน

เงินลงทุนเริ่มต้น 

(ประมาณ)

ระดับความเสี่ยง

รูปแบบการสร้างรายได้

เป็นนายหน้าอสังหา

0 - 1,000 บาท (ค่าเดินทาง และโทรศัพท์)

ต่ำมาก

ค่านายหน้า (Commission)

ขายใบจอง หรือขายดาวน์

5,000 - 50,000 บาท

สูง (หากขายไม่ออกก่อนโอน)

กำไรส่วนต่างระยะสั้น (Capital Gain)

เช่าช่วงทำกำไร

10,000 - 100,000 บาท (ค่ามัดจำ หรือตกแต่ง)

ปานกลาง

กระแสเงินสดรายวัน หรือรายเดือน

ซื้อทรัพย์ด้วยสินเชื่อ

0 บาท (กรณีใช้เครดิตยื่นกู้ได้ 100%)

ปานกลาง - สูง (เสี่ยงห้องว่าง)

ค่าเช่ารายเดือน (Passive Income)

กองทุนรวมอสังหา และ REIT

1,000 บาทขึ้นไป

ปานกลาง

เงินปันผล 

สร้างรายได้จากพื้นที่เดิม

0 - 10,000 บาท (ค่าปรับปรุงเล็กน้อย)

ต่ำ

ค่าเช่ารายเดือน (Passive Income)

ลงทุนผ่านแพลตฟอร์มเช่าเพื่อซื้อ

0 บาท เมื่อลงทุนด้วยเครดิต หรือตามราคาทรัพย์เมื่อลงทุนด้วยเงินสด

ต่ำ เพราะมีผู้เช่ารออยู่แล้วและทาง JUZMATCH มีรับประกันผลตอบแทนตามสัญญา

ผลตอบแทนตามสัญญาเริ่มต้น 6% ต่อสัญญาสำหรับการลงทุนด้วยเครดิต

 

หมายเหตุ: ข้อมูลในตารางดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณการเบื้องต้นเท่านั้น ตัวเลขเงินลงทุน ระดับความเสี่ยง และผลตอบแทนที่จะได้รับจริง ย่อมมีความแตกต่างกันออกไป โดยต้องขึ้นอยู่กับศักยภาพของทำเลที่ตั้ง สภาพเศรษฐกิจในแต่ละช่วงเวลา รวมถึงความผันผวนของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ณ ขณะนั้นด้วย

 

ลงทุนอสังหาไม่ต้องใช้เงิน ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง

 

 

ลงทุนอสังหาฯ ไม่ต้องใช้เงิน ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง ?

       การจะประสบความสำเร็จในการใช้กลยุทธ์ลงทุนอสังหาไม่ต้องใช้เงิน โดยเฉพาะการใช้สินเชื่อธนาคาร และการเจรจาต่อรอง ผู้ลงทุนจำเป็นต้องมีการเตรียมความพร้อมทั้งด้านประวัติทางการเงิน และทักษะส่วนบุคคล ดังนี้

 

คุณสมบัติการเงิน และเครดิต

       สถาบันการเงินจะพิจารณาอนุมัติสินเชื่อจากหลักฐาน และความน่าเชื่อถือทางการเงินของผู้กู้เป็นหลัก
 

  • ประวัติเครดิตสะอาด ไม่ติดบูโร (NCB)

ประวัติการชำระหนี้ในเครดิตบูโรต้องปกติ ไม่มีการค้างชำระ จ่ายล่าช้า หรือปรับโครงสร้างหนี้ เพราะนี่คือด่านแรกที่ธนาคารใช้ประเมินความเสี่ยง
 

  • รายได้มั่นคงและพิสูจน์ได้

ต้องมีหลักฐานแสดงรายได้ที่ชัดเจน เช่น สลิปเงินเดือน หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) และรายการเดินบัญชี (Statement) ย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน
 

  • ภาระหนี้ต่ำ (DSR)

อัตราส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ (Debt Service Ratio) ไม่ควรสูงเกินไป โดยทั่วไปธนาคารมักกำหนดให้ผู้กู้มีภาระหนี้รวมทั้งหมด (รวมงวดผ่อนบ้านใหม่) ไม่เกิน 50 - 70% ของรายได้ต่อเดือน
 

  • เงินสำรองจริง

แม้จะบอกว่าไม่ใช้เงินก้อน แต่ในความเป็นจริงควรมี "เงินสำรองฉุกเฉิน" อย่างน้อย 3 - 6 เดือนของค่างวดธนาคาร เพื่อรองรับความเสี่ยงในกรณีที่ผู้เช่าย้ายออก หรือเกิดค่าซ่อมแซมที่ไม่คาดคิด
 

  • อายุงาน และอาชีพเข้าเกณฑ์

ธนาคารต้องการความมั่นใจในความมั่นคงของรายได้ ผู้กู้ควรมีอายุงานในที่ทำงานปัจจุบันอย่างน้อย 6 เดือน ถึง 1 ปี หากเป็นเจ้าของธุรกิจต้องเปิดกิจการมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 - 2 ปี


 

คุณสมบัติทักษะและตัวบุคคล

นอกเหนือจากเอกสารทางการเงิน ทักษะความสามารถเฉพาะตัวคือสิ่งที่จะเปลี่ยนเครดิตให้กลายเป็นผลกำไร
 

  • อ่านทำเลและประเมินราคาทรัพย์เป็น

ต้องสามารถวิเคราะห์ศักยภาพของทำเล การเดินทาง สิ่งอำนวยความสะดวก และรู้ว่าราคาตลาดของทรัพย์สินในบริเวณนั้นอยู่ที่เท่าไหร่ เพื่อไม่ให้ซื้อทรัพย์ในราคาที่แพงเกินไป
 

  • ทักษะเจรจา ขาย และสร้างเครือข่าย

การต่อรองราคาเพื่อซื้ออสังหาฯ ให้ได้ต่ำกว่าราคาตลาด และการสร้างเครือข่ายกับนายหน้า เจ้าหน้าที่ธนาคาร หรือนักลงทุนรายอื่น จะช่วยให้ได้แหล่งข้อมูล และข้อเสนอที่ดีกว่าเสมอ
 

  • เวลาและความขยัน

การค้นหา "ของดีราคาถูก" ต้องอาศัยการลงพื้นที่สำรวจ ค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต และเปรียบเทียบทรัพย์สินจำนวนมาก ซึ่งต้องแลกมาด้วยเวลา และความทุ่มเท
 

  • เข้าใจสัญญาและกฎหมายพื้นฐาน

ต้องสามารถอ่าน และทำความเข้าใจเงื่อนไขในสัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาเช่า สัญญากู้ยืม รวมถึงข้อกฎหมายพื้นฐานเกี่ยวกับการครอบครองอสังหาริมทรัพย์เพื่อป้องกันการเสียเปรียบ
 

  • วินัยการเงินและบริหารกระแสเงินสด

เมื่อได้รับค่าเช่ามา จะต้องมีวินัยในการนำไปชำระค่างวดธนาคารทันที ไม่นำเงินส่วนนี้ไปใช้จ่ายส่วนตัว และสามารถจัดสรรปันส่วนสำหรับค่าส่วนกลาง หรือภาษีได้อย่างเป็นระบบ


 

ข้อดีและข้อควรระวังของการลงทุนอสังหา มีอะไรบ้าง

 


ข้อดีของการลงทุนอสังหาฯ มีอะไรบ้าง ?

       การเลือกลงทุนในอสังหาริมทรัพย์มีมนต์เสน่ห์ และข้อได้เปรียบที่แตกต่างจากการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่น โดยเฉพาะเมื่อสามารถประยุกต์ใช้แนวคิดลงทุนอสังหาไม่ต้องใช้เงินได้อย่างชำนาญ ข้อดีหลัก ๆ ที่ดึงดูดให้นักลงทุนทั่วโลกยังคงเลือกใช้เครื่องมือนี้ ได้แก่

 

  • สร้างกระแสเงินสดที่มั่นคง (Passive Income)

การปล่อยเช่าอสังหาฯ ช่วยสร้างรายได้สม่ำเสมอในทุกๆ เดือน ซึ่งเปรียบเสมือนการมีสินทรัพย์ที่ทำงานผลิตเงินให้ตลอด 24 ชั่วโมง กระแสเงินสดที่ได้นี้สามารถนำไปชำระค่างวดธนาคาร หรือนำไปต่อยอดการลงทุนอื่นๆ เพื่อสร้างความมั่งคั่งระยะยาวได้อย่างยั่งยืน

 

  • มูลค่าทรัพย์สินเติบโตชนะเงินเฟ้อ (Capital Gain)

อสังหาริมทรัพย์เป็นทรัพยากรที่มีจำกัด เมื่อเมืองขยายตัวและโครงสร้างพื้นฐานพัฒนาขึ้น มูลค่าของทรัพย์สินในทำเลศักยภาพมักจะปรับตัวสูงขึ้นตามกาลเวลา ทำให้ผู้ลงทุนได้รับกำไรจากส่วนต่างราคาเมื่อตัดสินใจขายในอนาคต ซึ่งมักจะรักษามูลค่าได้ดีกว่าการถือเงินสด

 

  • พลังของสินเชื่อและการใช้เงินคนอื่น (Leverage และ OPM)

อสังหาริมทรัพย์เป็นสินทรัพย์ที่มีความน่าเชื่อถือสูงในมุมมองของสถาบันการเงิน ทำให้เป็นสินทรัพย์ไม่กี่ประเภทที่ธนาคารยินดีปล่อยสินเชื่อให้ในสัดส่วนที่สูง ผู้ลงทุนจึงสามารถครอบครองสินทรัพย์มูลค่าหลายล้านบาทได้โดยใช้เงินทุนส่วนตัวเพียงเล็กน้อย เป็นการงัดข้อต่อยอดความมั่งคั่งได้อย่างรวดเร็ว

 

  • สิทธิประโยชน์ทางภาษี

ในหลายกรณี ดอกเบี้ยจากการผ่อนชำระสินเชื่อที่อยู่อาศัยสามารถนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีได้ ซึ่งถือเป็นผลพลอยได้ที่ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าของนักลงทุนได้อีกทางหนึ่ง

 

ข้อควรระวังในการลงทุนอสังหาฯ มีอะไรบ้าง ?

แม้ผลตอบแทนและข้อได้เปรียบจะน่าสนใจ แต่การลงทุนทุกประเภทย่อมมีความท้าทาย สิ่งสำคัญคือนักลงทุนต้องประเมินสถานการณ์และเตรียมแผนรับมือสำหรับความเสี่ยงเหล่านี้ก่อนตัดสินใจลงทุนเสมอ

 

  • สภาพคล่องต่ำ (Low Liquidity)

อสังหาริมทรัพย์เป็นสินทรัพย์ที่ใช้เวลาในการเปลี่ยนเป็นเงินสดค่อนข้างนาน ไม่สามารถคลิกขายได้ทันทีเหมือนหุ้น หากผู้ลงทุนมีความจำเป็นต้องใช้เงินด่วน การเร่งรีบขายอาจนำไปสู่การถูกกดราคาจนเสียเปรียบ หรือต้องยอมตัดขาดทุน

 

  • ภาระค่าใช้จ่ายแฝงที่มองไม่เห็น

นอกเหนือจากค่างวดที่ต้องส่งธนาคารแล้ว การถือครองอสังหาฯ ยังมีต้นทุนอื่นๆ ที่ต้องเตรียมกระแสเงินสดเผื่อไว้ เช่น ค่าส่วนกลางรายปี ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ค่าประกันภัย รวมถึงงบประมาณค่าซ่อมแซมบำรุงรักษาเมื่อทรัพย์สินเสื่อมสภาพตามกาลเวลา

 

  • ความเสี่ยงด้านผู้เช่าและปัญหาห้องว่าง

ถือเป็นความท้าทายหลักของผู้ที่ใช้แนวคิดลงทุนอสังหาไม่ต้องใช้เงิน หากได้ผู้เช่าที่จ่ายค่าเช่าล่าช้า หรือเกิดสภาวะห้องว่างไม่มีผู้เช่า ผู้ลงทุนจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบควักเงินสดส่วนตัวจ่ายค่างวดธนาคารเอง ซึ่งอาจทำให้สภาพคล่องทางการเงินสะดุดได้

 

  • ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย

สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่มักเป็นแบบอัตราดอกเบี้ยลอยตัว (Floating Rate) หลังจากหมดโปรโมชันช่วงแรก หากสภาวะเศรษฐกิจทำให้ธนาคารปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ค่างวดที่ต้องจ่ายจะสูงขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้ส่วนต่างกำไรจากค่าเช่าลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

ปลดล็อกข้อจำกัดมือใหม่ อยากลงทุนอสังหาฯ ให้สำเร็จและปลอดภัยต้อง JUZMATCH

       แนวคิด "ลงทุนอสังหาไม่ต้องใช้เงิน" เป็นสิ่งที่สามารถทำได้จริงหากคุณมีเครดิตทางการเงินที่ดี และมีความรู้ในการประเมินทรัพย์สิน แต่การเริ่มต้นด้วยตนเองมักตามมาด้วยความเสี่ยงเรื่องการหาผู้เช่า และความยุ่งยากในการบริหารจัดการ หากคุณต้องการใช้ประโยชน์จากเครดิตของตนเองให้คุ้มค่าที่สุด พร้อมปิดทุกความเสี่ยงของการลงทุน

 

       เริ่มต้นยกระดับการลงทุนให้เป็นเรื่องง่ายและปลอดภัยไปการลงทุนอสังหาฯ กับ JUZMATCH (จัซแมทช์) แพลตฟอร์มโมเดลเช่าเพื่อซื้อ (Rent-to-Own) ที่มีผู้เช่าคุณภาพรออยู่แล้ว

 

  • ลงทุนด้วยเครดิต :ใช้ประวัติทางการเงินของคุณสร้างรายได้เป็นเงินก้อนเริ่มต้นที่ 6% ต่อสัญญา โดยที่ JUZMATCH จัดการเรื่องผู้เช่า และการผ่อนชำระให้เบ็ดเสร็จ

  • ลงทุนด้วยเงินสด :สำหรับผู้ที่มีเงินทุน รับผลตอบแทนสม่ำเสมอเริ่มต้น 7% ต่อปี

 

ไม่ต้องเหนื่อยหาผู้เช่า ไม่ต้องปวดหัวเรื่องซ่อมแซม สนใจสร้างความมั่งคั่งด้วยอสังหาฯ แบบไร้รอยต่อ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.juzmatch.com/th/investor

 

 

คำถามที่พบบ่อย

 

Q : ลงทุนอสังหาด้วยเงิน 0 บาทจริง ๆ เป็นไปได้ไหม ?

A: เป็นไปได้ในเชิงการจัดหาเงินทุนก้อนใหญ่ เช่น การเป็นนายหน้าอสังหาฯ หรือการใช้เครดิตยื่นกู้สินเชื่อบ้าน 100% โดยไม่ต้องควักเงินดาวน์ แต่ในทางปฏิบัติควรเตรียมเงินสดสำรองจำนวนหนึ่งไว้สำหรับค่าใช้จ่ายยิบย่อย เช่น ค่าเดินทาง ค่าประเมินราคา ค่าส่วนกลางล่วงหน้า หรือเป็นเงินสำรองฉุกเฉินกรณีเกิดปัญหาห้องว่าง

 

Q : ทุนน้อยที่สุดควรเริ่มจากวิธีไหนก่อน ? 

A: หากมีทุนน้อยและยังไม่มีเครดิตในการกู้ธนาคาร แนะนำให้เริ่มต้นจากการเป็น "นายหน้าอสังหาฯ" เพื่อเรียนรู้ตลาดและสร้างเครือข่าย หรือหากมีเงินหลักพันบาท สามารถเลือกลงทุนใน "กองทุนรวมอสังหาฯ หรือ REITs" เพื่อรับเงินปันผล และทำความเข้าใจภาพรวมของอสังหาฯ เชิงพาณิชย์

 

Q : ติดบูโรหรือกู้ไม่ผ่าน ยังลงทุนอสังหาได้ไหม ?

A: ยังสามารถทำได้ แต่จะไม่สามารถใช้วิธีกู้สินเชื่อธนาคารได้ ต้องเปลี่ยนไปใช้วิธีอื่นแทน เช่น เป็นนายหน้าหาค่าคอมมิชชัน นำพื้นที่ที่ตนเองมีอยู่มาปล่อยเช่า หรือถ้ามีเงินก้อนเล็กน้อยก็ใช้วิธีเช่าช่วงทำกำไร หรือเลือกลงทุนผ่านแพลตฟอร์มที่เปิดรับการใช้เงินสดแทนการขอสินเชื่อ

 

Q : ลงทุนอสังหาทุนน้อย ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง ?

A: ขึ้นอยู่กับรูปแบบการลงทุน หากมีรายได้จากค่าเช่า หรือค่านายหน้า ต้องนำมาคำนวณเสีย "ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา" หากเป็นเจ้าของทรัพย์แล้วขายต่อภายใน 5 ปี ต้องเสีย "ภาษีธุรกิจเฉพาะ (3.3%)" และหากครอบครองทรัพย์สินก็จะมีหน้าที่ต้องเสีย "ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง" ประจำปีตามที่กฎหมายกำหนด

 

Q : เป็นนายหน้าอสังหาต้องมีใบอนุญาตไหม ?

A: ในประเทศไทยปัจจุบัน กฎหมายยังไม่ได้บังคับให้ผู้ที่เป็นนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ใครๆ ก็สามารถเริ่มต้นทำได้ทันที แต่หากมีการสอบใบคุณวุฒิวิชาชีพ หรือเข้ารับการอบรมกับสมาคมนายหน้าฯ จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ และความเป็นมืออาชีพในการเจรจาต่อรองได้มากขึ้น

 

ป้ายกำกับ:

แชร์: