ก่อนกู้ร่วมซื้อบ้านต้องรู้อะไรบ้าง กู้กับแฟนได้ไหม | JUZMATCH

เผยแพร่เมื่อ 22 มิ.ย. 2569

Blog Image

การกู้ร่วมซื้อบ้านซื้อบ้านกับแฟนทำได้ไหม ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

Highlight

          การยื่นขอสินเชื่อด้วยตัวเองแล้วไม่ผ่านการอนุมัติ หรืออาจจะผ่านแต่ได้วงเงินที่ไม่ตรงตามความต้องการ ทำให้หลาย ๆ คนพลาดโอกาสในการซื้อบ้านที่ต้องการไป ซึ่งในสถานการณ์แบบนี้การกู้ร่วมซื้อบ้าน จึงเป็นอีกหนึ่งทางออกที่ดีที่สุดที่ช่วยแก้ปัญหาข้อจำกัดทางการเงินได้ดี การมีผู้มากู้ร่วมจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสถาบันการเงิน ทำให้เห็นถึงความสามารถในการชำระหนี้ที่สูงขึ้น ช่วยให้คุณเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการได้อย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้น

การกู้ร่วมซื้อบ้านคืออะไร? ใครยื่นกู้ร่วมกับเราได้บ้าง?

          การกู้ร่วมซื้อบ้านคือ การทำสัญญายื่นขอสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยก้อนเดียวกัน โดยมีผู้รับผิดชอบในฐานะลูกหนี้ร่วมกันมากกว่าหนึ่งคน ซึ่งโดยปกติสถาบันการเงินจะอนุญาตให้กู้ร่วมได้สูงสุดไม่เกิน 3 คน การทำเช่นนี้ทำให้ธนาคารสามารถนำรายได้ของผู้กู้ทุกคนมาประเมินรวมกัน ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการปล่อยสินเชื่อว่าจะมีผู้ช่วยแบ่งเบาภาระหนี้สินตลอดอายุสัญญา สำหรับบุคคลที่สามารถยื่นกู้ร่วมกับเราได้ สถาบันการเงินมักจะกำหนดให้เป็นผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด หรือมีความผูกพันที่ตรวจสอบได้ ดังนี้

  • บุคคลในครอบครัวที่มีสายเลือดเดียวกัน เช่น บิดา มารดา หรือบุตร ซึ่งเป็นกลุ่มที่ธนาคารพิจารณาอนุมัติได้ง่ายที่สุด
  • พี่น้องพ่อแม่เดียวกัน แม้จะเปลี่ยนนามสกุลไปแล้ว แต่หากมีเอกสารยืนยันว่ามีบิดามารดาคนเดียวกันก็สามารถกู้ร่วมได้
  • คู่สามีภรรยาที่จดทะเบียนสมรส สำหรับผู้ที่จดทะเบียนสมรสกันแล้ว เป็นรูปแบบการกู้ร่วมที่ได้รับความนิยม และมีความน่าเชื่อถือทางกฎหมายสูง ซึ่งรวมถึงคู่สมรส LGBTQ+ ที่จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายสมรสเท่าเทียมที่บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2568 ก็มีสิทธิ์กู้ร่วมเช่นเดียวกับคู่สามีภรรยาทั่วไป
  • คู่รักที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส สามารถกู้ร่วมได้โดยต้องใช้เอกสารยืนยันความสัมพันธ์เพิ่มเติม เช่น ภาพถ่ายงานแต่งงาน หนังสือรับรองบุตร ทะเบียนบ้านที่มีชื่อทั้งสองคน บัญชีเงินฝากที่เปิดร่วมกัน หรือเอกสารการกู้ซื้อทรัพย์สินร่วมกัน เช่น รถยนต์

กู้ร่วมซื้อบ้านกับแฟนดีไหม? ชั่งน้ำหนักข้อดี - ข้อควรระวัง

          การตัดสินใจว่าจะกู้ร่วมซื้อบ้านกับแฟนดีหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะบ้านเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงและมีภาระผูกพันระยะยาว การลงนามในสัญญาร่วมกันหมายถึงการผูกพันทางการเงินและทางกฎหมายที่จะส่งผลกระทบต่ออนาคตของทั้งสองฝ่าย จึงควรนำข้อดีและข้อควรระวังมาเปรียบเทียบกันเพื่อให้เกิดความมั่นใจก่อนการตัดสินใจกู้ร่วม

ข้อดีของการกู้ร่วมซื้อบ้านกับแฟน

          การยื่นกู้บ้านแบบร่วมกันกับแฟน มีข้อดีที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ โอกาสในการได้รับการอนุมัติสินเชื่อที่สูงขึ้น เมื่อนำฐานเงินเดือนของทั้งสองคนมารวมกัน ธนาคารจะประเมินว่าเรามีความสามารถในการผ่อนชำระเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ได้รับวงเงินกู้ที่สูงกว่าการยื่นเรื่องเพียงคนเดียว ทำให้เราสามารถเลือกซื้อบ้านที่มีขนาดใหญ่ขึ้น หรืออยู่ในทำเลที่มีศักยภาพมากกว่าเดิม นอกจากนี้การมีคนช่วยแบ่งเบายอดผ่อนชำระในแต่ละเดือนยังช่วยลดความตึงเครียดทางการเงิน ทำให้เรายังคงมีสภาพคล่องสำหรับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจกู้ร่วมซื้อบ้านกับแฟน

          ในทางกลับกันนอกจากการพิจารณาข้อดีแล้ว ต้องเข้าใจข้อควรระวังด้วย ซึ่งข้อควรระวังก่อนตัดสินใจกู้ร่วมกับแฟนคือ เรื่องของความรับผิดชอบทางกฎหมาย การกู้ร่วมหมายถึงการเป็นหนี้ร่วมกันแบบเต็มจำนวน หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขาดส่ง หรือผิดนัดชำระ ธนาคารมีสิทธิ์ที่จะทวงถามยอดหนี้ทั้งหมดจากผู้กู้ที่เหลืออยู่ทันที นอกจากนี้หากในอนาคตความสัมพันธ์เกิดปัญหา หรือต้องเลิกรากัน การจัดการกรรมสิทธิ์ และการแบ่งสินทรัพย์จะเป็นเรื่องที่ซับซ้อนมาก นอกจากนี้สิทธิ์ในการลดหย่อนภาษีประจำปีก็จะถูกหารเฉลี่ยตามจำนวนผู้กู้ ไม่สามารถใช้สิทธิ์เต็มจำนวนได้เพียงคนเดียว

ขั้นตอนการกู้ร่วมซื้อบ้านง่าย ๆ มือใหม่ต้องรู้

ขั้นตอนการกู้ร่วมซื้อบ้านมีอะไรบ้าง?

          เมื่อตกลงที่จะเริ่มต้นสร้างครอบครัว และเลือกวิธีการกู้ร่วมซื้อบ้านด้วยกันแล้ว ต่อไปคือการทำความเข้าใจกระบวนการทำงานของสถาบันการเงิน เพื่อให้การเตรียมตัวเป็นไปอย่างราบรื่น และลดข้อผิดพลาดที่อาจทำให้เอกสารตีกลับ โดยขั้นตอนการยื่นกู้ร่วม มีดังนี้

ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้กู้ทั้ง 2 ฝ่าย

          ขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดคือ การประเมินสุขภาพทางการเงินของผู้กู้ทั้ง 2 ฝ่ายอย่างตรงไปตรงมา ต้องตรวจสอบว่าไม่มีประวัติค้างชำระหนี้ หรือติดเครดิตบูโรทั้งคู่ มีหน้าที่การงานที่มั่นคง และมีรายได้ประจำที่ตรวจสอบได้ รวมถึงต้องคำนวณภาระหนี้สินต่อรายได้ (DSR) ของทั้งสองคนรวมกันว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สถาบันการเงินกำหนด หรือไม่ หากมีหนี้สินเดิมที่สามารถปิดยอดได้ ควรจัดการให้เรียบร้อยก่อนเพื่อสร้างประวัติทางการเงินที่ใสสะอาด

เลือกบ้าน และธนาคารให้เหมาะกับเงื่อนไข

          เมื่อทราบงบประมาณคร่าว ๆ แล้ว ให้เริ่มหาบ้านที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต ในทำเลที่เราเดินทางสะดวก พร้อมกับเปรียบเทียบข้อเสนอจากธนาคารหลาย ๆ แห่ง โดยพิจารณาอัตราดอกเบี้ย ที่แต่ละธนาคารนำเสนอ ทั้งในช่วงโปรโมชัน 3 ปีแรก และหลังจากนั้น รวมถึงเงื่อนไขการผ่อนปรนต่าง ๆ เพื่อเปรียบเทียบ และเลือกสถาบันการเงินที่ให้อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยต่ำที่สุด และมีความยืดหยุ่นในการทำสัญญา เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว

เตรียมเอกสาร และยื่นคำร้องขอสินเชื่อ

          การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตั้งแต่ครั้งแรก จะช่วยร่นระยะเวลาในการพิจารณาได้อย่างมาก ผู้กู้ทั้งสองจะต้องรวบรวมเอกสารส่วนตัว เอกสารแสดงรายได้ และเอกสารที่เกี่ยวกับหลักประกันให้ครบถ้วน จากนั้นนำไปยื่นให้กับเจ้าหน้าที่สินเชื่อของธนาคารที่เราเลือกไว้ พร้อมทั้งกรอกแบบฟอร์มคำขอสินเชื่อโดยระบุให้ชัดเจนว่าเป็นการยื่นเรื่องแบบกู้ร่วม

รอผลการพิจารณา และการประเมินทรัพย์

          หลังจากยื่นเอกสารเข้าสู่ระบบ ธนาคารจะใช้เวลาในการตรวจสอบประวัติทางการเงินอย่างละเอียด และจะมีการส่งเจ้าหน้าที่บริษัทประเมินเข้าไปตรวจสอบมูลค่าของทรัพย์สินที่เราต้องการจะซื้อ เพื่อนำมาประกอบการอนุมัติวงเงินกู้ ในช่วงเวลานี้อาจมีเจ้าหน้าที่โทรศัพท์เข้ามาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ดังนั้นเราควรเตรียมพร้อมตอบคำถามจากเจ้าหน้าที่สินเชื่อเสมอ หากมีการขอเอกสารเพิ่มเติมควรรีบจัดส่งให้เร็วที่สุด เพื่อให้การอนุมัติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

เซ็นสัญญา และทำการโอนกรรมสิทธิ์

          เมื่อธนาคารแจ้งผลการอนุมัติสินเชื่อ และเราพึงพอใจกับวงเงินรวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่ได้รับแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือ การนัดหมายเพื่อเซ็นสัญญากู้เงินกับธนาคาร และเดินทางไปที่สำนักงานที่ดินเพื่อทำเรื่องโอนกรรมสิทธิ์ ในขั้นตอนนี้จะต้องมีการชำระค่าธรรมเนียมต่าง ๆ และต้องตกลงกันให้ชัดเจนว่าจะระบุชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินเป็นชื่อของใครคนใดคนหนึ่ง หรือใส่ชื่อร่วมกันทั้งสองคน

เอกสารกู้ร่วมซื้อบ้านต้องใช้อะไรบ้าง

เอกสารที่ต้องใช้ในการกู้ร่วมซื้อบ้านมีอะไรบ้าง?

          การเตรียมเอกสารให้มีความถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก เป็นการตัดสินว่าการกู้ร่วมซื้อบ้านของเราจะผ่านการอนุมัติหรือไม่ หากเตรียมเอกสารได้ครบถ้วน และเป็นระเบียบ จะแสดงให้เห็นถึงความพร้อม และสร้างความประทับใจให้กับเจ้าหน้าที่พิจารณาสินเชื่อ โดยเอกสารที่ต้องใช้แบ่งออกเป็นหมวดหมู่ดังนี้

เอกสารข้อมูลส่วนตัว (ของผู้กู้ทุกคน)

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้านทุกหน้า
  • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ หรือนามสกุล (ถ้ามี)
  • สำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ (กรณีรับราชการ)

เอกสารยืนยันสถานะคู่สมรส และความสัมพันธ์

  • สำเนาทะเบียนสมรส (กรณีจดทะเบียน)
  • สำเนาทะเบียนหย่า (กรณีเคยหย่าร้าง)
  • หนังสือรับรองบุตร หรือ สูติบัตรบุตร (กรณียังไม่ได้จดทะเบียนสมรสแต่มีบุตรร่วมกัน)
  • ภาพถ่ายงานแต่งงาน หรือหลักฐานการทำธุรกิจร่วมกัน สำหรับคู่รักทุก ๆ รูปแบบ

เอกสารแสดงรายได้

  • หนังสือรับรองเงินเดือน หรือหนังสือรับรองการทำงานฉบับจริง (อายุไม่เกิน 30 วัน)
  • สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3 - 6 เดือน
  • รายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือนที่แสดงยอดเงินเดือนเข้า
  • สำเนาหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)

กรณีทำธุรกิจส่วนตัว

  • สำเนาทะเบียนการค้า
  • รายการเดินบัญชีย้อนหลัง 12 เดือน
  • ภาพถ่ายกิจการ

เอกสารหลักประกัน และสัญญาซื้อขาย

  • สำเนาโฉนดที่ดิน หรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (ทุกหน้า)
  • สำเนาสัญญาจะซื้อจะขาย หรือสัญญาวางมัดจำ
  • หลักฐานการชำระเงินมัดจำ
  • แผนที่ตั้งของหลักประกันโดยสังเขป

          การกู้ร่วมซื้อบ้านเป็นกลยุทธ์ทางการเงินที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อ และขยายวงเงินให้สูงขึ้นได้ แต่ในขณะเดียวกันก็มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ต้องแบกรับร่วมกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก่อนตัดสินใจลงนาม เราจึงต้องพิจารณาความพร้อมทางการเงินของทั้งสองฝ่าย ศึกษาเงื่อนไข อัตราดอกเบี้ย และเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน เพื่อให้การซื้อบ้านครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของความมั่นคง ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของปัญหาหนี้สินในอนาคต

          อย่างไรก็ตาม สำหรับใครที่กำลังเผชิญปัญหายื่นขอสินเชื่อกับธนาคารไม่ผ่าน JUZMATCH (จัซแมทช์) แพลตฟอร์มเช่าเพื่อซื้อ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้เข้าใกล้การมีบ้านได้ง่ายขึ้น โดยหลังทำสัญญาเช่าเพื่อซื้อ ผู้เช่าเพื่อซื้อสามารถย้ายเข้าอยู่ได้ทันที และส่วนหนึ่งของค่าเช่ารายเดือนที่จ่ายไปยังถูกสะสมไว้เป็นส่วนลดค่าบ้านในวันที่ตัดสินใจซื้อจริงอีกด้วย นอกจากนี้ ระหว่างสัญญายังเป็นช่วงเวลาที่ช่วยให้ผู้เช่าเพื่อซื้อมีโอกาสวางแผนการเงิน ปรับปรุงเครดิต และสร้างประวัติทางการเงินที่ดี เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการยื่นขอสินเชื่อใหม่กับธนาคารในอนาคตได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

Q: คู่รักที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกู้ร่วมซื้อบ้านได้ไหม?

A: คู่รักที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันก็สามารถยื่นกู้ร่วมได้อย่างแน่นอน ธนาคารเข้าใจถึงบริบททางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป เพียงแต่เราต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติมเพื่อยืนยันความสัมพันธ์อย่างเป็นรูปธรรม เช่น ภาพถ่ายงานแต่งงาน บัญชีเงินฝากที่เปิดร่วมกัน เอกสารการกู้ซื้อรถยนต์ร่วมกัน หรือสูติบัตรของบุตร เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณา

Q: คู่รัก LGBTQ+ สามารถกู้ร่วมซื้อบ้านได้หรือไม่ ใช้เอกสารอะไรบ้าง?

A: ปัจจุบันคู่รัก LGBTQ+ สามารถกู้ร่วมซื้อบ้านได้แล้ว เนื่องจากกฎหมายสมรสเท่าเทียมในประเทศไทยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2568 ทำให้คู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายมีสิทธิ์เทียบเท่ากับคู่สมรสชาย-หญิงทุกประการ ส่วนคู่รัก LGBTQ+ ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสก็สามารถกู้ร่วมซื้อบ้านได้ โดยใช้เอกสารที่แสดงถึงการใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน เช่น ทะเบียนบ้านที่มีชื่ออยู่ร่วมกัน บัญชีเงินฝากร่วม กรมธรรม์ประกันชีวิตที่ระบุผู้รับผลประโยชน์เป็นอีกฝ่าย หรือหลักฐานการประกอบธุรกิจร่วมกัน

Q: ลงชื่อกู้ร่วมซื้อบ้านไปแล้ว สามารถถอนชื่อออกได้ไหม?

A: การถอนชื่อผู้กู้ร่วมสามารถทำได้ แต่ต้องผ่านการประเมินจากธนาคารอีกครั้ง ธนาคารจะพิจารณาว่าผู้กู้ที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวมีรายได้ และศักยภาพเพียงพอที่จะแบกรับภาระหนี้ที่เหลือทั้งหมดได้หรือไม่ หากประเมินแล้วไม่ผ่าน อาจต้องใช้วิธีหาบุคคลอื่นที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมาสวมสิทธิ์เป็นผู้กู้ร่วมแทน หรือทำการรีไฟแนนซ์ไปยังธนาคารอื่น

Q: หากผู้กู้ร่วมเสียชีวิตระหว่างผ่อน ใครต้องรับช่วงผ่อนต่อ?

A: หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ผู้กู้ร่วมที่ยังมีชีวิตอยู่มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบยอดหนี้ทั้งหมดต่อไป หรือในกรณีที่ผู้เสียชีวิตมีทายาท ทายาทหรือผู้จัดการมรดกจะต้องเข้ามารับช่วงต่อการผ่อนชำระ แต่หากมีการทำประกันชีวิตคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ (MRTA) ตั้งแต่แรก จะช่วยปิดความเสี่ยงตรงนี้ได้ โดยบริษัทประกันจะรับผิดชอบหนี้ส่วนที่เหลือแทน

Q: กู้ร่วมซื้อบ้านไม่ผ่านการอนุมัติ มีทางเลือกอื่นในการเป็นเจ้าของบ้านไหม?

A: หากยื่นกู้ร่วมแล้วยังไม่ผ่านเกณฑ์ของธนาคาร เราสามารถเลือกแพลตฟอร์ม JUZMATCH (จัซแมทช์) ที่ให้บริการเช่าเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ ซึ่งช่วยให้เราย้ายเข้าอยู่ได้ทันทีโดยไม่ต้องพึ่งพาสินเชื่อธนาคารในระยะแรก และไม่ต้องกังวลเรื่องความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย ช่วยให้เรามีเวลาเตรียมตัว และสร้างเครดิตทางการเงินให้พร้อมก่อนการยื่นขอสินเชื่อในอนาคต

ป้ายกำกับ:

แชร์: