เผยแพร่เมื่อ 22 ก.ย. 2569

Highlight
หลายคนที่กำลังวางแผนซื้อบ้าน หรือที่ดินมักให้ความสำคัญกับทำเล ราคา และศักยภาพของอสังหาริมทรัพย์ แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือประเภทของโฉนดที่ดินเพราะเอกสารสิทธิแต่ละประเภทมีรายละเอียด สิทธิในการครอบครอง และข้อจำกัดที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะสีของตราครุฑบนเอกสารไม่ว่าจะเป็นโฉนดครุฑแดง ครุฑเขียว ครุฑดำ หรือครุฑน้ำเงิน ซึ่งอาจส่งผลต่อการซื้อขาย การโอนกรรมสิทธิ์ รวมถึงการขอสินเชื่อในอนาคต
JUZMATCH (จัซแมทช์) จะพาไปทำความเข้าใจว่าโฉนดครุฑแต่ละสีคืออะไร แตกต่างกันอย่างไร และควรตรวจสอบอะไรบ้างก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน หรือที่ดิน เพื่อให้คุณเลือกอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างมั่นใจ และลดความเสี่ยงจากปัญหาทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง
เอกสารสิทธิที่ดิน คือ เอกสารที่ออกโดยหน่วยงานภาครัฐเพื่อแสดงสิทธิในการครอบครอง หรือการเป็นเจ้าของที่ดินของบุคคล โดยเอกสารแต่ละประเภทจะกำหนดสิทธิ และข้อจำกัดที่แตกต่างกัน เช่น สิทธิในการซื้อขาย โอนกรรมสิทธิ์ จำนอง หรือใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อ
หนึ่งในวิธีสังเกตประเภทของเอกสารสิทธิที่หลายคนคุ้นเคย คือ สีของตราครุฑที่ปรากฏบนเอกสาร ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงความแตกต่างด้านรูปลักษณ์ แต่ยังสะท้อนระดับของสิทธิในที่ดิน และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น โฉนดที่ดินที่มีครุฑแดงเป็นเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์เต็มรูปแบบ ขณะที่โฉนดที่ดินที่มีครุฑสีอื่นอาจเป็นเพียงหนังสือรับรองการทำประโยชน์ หรือเอกสารแสดงสิทธิในรูปแบบอื่น ซึ่งมีเงื่อนไขในการใช้ประโยชน์ และการโอนสิทธิแตกต่างกัน
จุดที่ต้องเข้าใจให้ชัดคือ "กรรมสิทธิ์" กับ "สิทธิครอบครอง" ไม่เหมือนกัน กรรมสิทธิ์ คือ ความเป็นเจ้าของตามกฎหมายซึ่งมีเฉพาะโฉนดที่ดินครุฑแดง ส่วนเอกสารครุฑเขียวและครุฑดำให้เพียงสิทธิครอบครองและทำประโยชน์เท่านั้น ความต่างนี้ส่งผลโดยตรงต่อการฟ้องร้อง การขอสินเชื่อ และความเสี่ยงถูกแย่งการครอบครอง
ดังนั้น ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านหรือที่ดิน ควรตรวจสอบประเภทของเอกสารสิทธิ์ให้ชัดเจน ไม่ใช่พิจารณาเพียงทำเล หรือราคา เพราะเอกสารสิทธิ์ที่เหมาะสมจะช่วยให้การซื้อขายเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ลดความเสี่ยงในการเกิดข้อพิพาท และทำธุรกรรมต่าง ๆ เช่น การโอนกรรมสิทธิ์หรือการขอสินเชื่อได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

โฉนดครุฑแดง หรือโฉนดที่ดิน (น.ส.4 จ.) คือเอกสารสิทธิที่มีความสมบูรณ์ที่สุด ออกโดยกรมที่ดิน เพื่อรับรองกรรมสิทธิ์ในที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีการรังวัดกำหนดแนวเขต และพิกัดที่ชัดเจน พร้อมปักหลักหมุดในพื้นที่จริง ทำให้สามารถตรวจสอบตำแหน่ง และขอบเขตของที่ดินได้อย่างแม่นยำ จึงเป็นเอกสารที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการซื้อขายบ้าน และที่ดิน
โฉนดครุฑแดงซื้อขาย และโอนกรรมสิทธิ์ได้
โฉนดครุฑแดงจดจำนองเพื่อใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อได้
ให้เช่า ให้เช่าซื้อ หรือโอนให้ผู้อื่นได้
ยกให้ หรือส่งต่อเป็นมรดกได้
ใช้เป็นหลักฐานยืนยันกรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย
โฉนดครุฑแดง คือเอกสารสิทธิ์ที่สถาบันการเงินส่วนใหญ่ยอมรับในการยื่นขอสินเชื่อบ้าน หรือสินเชื่อที่ดิน
แนวเขตที่ดินผ่านการรังวัดอย่างเป็นทางการ จึงลดโอกาสเกิดข้อพิพาทเรื่องเขตแดน
สามารถตรวจสอบข้อมูลกรรมสิทธิ์ และภาระผูกพันของที่ดินได้ที่สำนักงานที่ดิน
แม้จะเป็นโฉนดที่มีกรรมสิทธิ์สมบูรณ์ แต่ควรตรวจสอบว่าที่ดินติดจำนอง ถูกอายัด หรือมีภาระจำยอมก่อนซื้อทุกครั้ง
ควรตรวจสอบแนวเขตจริงให้ตรงกับข้อมูลในโฉนดเพื่อป้องกันปัญหาข้อพิพาทกับที่ดินข้างเคียง
หากปล่อยให้ผู้อื่นครอบครองที่ดินโดยสงบ เปิดเผย และเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันครบ 10 ปี อาจเสี่ยงถูกครอบครองปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จึงควรเข้าไปดูแลที่ดินอย่างสม่ำเสมอ
ที่มา: ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 58-59
โฉนดครุฑเขียว หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) คือเอกสารที่รับรองว่าผู้ถือครองมีสิทธิครอบครอง และทำประโยชน์ในที่ดิน โดยที่ดินผ่านการรังวัดด้วยระบบที่มีความแม่นยำ และสามารถระบุแนวเขตได้ค่อนข้างชัดเจน แม้จะยังไม่ใช่โฉนดที่ดิน แต่สามารถยื่นขอออกโฉนดได้เมื่อมีคุณสมบัติครบตามที่กฎหมายกำหนด
โฉนดครุฑเขียวซื้อขายหรือโอนสิทธิได้
โฉนดครุฑเขียวจดจำนองกับสถาบันการเงินได้ในหลายกรณี (ขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ของแต่ละสถาบัน)
ยกให้หรือรับมรดกได้
ขอเปลี่ยนเป็นโฉนดที่ดินได้ หากเข้าเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
โฉนดครุฑเขียวแม้จะซื้อขายได้ แต่ยังไม่ใช่เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์เต็มรูปแบบเหมือนโฉนด น.ส.4 จ.
การออกโฉนดต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนของกรมที่ดิน
ผู้ซื้อควรตรวจสอบข้อมูลที่สำนักงานที่ดินก่อนทำธุรกรรมทุกครั้ง
สถาบันการเงินแต่ละแห่งอาจกำหนดเงื่อนไขการรับจำนองแตกต่างกัน
ควรตรวจสอบตำแหน่ง แนวเขต และสถานะของที่ดินก่อนซื้อเพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมายในอนาคต
น.ส.3 ก. บางแปลงที่ออกในพื้นที่ป่าสงวน/เขตที่ไม่มีหลักฐานการทำประโยชน์ก่อนประกาศเขตป่า อาจถูกอธิบดีกรมที่ดินสั่งเพิกถอนได้ภายหลัง
โฉนดครุฑดำ หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 และ น.ส.3 ข.) คือเอกสารที่รับรองสิทธิในการครอบครอง และทำประโยชน์ในที่ดินเช่นเดียวกับ น.ส.3 ก. แต่มีความแตกต่างในเรื่องการกำหนดตำแหน่ง และแนวเขต เพราะออกให้ในท้องที่ที่ยังไม่มีระวางรูปถ่ายทางอากาศ แผนที่จึงเป็นแบบรูปลอยที่อ้างอิงจากต้นไม้ หรือสิ่งที่สังเกตได้ในบริเวณนั้น โดยเฉพาะน.ส.3 ข.ซึ่งอ้างอิงแนวเขตจากระวาง หรือหลักฐานเดิม ทำให้ความแม่นยำอาจน้อยกว่าโฉนด และน.ส.3 ก.
โฉนดครุฑดำซื้อขาย หรือโอนสิทธิได้ตามกฎหมาย
ยื่นขอออกโฉนดได้ หากผ่านการรังวัด และเข้าเงื่อนไขที่กำหนด
ยกให้ หรือรับมรดกได้
โฉนดครุฑดำไม่ใช่เอกสารกรรมสิทธิ์เต็มรูปแบบ
ก่อนออกโฉนด จะต้องผ่านการรังวัด และตรวจสอบแนวเขตจากกรมที่ดิน
บางสถาบันการเงินอาจไม่รับจำนอง หรือกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม
มีโอกาสเกิดข้อพิพาทเรื่องแนวเขตมากกว่าโฉนดที่ดิน
ควรให้เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินตรวจสอบข้อมูล และรังวัดก่อนตัดสินใจซื้อ
หากเป็นการซื้อขายที่ดินมูลค่าสูง ควรตรวจสอบสถานะเอกสาร และภาระผูกพันอย่างละเอียด
ที่มา: กฎกระทรวงฉบับที่ 43 (พ.ศ. 2537)
โฉนดครุฑน้ำเงิน หรือ ส.ป.ก. 4-01 คือเอกสารที่ออกโดยสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เพื่อจัดสรรที่ดินให้เกษตรกรใช้ประกอบอาชีพ โดยผู้ได้รับสิทธิสามารถเข้าทำประโยชน์ในที่ดินได้ แต่ไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในลักษณะเดียวกับโฉนดที่ดิน
ใช้ที่ดินเพื่อทำการเกษตรตามวัตถุประสงค์ของ ส.ป.ก.
โฉนดครุฑน้ำเงินส่งต่อสิทธิให้ทายาทได้ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
ขอรับความช่วยเหลือ หรือสิทธิประโยชน์ด้านการเกษตรตามเงื่อนไขของภาครัฐ
ตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 มาตรา 39 ห้ามซื้อขาย โอน หรือจำนองที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 ให้บุคคลอื่นโดยเด็ดขาด ยกเว้นตกทอดเป็นมรดกแก่ทายาทที่เป็นเกษตรกรตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดเท่านั้น
ไม่สามารถเปลี่ยนวัตถุประสงค์การใช้ที่ดินได้ตามอำเภอใจ
การใช้ประโยชน์ต้องเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดิน
การซื้อขายที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 ระหว่างบุคคลทั่วไปถือเป็นโมฆะทันทีตามกฎหมาย ผู้ซื้อไม่มีสิทธิเรียกร้องใด ๆ แม้จะจ่ายเงินไปแล้ว จึงไม่ควรซื้อขายที่ดินประเภทนี้นอกช่องทางที่กฎหมายกำหนด
ผู้ซื้อควรตรวจสอบประเภทเอกสารสิทธิให้ชัดเจนก่อนวางเงินมัดจำ หรือทำสัญญา
ไม่ควรเข้าใจผิดว่าที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 มีสถานะเทียบเท่าโฉนดที่ดิน เพราะสิทธิในการใช้ และการโอนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจุบันมีนโยบายให้เกษตรกรที่ถือ ส.ป.ก. 4-01 และทำประโยชน์ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 10 ปี ยื่นขอเปลี่ยนเป็น "โฉนดเพื่อเกษตรกรรม" ได้ แต่ยังห้ามซื้อขายภายใน 5 ปีแรกนับจากวันที่ได้รับโฉนด หากจำเป็นต้องขายหรือจำนองก่อนกำหนด ต้องดำเนินการผ่านธนาคารที่ดินเท่านั้น
ที่มา: พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
สรุปความต่างของโฉนดครุฑทั้ง 4 สีไว้ในตารางเดียว เพื่อใช้เทียบก่อนตัดสินใจ

ที่มา: CBRE

การซื้อบ้าน หรือที่ดินเป็นการลงทุนที่มีมูลค่าสูง นอกจากตรวจสอบทำเล ราคา และสภาพทรัพย์แล้ว การตรวจสอบโฉนดหรือเอกสารสิทธิก็เป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาทางกฎหมาย ข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ และอุปสรรคในการโอน หรือขอสินเชื่อในอนาคต โดยมีสิ่งที่ควรตรวจสอบ ดังนี้
ตรวจสอบว่าเป็นโฉนดที่ดินครุฑแดง (น.ส.4 จ.) หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก., น.ส.3 หรือ น.ส.3 ข.) หรือ ส.ป.ก. 4-01 เนื่องจากเอกสารแต่ละประเภทให้สิทธิ์ในการครอบครอง การซื้อขาย และการโอนแตกต่างกัน
ชื่อในเอกสารสิทธิ์ควรตรงกับผู้ขาย หากเป็นการซื้อผ่านตัวแทน หรือมีผู้รับมอบอำนาจ ควรตรวจสอบหนังสือมอบอำนาจ และเอกสารประกอบให้ครบถ้วน เพื่อป้องกันการแอบอ้างสิทธิ์
ขอตรวจสอบสารบัญจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน เพื่อดูว่าที่ดินติดจำนอง ถูกอายัด มีภาระจำยอม หรือมีข้อจำกัดทางกฎหมายอื่น ๆ หรือไม่ เพราะภาระผูกพันเหล่านี้อาจส่งผลต่อสิทธิของผู้ซื้อในอนาคต
เปรียบเทียบข้อมูลในโฉนดกับสภาพพื้นที่จริงว่าตรงกันหรือไม่ หากแนวเขตไม่ชัดเจน หรือมีข้อสงสัย ควรขอให้สำนักงานที่ดินดำเนินการรังวัดก่อนทำสัญญาซื้อขายเพื่อลดความเสี่ยงจากข้อพิพาทกับที่ดินข้างเคียง
แม้จะถือครองกรรมสิทธิ์ในที่ดิน แต่พื้นที่บางแห่งอาจมีข้อกำหนดด้านผังเมือง เขตอนุรักษ์ หรือข้อจำกัดในการก่อสร้าง การตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้ล่วงหน้าจะช่วยให้มั่นใจว่าสามารถใช้ประโยชน์จากที่ดินได้ตามวัตถุประสงค์
หากวางแผนขอสินเชื่อเพื่อซื้อบ้านหรือที่ดิน ควรตรวจสอบว่าเอกสารสิทธิประเภทนั้นเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสถาบันการเงิน หรือไม่ เนื่องจากเอกสารสิทธิ์บางประเภทอาจมีเงื่อนไขในการรับเป็นหลักประกันที่แตกต่างกัน
การตรวจสอบโฉนดอย่างละเอียดก่อนซื้อ แม้อาจใช้เวลาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาทางกฎหมาย และค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ทำให้การซื้อบ้าน หรือที่ดินเป็นไปอย่างมั่นใจ และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
การทำความเข้าใจความแตกต่างของโฉนดครุฑแดง ครุฑเขียว ครุฑดำ และครุฑน้ำเงิน เป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ที่กำลังวางแผนซื้อบ้าน หรือที่ดิน เพราะเอกสารสิทธิแต่ละประเภทมีระดับสิทธิ ข้อจำกัดในการซื้อขาย การโอนกรรมสิทธิ์ และการใช้เป็นหลักประกันสินเชื่อแตกต่างกัน หากต้องการความมั่นใจในการทำธุรกรรมโฉนดครุฑแดง (น.ส.4 จ.) ถือเป็นเอกสารสิทธิที่มีกรรมสิทธิ์สมบูรณ์ ได้รับการยอมรับในการซื้อขาย และโอนกรรมสิทธิ์อย่างแพร่หลาย
สำหรับผู้ที่อยากมีบ้านเป็นของตัวเอง แต่ยังไม่พร้อมยื่นกู้หรือเคยกู้ไม่ผ่าน โมเดลเช่าเพื่อซื้อ (Rent-to-Own) ของ JUZMATCH (จัซแมทช์) เป็นอีกทางเลือกที่สามารถย้ายเข้าอยู่อาศัยได้ก่อน พร้อมวางแผนเตรียมความพร้อมด้านเครดิตเพื่อขอสินเชื่อในอนาคต โดยทรัพย์ และโครงการที่เข้าร่วมโครงการเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่มีกรรมสิทธิ์เป็นโฉนดครุฑแดง (น.ส.4 จ.) ซึ่งสามารถซื้อขาย และโอนกรรมสิทธิ์ได้ตามกฎหมาย ช่วยให้ผู้ซื้อมั่นใจในสถานะของเอกสารสิทธิ์ พร้อมมีทางเลือกในการเป็นเจ้าของบ้านเมื่อมีความพร้อมทางการเงินมากขึ้น
A: ได้ในหลายกรณี เนื่องจาก น.ส.3 ก. เป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่สามารถซื้อขาย โอนสิทธิ และจดจำนองได้ตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม การรับเป็นหลักประกันจะขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์การพิจารณาของสถาบันการเงินแต่ละแห่ง เช่น ทำเล มูลค่าที่ดิน ความชัดเจนของเอกสาร และผลการประเมินราคาทรัพย์สิน ดังนั้นควรสอบถามเงื่อนไขกับธนาคารก่อนยื่นขอสินเชื่อ
A: หากที่ดินอยู่ในพื้นที่ที่กรมที่ดินสามารถออกโฉนดได้ และมีคุณสมบัติครบตามหลักเกณฑ์ ผู้ถือสิทธิสามารถยื่นคำขอออกโฉนดที่สำนักงานที่ดินในพื้นที่ได้ โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบเอกสาร รังวัดที่ดิน และประกาศตามขั้นตอนของกฎหมาย ระยะเวลาดำเนินการจะแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ขึ้นอยู่กับความพร้อมของข้อมูล จำนวนคำขอ และขั้นตอนการรังวัด จึงไม่สามารถระบุระยะเวลาที่แน่นอนได้
A: ไม่ได้ เนื่องจาก ส.ป.ก. 4-01 เป็นเอกสารที่ให้สิทธิในการใช้ประโยชน์เพื่อการเกษตร ไม่ใช่กรรมสิทธิ์ในที่ดินเหมือนโฉนดครุฑแดง (น.ส.4 จ.) การซื้อขาย หรือโอนสิทธิให้บุคคลทั่วไปจึงไม่สามารถทำได้ตามกฎหมาย เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนด เช่น การตกทอดแก่ทายาทหรือการดำเนินการตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.)
A: วิธีที่ปลอดภัยที่สุด คือขอตรวจสอบข้อมูลกับสำนักงานที่ดินในพื้นที่ที่ที่ดินตั้งอยู่ โดยสามารถตรวจสอบรายละเอียดสำคัญ เช่น ชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ เลขที่โฉนด เลขที่ดิน ภาระผูกพัน และประวัติการจดทะเบียน นอกจากนี้ควรตรวจสอบว่าข้อมูลในโฉนดตรงกับสภาพที่ดินจริง และหลีกเลี่ยงการซื้อขายโดยอาศัยเพียงสำเนาเอกสาร หรือภาพถ่ายโฉนดโดยไม่ได้ตรวจสอบกับหน่วยงานราชการ
A: ด้านหลังโฉนด หรือสารบัญจดทะเบียนเป็นส่วนที่บันทึกประวัติการทำนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดิน ซึ่งควรตรวจสอบอย่างละเอียด ได้แก่
รายชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ปัจจุบัน
ประวัติการโอนกรรมสิทธิ์
การจดจำนองกับสถาบันการเงิน
ภาระจำยอม เช่น สิทธิทางผ่านหรือการใช้ประโยชน์ร่วมกัน
การอายัดหรือข้อจำกัดทางกฎหมายอื่น ๆ
หากพบรายการที่ไม่เข้าใจหรือมีข้อสงสัย ควรสอบถามเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินก่อนทำสัญญาซื้อขายหรือโอนกรรมสิทธิ์เพื่อให้มั่นใจว่าทรัพย์สินไม่มีภาระที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้ซื้อในอนาคต
ป้ายกำกับ:

JUZMATCH คืออะไร รู้ครบจบที่เดียว เกี่ยวกับจัซแมทช์ และโมเดลนวัตกรรมเช่าเพื่อซื้อ Highlight จัซแ...

กู้บ้านไม่ผ่านทำไงดี? Home Loan 101 รู้ครบก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน Highlight การกู้ซื้อบ้านไม่ใช่เรื...

ทางเลือกการลงทุน (Alternative Investment) คิดจะลงทุนอสังหาฯ ทำไมต้องลงทุนกับ JUZMATCH Highlight ...