มือใหม่ต้องรู้ ลงทุนระยะสั้น VS ลงทุนระยะยาวต่างกันยังไง? | JUZMATCH

เผยแพร่เมื่อ 8 มิ.ย. 2569

Blog Image

มือใหม่เริ่มลงทุน ลงทุนระยะสั้น VS ลงทุนระยะยาว จัดพอร์ตอย่างไรให้เติบโต

Highlight

 

ในสภาพเศรษฐกิจที่มีความผันผวน อีกทั้งยังสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อเศรษฐกิจในประเทศไทย ส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อชะงักงัน (Stagflation) การฝากเงินไว้ในบัญชีออมทรัพย์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะสู้กับภาวะเงินเฟ้อ ที่ทำให้มูลค่าของเงินน้อยลงเรื่อย ๆ การลงทุนจึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นคงและมั่งคั่งให้กับการเงินในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนเพื่อมีบ้านเป็นของตัวเอง การเตรียมความพร้อมเกษียณอายุ หรือการสร้างกระแสเงินสดต่อเนื่อง การเข้าใจความแตกต่างระหว่างการลงทุนระยะยาว และการลงทุนระยะสั้น จะช่วยให้เราเลือกวางเงินได้ถูกที่ ถูกเวลา และตรงกับเป้าหมายที่ต้องการมากที่สุด เพื่อให้เงินทำงานแทนเราได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

การลงทุนระยะสั้น คืออะไร?

การลงทุนระยะสั้น คือ การนำเงินไปวางในสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง โดยมีระยะเวลาถือครองตั้งแต่เพียง 1 วัน ไปจนถึงไม่เกิน 1 - 3 ปี ซึ่งเป้าหมายหลักของการลงทุนระยะสั้นคือ การพักเงินสด เพื่อรอโอกาสอื่น หรือเพื่อทำกำไรจากความผันผวนของราคาในระยะเวลาอันสั้น เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ ช่วยให้เราสามารถรักษาอำนาจซื้อของเงินในมือให้ยังคงอยู่ครบถ้วนเมื่อถึงเวลาที่ต้องนำออกมาใช้จ่ายตามแผนการที่วางไว้

สินทรัพย์ที่เหมาะกับการลงทุนระยะสั้นมีอะไรบ้าง?

เงินฝากประจำระยะสั้น 3 - 6 เดือน

เงินฝากประจำเป็นการลงทุนระยะสั้นที่มีความปลอดภัยที่สุด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความแน่นอนสูง โดยธนาคารจะกำหนดผลตอบแทนเป็นอัตราดอกเบี้ย มีความเสี่ยงต่ำมากเพราะได้รับความคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ข้อควรระวังคือสภาพคล่องที่ถูกจำกัดตามระยะเวลา หากถอนก่อนกำหนดอาจไม่ได้รับอัตราดอกเบี้ยตามที่ตกลงไว้ หรือได้รับเพียงอัตราดอกเบี้ยออมทรัพย์ปกติเท่านั้น

กองทุนรวมตลาดเงิน

กองทุนที่นำเงินไปลงทุนในเงินฝาก และตราสารหนี้ระยะสั้นที่มีความมั่นคงสูง สภาพคล่องที่เหนือกว่าเงินฝากประจำ เพราะสามารถขายคืน และได้รับเงินสดภายใน 1 วันทำการ (T+1) มีความผันผวนต่ำมาก เหมาะสำหรับการพักเงินเพื่อรอโอกาสลงทุนต่อ หรือใช้เป็นแหล่งเก็บเงินสำรองฉุกเฉินที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าบัญชีออมทรัพย์ทั่วไป

กองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น

กองทุนรวมตราสารหนี้เน้นลงทุนในตั๋วสัญญาใช้เงินหรือหุ้นกู้บริษัทเอกชนที่มีอายุไม่เกิน 1 ปี ให้โอกาสรับผลตอบแทนที่สูงกว่ากองทุนตลาดเงินเล็กน้อย แลกกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการลงทุน 6 เดือนถึง 1 ปี เพื่อเป้าหมายระยะสั้น เช่น การสะสมเงินเพื่อชำระค่าทำสัญญาอสังหาริมทรัพย์

สลากออมทรัพย์

สลากออมทรัพย์เป็นรูปแบบการออมที่ผสมผสานการลงทุนเข้ากับการลุ้นโชค โดยเงินต้นจะยังอยู่ครบเมื่อถือครองจนครบกำหนด แม้ผลตอบแทนในรูปของอัตราดอกเบี้ยจะค่อนข้างต่ำ แต่มีโอกาสได้รับเงินรางวัลก้อนใหญ่จากผลการออกรางวัลในแต่ละงวด เหมาะสำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้น้อยแต่ต้องการสร้างสีสันให้กับการออมเงิน

ตั๋วเงินคลัง

ตั๋วเงินคลังคือตราสารหนี้ระยะสั้นที่ออกโดยรัฐบาลเพื่อกู้ยืมเงินจากประชาชน มีความเสี่ยงการผิดนัดชำระหนี้จึงแทบจะเป็นศูนย์เนื่องจากมีรัฐบาลเป็นประกัน จะให้ผลตอบแทนเมื่อครบกำหนดตามมูลค่าหน้าตั๋ว เป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความนิยมสูงในช่วงที่ตลาดหุ้นมีความผันผวน เพื่อรักษาเงินต้นให้ปลอดภัยในระยะสั้น

การเก็งกำไรหุ้นรายวัน (Day Trade)

การเก็งกำไรหุ้นรายวัน เป็นการเทรดหุ้นในช่วงสั้น ๆ ที่เน้นทำกำไรจากส่วนต่างราคาหุ้นภายในวันเดียว โดยไม่ถือข้ามคืนเพื่อเลี่ยงความเสี่ยงจากข่าวสารช่วงตลาดปิด มีโอกาสสร้างกำไรในเวลาอันรวดเร็ว แต่ต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงที่สูงมาก และต้องใช้เวลาเฝ้าหน้าจอตลอดทั้งวัน ผู้ลงทุนจำเป็นต้องมีวินัยสูง และต้องพร้อมรับมือกับความผันผวนที่รุนแรง

ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล หรือคริปโตเคอร์เรนซี

คริปโตเคอร์เรนซีเป็นสินทรัพย์ที่มาแรงในยุคดิจิทัลด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน แต่มีความผันผวนของราคาสูงมากในระดับนาที ทำให้ได้ผลตอบแทนแบบก้าวกระโดด อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงก็สูงตามมา ทั้งเรื่องของช่องโหว่ทางเทคโนโลยี แพลตฟอร์มซื้อขาย และกฎหมายที่ยังเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง จึงควรลงทุนด้วยเงินเย็นที่พร้อมสูญเสียได้ทั้งจำนวน

การเทรดในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

การเก็งกำไรจากความเคลื่อนไหวของสกุลเงินโลก เช่น USD กับ THB หรือ EUR กับ USD มีสภาพคล่องสูงที่สุดในโลก และเปิดให้ซื้อขายได้เกือบตลอด 24 ชั่วโมง มักมีการใช้ Leverage เพื่อขยายผลกำไรจากเงินลงทุนจำนวนน้อย แต่ในทางกลับกันก็สามารถทำให้พอร์ตติดลบอย่างรวดเร็วได้เช่นกัน ต้องอาศัยความเข้าใจสถานการณ์เศรษฐกิจโลก

ซื้อขายใบจองคอนโดมิเนียม

การลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์แบบสั้นที่สุด โดยการจองโครงการใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมแล้วขายเปลี่ยนมือให้ผู้สนใจรายอื่นก่อนถึงกำหนดโอนกรรมสิทธิ์ หากเลือกทำเลดี และโครงการเด่น จะสามารถสร้างกำไรจากส่วนต่างราคาหลักหมื่นถึงหลักแสนได้ด้วยเงินลงทุนเพียงเล็กน้อย แต่มีความเสี่ยงหากขายไม่ออกก่อนกำหนดโอน ซึ่งอาจทำให้เราสูญเสียเงินจอง และค่าทำสัญญาไปทั้งหมด

 

ข้อดีและข้อจำกัดของการลงทุนระยะสั้นมีอะไรบ้าง?

ข้อดีของการลงทุนระยะสั้น

  • เห็นผลตอบแทนรวดเร็ว ไม่ต้องรอนานหลายปี
  • สภาพคล่องสูงมาก สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดมาใช้ได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
  • ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกในระยะยาวมีผลกระทบน้อยกว่าเพราะถือครองสั้น
  • เหมาะกับเป้าหมายการใช้เงินในเร็ววัน เช่น เก็บเงินเพื่อจ่ายค่าทำสัญญาซื้อบ้าน
  • เปิดโอกาสให้ขยับขยายเงินไปลงทุนในสิ่งใหม่ ๆ ได้บ่อยตามเทรนด์ตลาด

ข้อจำกัดของการลงทุนระยะสั้น

  • หากเน้นสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนที่ได้มักจะน้อยและอาจแพ้เงินเฟ้อได้ง่าย
  • สินทรัพย์เสี่ยงสูงมีความผันผวนรุนแรง มีโอกาสขาดทุนหนักในพริบตา
  • ต้องใช้เวลาในการติดตามข่าวสารและสภาวะตลาดอย่างใกล้ชิดเกือบตลอดเวลา
  • เสียโอกาสที่จะได้รับประโยชน์จากพลังของอัตราดอกเบี้ยทบต้น (Compound Interest)
  • มีค่าธรรมเนียมการซื้อขายบ่อยครั้ง ซึ่งอาจกัดกินกำไรที่ได้รับไป

การลงทุนระยะยาวดีไหม

การลงทุนระยะยาว คืออะไร?

การลงทุนระยะยาว คือ การถือครองสินทรัพย์ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาตั้งแต่ 3 - 5 ปีขึ้นไป หรือในบางกรณีอาจนานถึง 10 - 20 ปี โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อสร้างความมั่งคั่งอย่างเป็นระบบในระยะยาว เช่น การวางแผนเพื่อการเกษียณอายุ หรือการสร้าง Passive Income ที่ต่อเนื่อง และมั่นคง การลงทุนในรูปแบบนี้จะให้ความสำคัญกับการเติบโตของมูลค่าสินทรัพย์ และเงินปันผล โดยไม่หวั่นไหวไปกับเสียงรบกวน หรือความผันผวนของตลาดที่เกิดขึ้นในระยะสั้น

สินทรัพย์ที่เหมาะกับการลงทุนระยะยาวมีอะไรบ้าง?

สำหรับคนที่สนใจสินทรัพย์สำหรับการลงทุนระยะยาว แต่ไม่รู้ว่าจะลงทุนในอะไรดี และการลงทุนระยะยาวมีข้อดี ข้อจำกัดอย่างไร

หุ้น และกองทุนรวมหุ้น

หุ้น และกองทุนรวมหุ้นเป็นสินทรัพย์ที่ให้โอกาสรับผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง 8 - 12% ต่อปี จากกำไรส่วนต่างราคา และเงินปันผล แม้ในระยะสั้นจะมีความผันผวนรุนแรงตามสภาวะเศรษฐกิจ แต่ในระยะยาวมูลค่ามักเติบโตตามผลประกอบการของบริษัทที่ดี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสะสมความมั่งคั่ง และรับความเสี่ยงได้สูงเพื่อสร้างพอร์ตที่เติบโต

กองทุน RMF และ ThaiESG

กองทุน RMF เป็นหนึ่งในรูปแบบการลงทุนที่เหมาะสำคัญสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ต้องการวางแผนเกษียณพร้อมสิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยกองทุน RMF และ ThaiESG จะมีข้อกำหนดโดยการบังคับออมระยะยาวตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ช่วยให้เราลดหย่อนภาษีได้ และสร้างเงินก้อนโตไว้ใช้ยามชราผ่านนโยบายการลงทุนที่หลากหลายตามความเสี่ยงที่รับได้ เป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวทั้งเรื่องภาษี และความมั่นคง

พันธบัตรรัฐบาล และหุ้นกู้

สินทรัพย์ที่เน้นความปลอดภัย และรายได้ที่แน่นอนในรูปแบบอัตราดอกเบี้ยตามงวดเวลาที่กำหนด พันธบัตรรัฐบาลมีความเสี่ยงต่ำที่สุดเพราะมีรัฐค้ำประกัน ส่วนหุ้นกู้เอกชนให้ผลตอบแทนที่สูงขึ้นตามอันดับความน่าเชื่อถือ เหมาะสำหรับใช้เป็นฐานของพอร์ตการลงทุนระยะยาวเพื่อลดความผันผวน และสร้างกระแสเงินสดที่คาดการณ์ได้จริง ช่วยให้แผนการเงินมีความเสถียรภาพมากขึ้น

ทองคำ

ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ทั่วโลกให้การยอมรับว่าเป็น “Safe Haven” หรือสินทรัพย์ปลอดภัย มีคุณสมบัติในการรักษามูลค่า และป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อรวมถึงวิกฤตเศรษฐกิจโลก ในระยะยาวทองคำช่วยกระจายความเสี่ยงได้ดีเพราะราคามักเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้น การมีทองคำติดพอร์ตไว้จึงช่วยป้องกันอำนาจซื้อของเงินเราไม่ให้ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป

อสังหาริมทรัพย์

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เป็นหนึ่งในรูปแบบการลงทุนระยะยาวที่จับต้องได้ และมีความมั่นคงสูง เพราะมูลค่าของบ้าน และที่ดินมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามการพัฒนาทำเล นอกจากนี้ยังสามารถสร้าง Passive Income จากค่าเช่าได้สม่ำเสมอเป็นมรดกที่ส่งต่อความมั่งคั่งให้ครอบครัวได้จริง แต่สำหรับใครที่กังวลเรื่องสภาพคล่องหรือไม่อยากแบกภาระเงินลงทุนก้อนใหญ่ในระยะแรก ปัจจุบันก็มีโซลูชันการลงทุนอสังหาฯ ผ่านโมเดล 'การเช่าเพื่อซื้อ' เข้ามาช่วยทลายข้อจำกัดเหล่านี้ ทำให้คุณบริหารพอร์ตอสังหาฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเริ่มต้นได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

 

ข้อดีและข้อจำกัดของการลงทุนระยะยาวมีอะไรบ้าง?

ข้อดีของการลงทุนระยะยาว

  • ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด ยิ่งถือนานโอกาสขาดทุนยิ่งลดลง
  • ได้รับประโยชน์เต็มที่จากพลังของอัตราดอกเบี้ยทบต้น ทำให้เงินเติบโตแบบทวีคูณ
  • ไม่ต้องเฝ้าหน้าจอตลอดเวลา เหมาะสำหรับคนทำงานประจำที่มีเวลาน้อย
  • ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีในกองทุนประเภทพิเศษ
  • สร้างความมั่นใจในแผนการเงินระยะยาวได้อย่างเป็นรูปธรรม

ข้อจำกัดของการลงทุนระยะยาว

  • ต้องใช้ความอดทนสูงมาก เพราะจะไม่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนในช่วงแรก
  • สภาพคล่องค่อนข้างต่ำ หากจำเป็นต้องใช้เงินด่วนอาจต้องขายสินทรัพย์ในจังหวะที่ไม่ดี
  • เงินทุนอาจถูกล็อกไว้ด้วยเงื่อนไขทางภาษีหรือประเภทสัญญา
  • ต้องอาศัยวินัยในการลงทุนอย่างสม่ำเสมอเพื่อเป้าหมายที่วางไว้
  • สินทรัพย์บางประเภท เช่น อสังหาริมทรัพย์ ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ในการเริ่มต้น

เปรียบเทียบ ลงทุนระยะสั้น VS ลงทุนระยะยาว เลือกอะไรดี?

แจกเทคนิคการลงทุนสำหรับมือใหม่

เทคนิคเริ่มต้นลงทุนสำหรับมือใหม่มีอะไรบ้าง?

สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นเข้าสู่สนามการลงทุน ควรศึกษาประเภทสินทรัพย์ในการลงทุนแต่แบบให้รอบด้าน และควรมีเทคนิคพื้นฐานในการจัดการพอร์ตเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับการเงินของเรา

รู้จักตัวเองก่อน ประเมินความเสี่ยงที่รับได้

ก่อนจะควักเงินลงทุน เราควรทำแบบประเมินความเสี่ยง (Risk Profile) ก่อนเสมอ เพื่อหาจุดสมดุลของตัวเอง ลองถามตัวเองดูว่าหากมูลค่าการลงทุนลดลง 20% ในเวลาอันสั้น เราจะยังสามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ไหม จะรู้สึกกังวลหรือไม่ หากเรารับความเสี่ยงได้น้อยควรเน้นสัดส่วนในเงินฝาก หรือตราสารหนี้ แต่หากยอมรับความเสี่ยงได้มากเพื่อแลกกับโอกาสในการทำกำไรที่มากขึ้น ก็สามารถเพิ่มสัดส่วนในหุ้น หรือการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ได้ตามความเหมาะสม เพื่อให้การลงทุนไม่สร้างความเครียดให้กับการใช้ชีวิตประจำวัน

ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน

การลงทุนอย่างมีเป้าหมายช่วยให้เราไม่หลงทางท่ามกลางความผันผวนของตลาด และช่วยเปลี่ยนจากการออมเงินไปเรื่อย ๆ มาเป็นการวางแผนเพื่อความสำเร็จที่วัดผลได้ จับต้องได้จริง ซึ่งเป้าหมายในการลงทุนหลัก ๆ มีด้วยกัน 2 รูปแบบ คือ การลงทุนระยะสั้น (1-3 ปี) เช่น การเก็บเงินเพื่อจ่าย ค่าทำสัญญา ซื้อบ้าน หรือเงินสำรองฉุกเฉิน การลงทุนระยะสั้นจึงควรเลือกสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยสูงและถอนง่าย และเป้าหมายระยะยาว (5 ปีขึ้นไป) เช่น ทุนการศึกษาบุตรหรือการเกษียณ ควรเน้นสินทรัพย์ที่เน้นการเติบโตของราคาหรือสร้างรายได้ต่อเนื่อง เพื่อให้ผลตอบแทนนั้นทันกับค่าครองชีพในอนาคต ชนะเงินเฟ้อได้

จัดพอร์ตลงทุนแบบกระจายความเสี่ยง (Asset Allocation)

การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง อยู่ว่าจะเสี่ยงมาก หรือเสี่ยงน้อย ดังนั้นเราไม่ควรทุ่มเงินทั้งหมดลงในสินทรัพย์เพียงอย่างเดียว แต่ควรกระจายน้ำหนักตามสภาวะเศรษฐกิจ ตัวอย่างพอร์ตระยะสั้นที่ต้องการความปลอดภัยอาจกระจายเงินในกองทุนตลาดเงิน 20% และตราสารหนี้ 30% ที่เหลือเป็นหุ้นเพียงเล็กน้อยเพื่อให้มีลุ้นผลตอบแทน ส่วนพอร์ตระยะยาวที่เน้นการเติบโต อาจจัดสัดส่วนในหุ้นปันผล 30% และกองทุนรวมหุ้นต่าง ๆ อีก 40% เพื่อสร้างโอกาสในการสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยที่สูงขึ้นในระยะยาว

เริ่มต้นด้วยเงินน้อยและลงทุนสม่ำเสมอ (DCA)

การลงทุนสามารถเริ่มได้ในทันที ไม่จำเป็นต้องรอให้มีเงินก้อนจำนวนมาก ๆ ก่อนถึงจะเริ่มได้ ปัจจุบันเราสามารถเริ่มต้นลงทุนในกองทุนรวมได้ด้วยเงินเพียงหลักร้อยหรือหลักพันเท่านั้น และใช้เทคนิค DCA (Dollar Cost Averaging) คือ การทยอยลงทุนด้วยยอดเงินเท่า ๆ กันทุกเดือน วิธีนี้จะช่วยถัวเฉลี่ยต้นทุน และลดความกังวลในการจับจังหวะตลาดที่ผิดพลาด ทำให้เรามีวินัยในการออมเงินอย่างสม่ำเสมอ และเห็นพอร์ตค่อย ๆ เติบโตขึ้นอย่างมั่นคง

ศึกษาก่อนลงทุนเสมอ

ความเสี่ยงที่น่ากลัวที่สุดคือ การลงทุนในสิ่งที่เราไม่เข้าใจ เพราะจะทำให้เราพลาดได้ง่ายเพียงเพราะลงทุนตามกระแสแต่ไม่รู้จริง ดังนั้นเราต้องอ่านและทำความเข้าใจในการลงทุนประเภทที่สนใจ ดูความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ของผู้ออกหุ้นกู้ และติดตามข่าวสารเศรษฐกิจอย่างสม่ำเสมอ การลงทุนที่ดีเริ่มต้นจากความรู้ที่ถูกต้อง ไม่ใช่การทำตามคนอื่นหรือฟังเพียงคำบอกเล่ากำไรที่น่าตื่นตา การเข้าใจกลไกของผลตอบแทนและเงื่อนไขต่าง ๆ จะช่วยปกป้องเงินทุนของเราจากความเสียหายที่คาดไม่ถึงได้

อสังหาริมทรัพย์ การลงทุนระยะยาวที่จับต้องได้กับ JUZMATCH (จัซแมทช์)

อสังหาริมทรัพย์ถือเป็นหนึ่งในรูปแบบการลงทุนระยะยาว ที่ได้รับความนิยมสูงสุดตลอดกาล เนื่องจากมูลค่าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีศักยภาพในการสร้างรายได้จากค่าเช่า แต่ข้อจำกัดสำคัญคือต้องใช้เงินลงทุนสูงและมีสภาพคล่องต่ำ ทำให้หลายคนเข้าไม่ถึงโอกาสนี้

สำหรับใครที่มองหาทางเลือกที่แตกต่าง JUZMATCH (จัซแมทช์) คือ แพลตฟอร์มโซลูชันอสังหาริมทรัพย์แนวใหม่ในรูปแบบเช่าเพื่อซื้อ (Rent-to-Own) ที่เปลี่ยนการลงทุนอสังหาฯ ให้เข้าถึงง่าย และยืดหยุ่นกว่าเดิม โดยเปิดโอกาสให้นักลงทุนเลือกสร้างผลตอบแทนได้ 2 รูปแบบตามความเหมาะสมของแผนการเงิน

  • ลงทุนด้วยเครดิต เน้นการบริหารวงเงินสินเชื่อที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดโดยไม่ต้องควักเงินสด รับผลตอบแทนเริ่มต้น 6% ต่อสัญญาแบบจ่ายเงินก้อนครั้งเดียว
  • ลงทุนด้วยเงินสด สำหรับผู้ที่มีเงินเย็นและต้องการเป็นเจ้าของทรัพย์เพื่อปล่อยเช่าเพื่อซื้อ รับผลตอบแทนในรูปแบบ Yield และ Capital Gain เริ่มต้น 7% ต่อปี จ่ายเป็นรายเดือนอย่างสม่ำเสมอ
โมเดลนี้จึงตอบโจทย์ทั้งการสร้างกระแสเงินสดและการทำกำไรในระยะยาว พร้อมมีสินทรัพย์ค้ำประกันที่มั่นคง การเลือกระหว่างการลงทุนระยะสั้นและลงทุนระยะยาว ขึ้นอยู่กับเป้าหมายทางการเงินและความพร้อมของแต่ละบุคคล การลงทุนสั้นช่วยเรื่องสภาพคล่อง ส่วนการลงทุนยาวช่วยสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน การจัดพอร์ตที่สมดุลโดยมีทั้งแบบระยะสั้นและแบบระยะยาวควบคู่กันไปที่สำคัญการเริ่มต้นอย่างมีวินัยคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยสร้างพอร์ตที่มีความมั่นคง  

สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่สนใจอสังหาริมทรัพย์ แต่ยังติดอุปสรรคเรื่องเงินก้อนที่ต้องใช้สูง ข้อจำกัดในการขอสินเชื่อ หรือความไม่มั่นใจในการบริหารจัดการทรัพย์ JUZMATCH (จัซแมทช์) คือโซลูชันทางเลือกในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ช่วยทลายอุปสรรคเดิม ๆ ผ่านการลงทุนอสังหาฯโมเดลเช่าเพื่อซื้อ ที่มีผู้เช่าที่พร้อมที่จะซื้อทรัพย์สินนั้น ๆ ในอนาคต พร้อมทีมงานมืออาชีพในการดูแลบริหารจัดการทรัพย์สินให้ตลอดระยะสัญญา ทำให้คุณเริ่มต้นลงทุนได้ทันที โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเงินก้อน ไม่ต้องกังวลเรื่องการบริหารจัดการ และสามารถสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาวให้กับคุณและครอบครัวได้ 

 

คำถามที่พบบ่อย

สำหรับหลายคนคงยังมีข้อสงสัย และคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนทั้งการลงทุนระยะสั้น และการลงทุนระยะยาว ซึ่งจัซแมทช์ได้รวมคำถามยอดฮิตพร้อมคำตอบมาให้แล้ว

Q: ลงทุนระยะยาวกับลงทุนระยะสั้นต่างกันอย่างไร?

A: การลงทุนระยะยาวกับการลงทุนระยะสั้น ต่างกันที่ระยะเวลาและเป้าหมาย การลงทุนสั้น (ต่ำกว่า 3 ปี) เน้นสภาพคล่องและกำไรเร็ว ส่วนการลงทุนยาว (3 - 5 ปีขึ้นไป) เน้นการเติบโตทบต้นและลดความเสี่ยงจากความผันผวนเพื่อสร้างความมั่นคงในอนาคต

Q: มือใหม่ควรเริ่มลงทุนแบบไหนก่อน?

A: มือใหม่ควรเริ่มจากการศึกษาการลงทุนให้เข้าใจอย่างรอบคอบ และเริ่มต้นลงทุนจากเงินจำนวนน้อยในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำและสภาพคล่องสูงก่อน เช่น กองทุนรวมตลาดเงิน พร้อมกับศึกษาหาความรู้เพื่อขยับขยายไปสู่สินทรัพย์ที่เติบโตสูงขึ้นตามความเข้าใจและความเสี่ยงที่รับได้

Q: ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ถือเป็นการลงทุนระยะยาวไหม?

A: การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ถือเป็นการลงทุนระยะยาวที่มั่นคงมาก เพราะมูลค่าที่ดินและบ้านมักจะเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา อีกทั้งยังสามารถปล่อยเช่าเพื่อสร้าง Passive Income ในระยะยาวได้ดีกว่าสินทรัพย์ทางการเงินหลายประเภท

Q: ควรจัดพอร์ตลงทุนอย่างไรให้สมดุล? [H3]

A: ควรจัดพอร์ตลงทุนโดยใช้หลัก Asset Allocation โดยกระจายเงินไปในหลายประเภทสินทรัพย์ เช่น หุ้น 40% ตราสารหนี้ 30% อสังหาฯ หรือสินทรัพย์ทางเลือก 20% และเงินสด 10% ทั้งนี้ต้องปรับเปลี่ยนตามช่วงอายุและระดับความเสี่ยงที่แต่ละคนรับได้ควบคู่กันไป

Q: อยากลงทุนอสังหาฯ แต่เงินไม่ถึง ทำอย่างไรได้บ้าง?

A: หากคุณมีเป้าหมายอยากเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนแต่ยังไม่มีเงินสดก้อนใหญ่ โซลูชันจาก JUZMATCH (จัซแมทช์) ช่วยให้คุณเข้าถึงโอกาสนี้ได้ง่ายขึ้นผ่านการ "ขอสินเชื่อธนาคารหรือวงเงินกู้ธนาคาร" เพื่อเข้าถือครองกรรมสิทธิ์แทนการใช้เงินสดเต็มจำนวน และมีความแตกต่างจากการลงทุนอสังหาฯ ปล่อยเช่าโดยทั่วไป คือ มีผู้เช่าคุณภาพที่พร้อมที่จะซื้อทรัพย์สินนั้น ๆ ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มสัญญา และได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนอสังหาฯ ผ่าน JUZMATCH (จัซแมทช์) ได้ตั้งแต่เริ่มสัญญา เลือกรับผลตอบแทนเป็นเงินก้อน หรือแบบรายเดือนก็ได้ ทำให้คุณเริ่มต้นปั้นพอร์ตอสังหาฯ ได้โดยไม่ต้องรอเก็บเงินก้อนนานหลายปี

ป้ายกำกับ:

แชร์:

บทความอื่นๆ