เผยแพร่เมื่อ 4 พ.ย. 2569

ย่าน CBD คืออะไร? อัปเดตทำเล CBD ในไทย พร้อมสาเหตุที่ทำให้ราคาที่ดินสูง
Highlight
CBD คืออะไร เป็นหนึ่งในสิ่งที่เมื่อพูดถึงการเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์ หรือการหาทำเลที่ตั้งสำนักงาน มักจะทำให้หลายคนสงสัยอยู่เสมอ โดยเฉพาะสำหรับคนที่เพิ่งเข้าสู่โลกของอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งทำไมพื้นที่ในโซนนี้ถึงน่าสนใจ และมีราคาที่ดินพุ่งสูงอย่างต่อเนื่องจนแตะสถิติใหม่ทุกปี บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกว่าย่าน CBD คืออะไรให้มากขึ้น พร้อมอัปเดตทำเลทองประจำปี 2569 เพื่อให้คุณมองภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างเข้าใจที่สุด
CBD คืออะไร?
Central Business District หรือ CBD คือ "ย่านศูนย์กลางธุรกิจ" ของเมืองหรือประเทศนั้น ๆ ซึ่งเปรียบเสมือนหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ที่เป็นจุดศูนย์รวมของกิจกรรมทางการค้า การเงิน การลงทุน และนวัตกรรมใหม่ ๆ ทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในพื้นที่ต่อวันในระดับมหาศาล ดังนั้น ในเชิงภูมิศาสตร์ย่าน CBD จึงมักจะตั้งอยู่ในจุดกึ่งกลางของความเจริญ และเต็มไปด้วยตึกระฟ้า ศูนย์การค้าชั้นนำ หรือโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติ สะท้อนถึงการเข้าถึงโอกาสทางธุรกิจและการใช้ชีวิตที่เหนือระดับกว่าทำเลอื่น ๆ อย่างชัดเจน

องค์ประกอบที่ทำให้พื้นที่หนึ่งกลายเป็นย่าน CBD มีอะไรบ้าง?
การที่ทำเลใดทำเลหนึ่งจะถูกยกระดับขึ้นมากลายเป็นย่านศูนย์กลางธุรกิจได้อย่างสมบูรณ์แบบนั้น จะต้องประกอบไปด้วยโครงสร้างพื้นฐาน ปัจจัยทางเศรษฐกิจ และการผังเมืองที่หล่อหลอมรวมกันอย่างครบถ้วน ซึ่งหากสงสัยว่าสิ่งที่ย่าน CBD จะต้องมีคืออะไร หลัก ๆ จะเป็นสิ่งต่าง ๆ ต่อไปนี้
มีอาคารสำนักงานเกรด A กระจุกตัวหนาแน่นที่สุดในเมือง
สิ่งที่แสดงความเป็นศูนย์กลางของ CBD คือ จะต้องเป็นจุดหมายปลายทางแรกที่บริษัทข้ามชาติและองค์กรขนาดใหญ่เลือกตั้งสำนักงานใหญ่ ทำให้มักเต็มไปด้วยอาคารสำนักงานระดับพรีเมียม ซึ่งเป็นอาคารที่ถูกออกแบบมาด้วยมาตรฐานระดับสากล มีเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน ระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด และมีระบบปรับอากาศที่ทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมดึงดูดแรงงานทักษะสูงให้หลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่ทุกวัน
ราคาที่ดินสูงสุดของเมือง และลดหลั่นลงเมื่อออกห่างจากศูนย์กลาง
ในทางเศรษฐศาสตร์ราคาที่ดิน คือดัชนีชี้วัดความเป็น CBD ที่เที่ยงตรงที่สุด โดยพื้นที่บริเวณนี้มักจะมีการประมูลหรือซื้อขายที่ดินกันในราคาที่ทำลายสถิติของประเทศเสมอ เนื่องจากผู้ประกอบการยินดีจ่ายในราคาสูงลิ่ว เพื่อแลกกับผลตอบแทนทางธุรกิจที่จะได้รับ
ผังเมืองอนุญาตให้พัฒนาได้หนาแน่นที่สุด (FAR)
หนึ่งสิ่งที่มีผลต่อการเกิด CBD คือ การวางผังเมืองของภาครัฐ โดยพื้นที่เหล่านี้มักจะถูกระบุให้เป็น "พื้นที่สีแดง หรือพานิชยกรรมหนาแน่น” ซึ่งให้อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน (Floor Area Ratio หรือ FAR) สูงที่สุดในเมือง หมายความว่า หากนักลงทุนซื้อที่ดินมา 1 ไร่ จะได้รับการอนุญาตตามกฎหมายให้สามารถสร้างอาคารสูงระฟ้า ที่มีพื้นที่ใช้สอยได้มากกว่าการสร้างในโซนอื่น ๆ เพื่อใช้ประโยชน์จากที่ดินที่มีราคาแพงให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด
เป็นจุดตัดของระบบขนส่งมวลชน ไม่ใช่แค่ "มีรถไฟฟ้าผ่าน"
ทำเล CBD ที่แท้จริงต้องเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านการเดินทาง หรือที่เรียกว่าสถานีเชื่อมต่อ โดยที่การมีรถไฟฟ้าพาดผ่านเพียงสายเดียวอาจไม่เพียงพอ แต่ต้องเป็นจุดที่ระบบขนส่งมวลชนเส้นทางหลักหลายสายมาบรรจบกัน เช่น การตัดกันของ BTS และ MRT รวมถึงเชื่อมต่อกับทางด่วนสายหลัก เพื่อรองรับการเคลื่อนย้ายของประชากร ที่เดินทางเข้ามาทำงานและจับจ่ายใช้สอยในช่วงเร่งด่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มีสำนักงานใหญ่ สถาบันการเงิน และสถานทูตกระจุกในรัศมีเดียวกัน
ภาพจำของย่านธุรกิจ คือความน่าเชื่อถือและความมั่นคงระดับชาติ ดังนั้น การมีสถาบันการเงินขนาดใหญ่ ธนาคารแห่งชาติ สำนักงานใหญ่ของบริษัทมหาชนระดับท็อป และสถานเอกอัครราชทูตของประเทศมหาอำนาจตั้งอยู่รวมกันอย่างหนาแน่น จึงเป็นเครื่องการันตีถึงความปลอดภัยสูงสุด เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และภาพลักษณ์ที่หรูหราของย่านนั้น
ประชากรกลางวันสูงกว่าประชากรกลางคืนหลายเท่า
หากกล่าวถึงหนึ่งในเอกลักษณ์เฉพาะตัวของย่าน CBD ว่าคืออะไร แน่นอนว่าจะต้องเป็นการมีประชากรในพื้นที่ที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้วในแต่ละช่วงเวลาของวัน โดยในช่วงเวลากลางวันของวันทำงานปกติ พื้นที่จะเนืองแน่นไปด้วยพนักงานออฟฟิศ นักธุรกิจ และนักลงทุน ทำให้ร้านอาหารและร้านค้าคึกคักถึงขีดสุด แต่เมื่อถึงเวลากลางคืนหรือวันหยุดสุดสัปดาห์ ความหนาแน่นของประชากรจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากคนส่วนใหญ่เดินทางกลับสู่ย่านที่พักอาศัยรอบนอก
รวมทำเลย่าน CBD ในกรุงเทพฯ อัปเดต 2569 มีที่ไหนบ้าง?
ในมหานครที่เติบโตอย่างไม่หยุดนิ่งอย่างกรุงเทพมหานคร ได้มีการพัฒนาระบบรางและการลงทุนเมกะโปรเจกต์ของภาคเอกชน ทำให้เกิดการขยายตัวและยกระดับพื้นที่ CBD อย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันจะแบ่งออกมาได้เป็น 4 โซนหลัก ดังนี้
1. Central Business District (CBD) ดั้งเดิม
CBD ดั้งเดิม คือ ศูนย์กลางธุรกิจระดับ Prime Area ของกรุงเทพฯ ที่มีความคลาสสิก มั่นคง และทรงอิทธิพลที่สุดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยย่านสีลม และสาทรเปรียบเสมือนวอลล์สตรีทของไทยที่เป็นศูนย์รวมสถาบันการเงิน ย่านเพลินจิต-วิทยุ คือที่สุดแห่งความลักชัวรีและที่ดินราคาสูง ในขณะที่ย่านพระราม 4 กำลังถูกพลิกโฉมด้วยโครงการ Mixed-use ระดับ Mega Project ระดับโลกอย่าง One Bangkok และ Dusit Central Park ที่ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนมหาศาล
2. New Central Business District (New CBD) ศูนย์กลางธุรกิจใหม่ที่กำลังขยายตัว
โซนนี้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อรองรับการขยายตัวจนล้นของ CBD ดั้งเดิม โดดเด่นด้วยการเป็นจุดตัดของรถไฟฟ้า MRT และ Airport Rail Link ซึ่งอาคารสำนักงานเกิดใหม่ในย่านนี้จะมีดีไซน์ที่ล้ำสมัยและตอบโจทย์ธุรกิจสายเทคโนโลยีและสตาร์ทอัพ นอกจากนี้ รัชดา-พระราม 9 ยังเป็นย่านที่ชาวต่างชาตินิยมเข้ามาอยู่อาศัยและตั้งฐานธุรกิจ ทำให้ย่านนี้มีสีสันและคึกคักตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย
3. East Business District (EBD)
พื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร ที่กำลังผงาดขึ้นเป็นศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยมีบทบาทสำคัญในฐานะประตูเชื่อมต่อสู่โครงการเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งย่านนี้โดดเด่นด้วยศูนย์นิทรรศการขนาดใหญ่ระดับนานาชาติ (BITEC) ห้างสรรพสินค้าระดับภูมิภาคอย่าง Bangkok Mall รวมถึงโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบระดับซูเปอร์ลักชัวรี ที่รองรับกลุ่มผู้บริหารระดับสูงและเจ้าของโรงงานอุตสาหกรรมได้อย่างตอบโจทย์
4. Fringe CBD / รอยต่อ CBD
พื้นที่ส่วนขยายที่เชื่อมต่อกับ CBD หลักอย่างไร้รอยต่อ ทำให้มีความเจริญและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เทียบเท่าใจกลางเมือง แต่มีสัดส่วนของความเป็นย่านที่อยู่อาศัย และแหล่งไลฟ์สไตล์ที่มากกว่าออฟฟิศ เช่น ย่านทองหล่อ-เอกมัยที่เป็นสวรรค์ของไลฟ์สไตล์ที่เหนือระดับ หรือย่านพญาไทที่มีศูนย์กลางทางการแพทย์และการศึกษาชั้นนำ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสงบในการอยู่อาศัย แต่ยังสามารถเดินทางเข้าแหล่งงานหลักได้ในไม่กี่นาที

ทำไมราคาอสังหาฯ ในย่าน CBD ถึงสูงกว่าที่อื่น?
การเข้าใจว่าสิ่งที่ทำให้ราคาที่ดินสูงเป็นพิเศษของย่าน CBD คืออะไร? จะช่วยให้เข้าใจลักษณะ และความสำคัญของพื้นที่ได้มากขึ้น ซึ้งสาเหตุหลักมักเกิดจากปัจจัยทางเศรษฐศาสตร์ ต้นทุน และกลไกตลาดที่สอดคล้องกัน ดังนี้
ที่ดินมีจำกัดและแทบไม่มีแปลงใหม่เข้าตลาด
ทรัพยากรที่หายากที่สุดในย่าน CBD คือ "ที่ดินเปล่า" เพราะที่ดินผืนใหญ่ใจกลางเมืองมักถูกถือครองโดยตระกูลเก่าแก่ สำนักงานทรัพย์สินฯ หรือหน่วยงานรัฐ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะปล่อยเช่าระยะยาว (Leasehold) แทนการขายขาด (Freehold) ซึ่งความหายากอย่างสุดขั้วนี้ทำให้ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนมือที่ดินแบบซื้อขาด จะเกิดการประมูลแข่งขันกันอย่างดุเดือด ดันให้ราคาต้นทุนที่ดินพุ่งกระฉูด ซึ่งจะถูกสะท้อนลงไปในราคาขายอสังหาริมทรัพย์ในท้ายที่สุด
ผังเมืองกำหนดเพดานความหนาแน่น ต้นทุนต่อยูนิตจึงสูง
แม้ว่ากฎหมายผังเมืองจะอนุญาตให้สร้างตึกสูงได้ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดด้านระยะร่น (Setback) อัตราส่วนพื้นที่ว่าง (Open Space Ratio) และข้อจำกัดทางวิศวกรรมต่าง ๆ ที่ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถใช้พื้นที่ได้แบบ 100% ซึ่งเมื่อนำต้นทุนค่าที่ดินที่แพงมหาศาล มาหารเฉลี่ยกับพื้นที่ขายที่ทำได้จำกัด ก็จะทำให้ราคาขายเฉลี่ยต่อตารางเมตรของแต่ละยูนิต จึงจำเป็นต้องตั้งไว้ในระดับที่สูงมากเพื่อให้โครงการมีกำไร
ต้นทุนก่อสร้างอาคารสูงแพงกว่าอาคารเตี้ยมาก
การสร้างตึกระฟ้าใจกลางเมืองที่รายล้อมไปด้วยอาคารอื่น ๆ เป็นงานที่มีต้นทุนมหาศาล ซึ่งผู้รับเหมาต้องใช้เทคโนโลยีวิศวกรรมขั้นสูง การเจาะเสาเข็มที่ลึกเป็นพิเศษ ระบบป้องกันแรงลมและแผ่นดินไหว รวมถึงระบบความปลอดภัยด้านอัคคีภัยที่เข้มงวดกว่าอาคารทั่วไป นอกจากนี้การบริหารจัดการสถานที่ก่อสร้างในพื้นที่แคบและรถติด ยังทำให้ต้นทุนด้านโลจิสติกส์บานปลายกว่าการสร้างตึกแถบชานเมืองอย่างเทียบไม่ติด
ดีมานด์ต่างชาติและตลาดเช่าดันราคาซ้ำอีกชั้น
อสังหาริมทรัพย์ในย่าน CBD เป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งของนักลงทุนต่างชาติและกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในไทย ซึ่งตามกฎหมายไทยอนุญาตให้ต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์ห้องชุดได้ 49% ของพื้นที่ขาย เพราะฉะนั้นดีมานด์จากต่างชาติที่มีกำลังซื้อสูงและรับได้กับราคาที่แพงกว่าคนไทย จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงและผลักดันให้เพดานราคาของสินทรัพย์ในโซนนี้ขยับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ที่มา: ธนาคารแห่งประเทศไทย
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจซื้อคอนโดในย่าน CBD คืออะไร?
การลงทุนในโซน CBD คือสิ่งที่มีความท้าทายที่ผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงและนักลงทุนจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบ ซึ่งสิ่งที่จะต้องเข้าใจในการซื้อที่ดินย่าน CBD คืออะไรบ้าง เราขอแนะนำสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้
Rental Yield ใน CBD ต่ำกว่าย่านรอบนอก
ตามหลักการลงทุนเมื่อต้นทุนในการซื้อของคอนโดในทำเล CBD มีราคาสูงมาก เมื่อนำมาคำนวณอัตราผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าต่อปี มักจะทำให้ผลตอบแทนถูกกดให้ต่ำลง โดยเฉลี่ยในปัจจุบันอาจทำได้เพียง 3 - 4% ซึ่งถือว่าน้อยกว่าการซื้อคอนโดระดับกลางแถบชานเมือง หรือทำเลใกล้มหาวิทยาลัยที่นักลงทุนอาจรีดผลตอบแทนได้ถึง 5 - 6% ต่อปี
ค่าส่วนกลางและค่าใช้จ่ายแฝงสูงกว่าที่คิด
คอนโดระดับลักชัวรีและซูเปอร์ลักชัวรีกลางเมือง มักแข่งขันกันด้วยพื้นที่ส่วนกลางที่หรูหราอลังการ เช่น สระว่ายน้ำปรับอุณหภูมิ ฟิตเนสอุปกรณ์นำเข้า บริการพนักงานต้อนรับส่วนตัว หรือระบบจอดรถอัตโนมัติ ทำให้สิ่งที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ "ค่าส่วนกลาง" ที่อาจพุ่งสูงถึง 80 - 150 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายรายปีหลักหมื่นถึงหลักแสนที่คุณต้องแบกรับไปตลอดชีวิต
งบเท่ากันได้ห้องเล็กลงมาก
ด้วยราคาประเมินและราคาขายต่อตารางเมตรที่สูงทะลุ 200,000 ถึง 400,000 บาท ทำให้หากคุณมีงบประมาณ 5 ล้านบาท ในย่าน CBD คุณอาจได้เพียงห้อง Studio หรือ 1 Bedroom ขนาดกะทัดรัด ในขณะที่งบประมาณก้อนเดียวกันนี้ หากขยับออกไปย่านชานเมือง คุณจะสามารถเป็นเจ้าของทาวน์โฮมขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่จอดรถส่วนตัว หรือคอนโด 2 ห้องนอนกว้างขวางได้สบาย ๆ
สภาพคล่องตอนขายต่อไม่ได้ดีเท่าที่คาด
คอนโดราคาแพงใจกลางเมืองเป็นสินทรัพย์ที่เจาะกลุ่มลูกค้าระดับบน ซึ่งเมื่อถึงเวลาที่คุณต้องการขายทำกำไร หรือเปลี่ยนมือ คุณจะพบว่าฐานลูกค้าที่มีกำลังซื้อในระดับ 10 - 20 ล้านบาทขึ้นไปนั้นมีจำนวนจำกัดมาก ทำให้การหาคนมาซื้อต่อในราคาที่คุณตั้งไว้อาจต้องใช้ระยะเวลาในการประกาศขายนานกว่าคอนโดระดับ Economy ที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ง่าย
อยู่ใน CBD หรืออยู่ขอบ CBD แบบไหนตอบโจทย์กว่า?
การเลือกระหว่างการอยู่ในใจกลางความเจริญ หรือการถอยออกมาอยู่ในเขตรอยต่อ เป็นโจทย์คลาสสิกของคนที่กำลังหาที่อยู่อาศัยใหม่ ซึ่งเพื่อให้คุณเข้าใจว่าความแตกต่างของการอยู่ชานเมืองกับ CBD คืออะไร เราขอสรุปออกมาในรูปแบบที่เข้าใจง่าย ดังนี้
|
|
.png)
ที่มา :ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์
สิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจ
ปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์ย่าน CBD คือการชั่งน้ำหนักระหว่าง "มูลค่าของเวลา" และ "คุณภาพชีวิตด้านพื้นที่" ซึ่งหากคุณเป็นนักธุรกิจที่มองว่าการเสียเวลาบนท้องถนนคือการเสียรายได้ การยอมจ่ายแพงเพื่อซื้อความสะดวกสบายใจกลาง CBD คือการลงทุนที่คุ้มค่า แต่หากต้องการความเป็นส่วนตัวที่มากขึ้น การขยับออกมารอบนอกก็อาจมอบคุณภาพชีวิตที่สมดุลและคุ้มค่ากว่าในงบประมาณที่เท่ากัน
อยากได้คอนโดใน CBD แต่ค่าทำสัญญาไม่พอหรือกู้ไม่ผ่าน ทำอย่างไรได้บ้าง?
หากทำเล CBD คือความฝันและเป้าหมายสูงสุดของคุณ แต่ปัจจุบันยังติดอุปสรรคเรื่องสภาพคล่องหรือฐานรายได้ที่ยังไม่เพียงพอต่อการยื่นกู้ เราขอแนะนำทางออก และกลยุทธ์ทางการเงิน ที่คุณสามารถนำไปปรับใช้ได้เหล่านี้ในการวางแผนการเงิน
เก็บค่าทำสัญญาเพิ่มแล้วค่อยยื่น
หากวงเงินกู้ที่คุณได้รับอนุมัติยังไม่ถึงราคาบ้าน แนะนำให้ชะลอแผนการซื้อออกไปก่อน แล้วใช้เวลาในการเก็บสะสมเงินก้อนประมาณ 20 - 30% ของราคาเต็ม เพราะการมีค่าทำสัญญาจำนวนมากจะช่วยลดยอดจัดสินเชื่อ ทำให้ค่างวดรายเดือนถูกลง ภาระอัตราดอกเบี้ยลดลง และช่วยให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อได้ง่ายขึ้น
ผ่อนดาวน์ยาวกับโครงการ
หากกังวลเรื่องราคาของโครงการที่อาจสูงขึ้น ให้เลือกซื้อคอนโดที่เพิ่งเปิดตัวโครงการ และกำลังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้นการก่อสร้าง ซึ่งมักจะใช้เวลารอคอยประมาณ 2 - 3 ปี วิธีนี้จะช่วยเปิดโอกาสให้คุณสามารถทำสัญญา และทยอยผ่อนชำระค่าทำสัญญาเป็นงวด ๆ กับบริษัทผู้พัฒนาโครงการได้โดยตรง ทำให้คุณมีเวลาเตรียมตัว และจัดการกระแสเงินสดโดยไม่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ในคราวเดียว
ใช้บริการเช่าเพื่อซื้อ (Rent to Own)
เช่าเพื่อซื้อ (Rent to Own) คือ รูปแบบการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ผสมผสานระหว่าง "การเช่า" และ "การซื้อ" เข้าด้วยกัน โดยผู้ที่อยากมีบ้านจะเข้าอยู่อาศัยในฐานะผู้เช่าก่อนตามระยะเวลาที่ตกลงกัน จากนั้นจึงใช้สิทธิ์ซื้อทรัพย์นั้นในราคาที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้าตั้งแต่วันทำสัญญา ช่วยให้เป็นเจ้าของบ้านได้ง่ายขึ้นโดยยังไม่ต้องกู้ธนาคารตั้งแต่วันแรก สามารถย้ายเข้าอยู่ได้ทันที ได้ล็อกราคาซื้อขายไว้ล่วงหน้าเพื่อป้องกันราคาบ้านปรับสูงขึ้นในอนาคต และค่าเช่าที่จ่ายไปบางส่วนจะถูกนำไปสะสมเป็นส่วนลดซื้อบ้านเมื่อถึงเวลาซื้อจริง
ในประเทศไทยJUZMATCH (จัซแมทช์) ถือเป็นแพลตฟอร์มเช่าเพื่อซื้อรายแรกที่นำโมเดลนี้มาปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของคนไทย โดยมีจุดเด่นคือช่วยแมตช์นักลงทุนให้กับผู้ที่อยากมีบ้าน ทำให้ย้ายเข้าอยู่ได้โดยไม่ต้องกู้ธนาคารตั้งแต่วันแรก พร้อมมีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำในการเตรียมความพร้อมทางการเงินและปรับปรุงเครดิต เพื่อให้พร้อมสำหรับการยื่นกู้ และโอนกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของอย่างเต็มตัวในอนาคต
ย่าน CBD ถือเป็นทำเลทองที่สะท้อนศักยภาพสูงสุดทั้งด้านการใช้ชีวิต และการลงทุนระยะยาว แม้ราคาอสังหาริมทรัพย์จะปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง แต่ความต้องการทั้งการอยู่อาศัยเพื่อความสะดวกสบายและการซื้อเพื่อปล่อยเช่าก็ยังแข็งแกร่ง และมีแนวโน้มเติบโตไม่หยุด
ดังนั้นสำหรับใครที่อยากเป็นเจ้าของคอนโดมิเนียมใจกลางย่าน CBD แต่ยังไม่พร้อมยื่นขอสินเชื่อในตอนนี้ โมเดล "เช่าเพื่อซื้อ" จาก JUZMATCH (จัซแมทช์) ก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้คุณจับจองทำเลในฝันไว้ได้ตั้งแต่วันนี้ พร้อมล็อกราคาซื้อขายล่วงหน้า ป้องกันราคาปรับสูงขึ้นในอนาคต โดยไม่ต้องรอให้พร้อมกู้ก่อน แล้วค่อย ๆ เตรียมความพร้อมทางการเงินเพื่อก้าวเป็นเจ้าของอย่างเต็มตัว
คำถามที่พบบ่อย
Q: คอนโดที่โฆษณาว่า "ใกล้ CBD" ควรอยู่ห่างจริงไม่เกินกี่นาที?
A: คำว่า "ใกล้" ในมาตรฐานของอสังหาริมทรัพย์ของ CBD คือการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลาง CBD ด้วยรถไฟฟ้าในระยะเวลาไม่เกิน 15 - 20 นาที หรือห่างออกไปประมาณ 3 - 5 สถานีโดยไม่ต้องเปลี่ยนสายรถไฟฟ้า
Q: ย่านไหนคือ CBD ที่ราคาที่ดินแพงที่สุดในกรุงเทพฯ ตอนนี้?
A: ปัจจุบันย่าน "เพลินจิต-ชิดลม-วิทยุ" เป็นทำเลที่มีการทำสถิติซื้อขายที่ดินราคาสูงที่สุดในประเทศไทย โดยปัจจุบันทะลุตารางวาละ 3.9 ล้านบาท เนื่องจากเป็นที่ดิน Freehold ที่หาได้ยาก และล้อมรอบด้วยศูนย์การค้ากับโรงแรมระดับซูเปอร์ลักชัวรีจำนวนมาก
Q: New CBD ต่างจาก CBD ดั้งเดิมอย่างไร?
A: CBD ดั้งเดิม (สีลม - สาทร) จะมีความเป็นสถาบันการเงิน และองค์กรยุคเก่าหนาแน่นกว่า ขณะที่ New CBD (พระราม 9 - รัชดา) จะมีกลิ่นอายของบริษัทเทคโนโลยี ค่ายบันเทิง สตาร์ทอัพ รวมถึงเป็นแหล่งรวมไลฟ์สไตล์ และ Nightlife ที่คึกคักตลอด 24 ชั่วโมง
Q: ซื้อคอนโดในย่าน CBD เพื่อปล่อยเช่า ยังคุ้มอยู่ไหม?
A: หากมองในมุมของเปอร์เซ็นต์ผลตอบแทนอาจจะไม่สูงมากนัก แต่หากมองในแง่ของ "ความสม่ำเสมอ" ถือว่าคุ้มค่า เพราะคอนโดกลางเมืองมี Demand ผู้เช่าทั้งชาวไทย และ Expat หมุนเวียนตลอดเวลา ทำให้หาคนเช่าง่าย และความเสี่ยงเรื่องห้องว่างต่ำกว่าโซนอื่น
Q: งบไม่ถึงคอนโด CBD ควรมองโซนไหนเป็นตัวเลือกแรก?
A: แนะนำให้มองย่าน Fringe CBD หรือทำเลส่วนต่อขยายรถไฟฟ้า เช่น ย่านอ่อนนุช พระโขนง สุทธิสาร ห้วยขวาง หรือวงเวียนใหญ่ ซึ่งทำเลเหล่านี้สามารถนั่งรถไฟฟ้าต่อเดียวเข้าสู่ CBD ได้อย่างรวดเร็วในระดับราคาที่จับต้องได้ง่ายกว่าเกือบครึ่ง
ป้ายกำกับ:

JUZMATCH คืออะไร รู้ครบจบที่เดียว เกี่ยวกับจัซแมทช์ และโมเดลนวัตกรรมเช่าเพื่อซื้อ Highlight จัซแ...

กู้บ้านไม่ผ่านทำไงดี? Home Loan 101 รู้ครบก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน Highlight การกู้ซื้อบ้านไม่ใช่เรื...

ทางเลือกการลงทุน (Alternative Investment) คิดจะลงทุนอสังหาฯ ทำไมต้องลงทุนกับ JUZMATCH Highlight ...