เผยแพร่เมื่อ 24 เม.ย. 2569

Highlight
ด้วยสถานการณ์เงินเฟ้อที่สูงขึ้นทุก ๆ ปี และค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การมีรายได้เพียงช่องทางเดียวหรือการเก็บเงินไว้ในบัญชีออมทรัพย์เพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอสำหรับการสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวการลงทุนเพื่อให้เงินงอกเงยจึงเป็นหนึ่งในการวางแผนทางการเงินเพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ การบริหารจัดการทรัพยากรเงินที่เรามีอยู่ให้ทำงานแทนเราเพื่อสร้างผลตอบแทนที่เติบโตได้ในอนาคต
แล้วมือใหม่ควรลงทุนอะไรดี?สำหรับมือใหม่ คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ควรลงทุนอะไรให้ได้กำไรสูงสุด แต่เป็นการลงทุนแบบไหนที่ให้ผลตอบแทนเหมาะสมกับประสบการณ์และความเสี่ยงที่รับได้ บทความนี้JUZMATCH (จัซแมทช์) ชวนมือใหม่หัดลงทุนไปทำความเข้าใจพื้นฐานการลงทุนและช่องทางการลงทุนสำหรับนักลงทุนมือใหม่ ในยุคเศรษฐกินผันผวน พร้อมแนะนำ12สินทรัพย์ยอดนิยมสำหรับนักลงทุนมือใหม่
การลงทุน คือ การนำเงินไปวางไว้ในสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนกลับคืนมา ซึ่งผลตอบแทนนี้อาจมาในรูปแบบของส่วนต่างราคา หรือรายได้ที่มีความสม่ำเสมอในทุก ๆ เดือน หรือทุก ๆ ปี เป้าหมายสำคัญของการลงทุน คือ การทำให้มูลค่าของเงินเติบโตชนะอัตราเงินเฟ้อ หากเราลงทุนได้ผลตอบแทนน้อยกว่าเงินเฟ้อ จะเท่ากับว่ามูลค่าที่แท้จริงของเงินเราลดลง ดังนั้น การเลือกลงทุนอะไรดีจึงต้องพิจารณาความคุ้มค่าควบคู่ไปกับความเสี่ยงเสมอ
การลงทุนถือเป็นการวางแผนทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่เป็นรากฐานสำคัญ เพราะจะช่วยสร้างความมั่นคงให้เราสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอุ่นใจและก้าวไปสู่อิสระทางการเงินได้ในระยะยาว สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น การนำเงินไปต่อยอดในสินทรัพย์ต่าง ๆ จะช่วยรักษามูลค่าของเงินให้เติบโตชนะเงินเฟ้อและช่วยแบ่งเบาภาระการหารายได้ในอนาคต ยิ่งเราเริ่มต้นวางแผนและลงทุนได้เร็วเท่าไหร่ เราก็ยิ่งมีเวลาที่ช่วยสร้างผลตอบแทนแบบทบต้นและลดความเสี่ยงจากความผันผวนได้ดีขึ้น การลงทุนตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายความฝันขนาดใหญ่ได้ไวกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมเงินก้อนไว้ใช้ยามเกษียณ หรือการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัย ซึ่งลำพังเพียงการเก็บออมเงินแบบปกติอาจต้องใช้เวลานานเกินไปจนไม่ทันต่อความต้องการในชีวิตจริง
สำหรับมือใหม่ที่สงสัยว่าควรลงทุนอะไรดี การเริ่มต้นลงทุนอย่างมีแผนตั้งแต่แรกจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนได้ โดยมี5ขั้นตอนสำคัญที่ควรทำก่อนตัดสินใจ
1. รู้จักตัวเองประเมินว่าเรารับความเสี่ยงได้แค่ไหน ถ้าราคาหุ้นตก20%เราจะรู้สึกกังวลใจ นอนหลับหรือไม่
2. วิเคราะห์การเงินส่วนบุคคลตรวจสอบรายรับรายจ่าย และต้องมีเงินสำรองฉุกเฉิน3-6เท่าของค่าใช้จ่ายก่อนเริ่มลงทุน
3. วิเคราะห์เป้าหมายการลงทุนกำหนดให้ชัดเจนว่าลงทุนเพื่ออะไร เช่น ซื้อบ้าน แต่งงาน หรือเกษียณ และต้องใช้ระยะเวลานานเท่าใด
4. ศึกษาและทำความเข้าใจในสิ่งที่เราจะลงทุนกฎเหล็กคือห้ามลงทุนในสิ่งที่เราไม่เข้าใจ ไม่ว่าใครจะบอกว่าดีแค่ไหนก็ตาม
5. ลงทุนอย่างสม่ำเสมอสร้างวินัยด้วยการลงทุนทุกเดือน (DCA)เพื่อเฉลี่ยต้นทุนและสร้างพอร์ตให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ปัจจุบันตลาดการเงินมีสินทรัพย์ให้เลือกลงทุนหลากหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละประเภทก็มีระดับความเสี่ยง ผลตอบแทน และสภาพคล่องที่แตกต่างกันออกไป สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่กำลังหาว่าควรเริ่มต้นลงทุนอะไรดี เราคัด12สินทรัพย์ยอดนิยมที่เข้าใจง่ายและเป็นพื้นฐานที่ดีในการสร้างพอร์ตการลงทุนมาให้ศึกษาเพิ่มเติม เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์นั้นมีด้วยหันหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างเพื่อขายเอากำไรส่วนต่างเมื่อราคาเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของผังเมืองและการพัฒนาพื้นที่โดยรอบ หรือจะเป็นการลงทุนเพื่อปล่อยเช่าบ้านหรือคอนโดเพื่อเป็นPasive Incomeซึ่งเป็นทรัพย์สินที่จับต้องได้จริงและมีความมั่นคงสูงเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ดิจิทัลรูปแบบอื่น
กองทุนรวม คือ การระดมเงินทุนจากกลุ่มนักลงทุนรายย่อยจำนวนมากเพื่อนำไปมอบให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนนำไปบริหารจัดการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภทตามนโยบายที่ตกลงไว้ โดยมีผู้เชี่ยวชาญคอยติดตามสภาวะตลาดและปรับสัดส่วนการลงทุนให้อย่างมืออาชีพ
การลงทุนในหุ้นบลูชิพ (Blue Chip Stock)คือ การลงทุนในหุ้นของบริษัทขนาดใหญ่ที่มีพื้นฐานทางธุรกิจแข็งแกร่ง มีประวัติการดำเนินงานยาวนานและมีสถานะทางการเงินมั่นคงสูง มักเป็นบริษัทผู้นำตลาดที่สามารถทนทานต่อแรงกดดันทางเศรษฐกิจได้ดีกว่าหุ้นขนาดเล็กทั่วไปในตลาดหลักทรัพย์
พันธบัตรรัฐบาล คือ ตราสารหนี้ที่ออกโดยหน่วยงานภาครัฐเพื่อระดมทุนไปใช้บริหารประเทศ โดยผู้ลงทุนจะมีสถานะเป็นเจ้าหนี้ที่ได้รับผลตอบแทนในรูปแบบอัตราดอกเบี้ยตามระยะเวลาที่กำหนดและได้รับเงินต้นคืนเมื่อครบกำหนดสัญญา ถือเป็นสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยสูง
ทองคำถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven)ที่มีมูลค่าในตัวเองและได้รับการยอมรับในระดับสากล การลงทุนในทองคำมักถูกนำมาเพื่อปกป้องความมั่งคั่งในช่วงที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจหรือภาวะเงินเฟ้อรุนแรง เนื่องจากทองคำเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัด จึงไม่สามารถเสื่อมมูลค่าจนกลายเป็นศูนย์ได้เหมือนสกุลเงินทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเราเลือกลงทุนในระยะยาว ทองคำจะสามารถรักษามูลค่าและสร้างผลตอบแทนที่ช่วยเอาชนะความผันผวนของตลาดได้เป็นอย่างดี จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มือใหม่ควรมีติดพอร์ตไว้เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นคงทางการเงินในอนาคต
เงินฝากประจำเป็นรูปแบบการออมเงินกับสถาบันการเงิน โดยมีข้อตกลงในการคงเงินไว้ในบัญชีตามระยะเวลาที่กำหนด ไม่ว่าจะเป็น6เดือน12เดือน หรือ36เดือน เพื่อแลกกับผลตอบแทนที่จะได้รับเป็นอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าการออมแบบปกติ ช่วยให้เราวางแผนรายได้จากอัตราดอกเบี้ยได้อย่างแม่นยำและปลอดภัย
กองทุนETFคือ กองทุนรวมดัชนีที่มีการซื้อขายแบบเรียลไทม์บนตลาดหลักทรัพย์เหมือนหุ้นรายตัว โดยนโยบายการลงทุนจะมุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิง เช่นSET50 S&P 500เพื่อกระจายความเสี่ยงไปยังหุ้นกลุ่มชั้นนำจำนวนมากในคราวเดียว
คริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency)คือ สินทรัพย์ดิจิทัลที่ทำงานบนระบบเครือข่ายบล็อกเชนโดยไม่มีตัวกลางควบคุม มีความผันผวนของราคาสูงและเน้นการทำกำไรจากส่วนต่างราคาผ่านเทคโนโลยีทางการเงินสมัยใหม่ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการโอกาสสร้างผลตอบแทนก้าวกระโดดและยอมรับความเสี่ยงสูงได้
สลากออมทรัพย์เป็นอีกหนึ่งรูปแบบการออมเงินที่มีความปลอดภัยสูง มั่นใจว่าเงินต้นยังอยู่ครบ แถมยังได้ลุ้นโชคในทุก ๆ เดือน และมีโอกาสลุ้นรางวัลใหญ่ด้วย โดยผู้ถือสลากจะมีสิทธิ์รับผลตอบแทนเป็นอัตราดอกเบี้ยเมื่อครบกำหนดสัญญา พร้อมกับโอกาสในการถูกรางวัลใหญ่ในทุก ๆ งวดตามเงื่อนไขที่ธนาคารเฉพาะกิจกำหนดไว้
การลงทุนอสังหาริมทรัพย์กับJUZMATCH (จัซแมทช์) เป็นโซลูชันทางเลือกที่ออกแบบมาเพื่อทลายข้อจำกัดเดิม ๆ โดยเราสามารถเลือกลงทุนได้2รูปแบบหลัก คือ การใช้เครดิต(Credit)บริหารวงเงินกู้โดยไม่ต้องลงเงินสด หรือใช้เงินสด(Cash)สำหรับคนที่มีเงินเย็นต้องการนำมาต่อยอด โมเดลนี้เป็นการลงทุนที่ตอบโจทย์ทั้งมือใหม่และผู้ที่มีประสบการณ์ลงทุน โดยJUZMATCH (จัซแมทช์) จะทำหน้าที่เชื่อมนักลงทุนเข้ากับทรัพย์ที่มีผู้เช่าเพื่อซื้อรออยู่แล้ว ซึ่งผู้เช่าเหล่านี้ผ่านการคัดเลือกมาแล้วว่าเป็นReal Demandหรือมีความต้องการอยู่อาศัยจริง นักลงทุนจึงไม่ต้องกังวลเรื่องการหาผู้เช่าหรือบริหารจัดการทรัพย์เอง เพราะมีทีมงานมืออาชีพคอยดูแลให้ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบสัญญาแบบครบวงจร
นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกรูปแบบการรับผลตอบแทนได้ตามความต้องการ เริ่มต้น6%ต่อสัญญา พร้อมเลือกรับผลตอบแทนได้ตั้งแต่วันแรกหรือแบบรายเดือน เพื่อให้ตอบโจทย์เป้าหมายทางการเงินของแต่ละบุคคล
ข้อดี
ข้อเสีย คือ ยังคงเป็นความผูกพันระยะยาว และขึ้นอยู่กับทำเลของทรัพย์สินที่เลือกลงทุน

การทำความเข้าใจรูปแบบผลตอบแทนจะช่วยให้เราเลือกแผนการลงทุนได้ตรงตามความต้องการมากขึ้น โดยผลตอบแทนแบ่งออกเป็น3รูปแบบหลัก ๆ ดังนี้
เงินปันผล คือ ผลกำไรส่วนแบ่งที่ธุรกิจหรือกองทุนรวมจัดสรรมาจ่ายคืนให้เราในฐานะผู้ถือหุ้นตามสัดส่วนที่ครอบครอง โดยมักจ่ายเป็นเงินสดตามรอบเวลาที่กำหนด เช่น รายไตรมาสหรือรายปี ข้อดีคือเป็นรายได้แบบPassive Incomeที่สม่ำเสมอ ช่วยสร้างกระแสเงินสดให้เรานำไปใช้จ่ายหรือลงทุนต่อได้ทันทีโดยที่ยังคงรักษาทรัพย์สินส่วนหลักเอาไว้ได้ครบ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรายได้ต่อเนื่องในระยะยาว
กำไรจากส่วนต่างราคาสินทรัพย์ คือ ผลกำไรที่ได้รับเมื่อเราขายสินทรัพย์ไปในราคาที่สูงกว่าต้นทุนที่ซื้อมาตอนแรก เช่น การขายบ้าน คอนโด หรือหุ้นในจังหวะที่ตลาดเติบโต ทำให้มีโอกาสได้รับผลตอบแทนเป็นเงินก้อนใหญ่ในครั้งเดียวหากเราเลือกสินทรัพย์ที่มีศักยภาพและเข้าซื้อในเวลาที่เหมาะสม ช่วยเพิ่มมูลค่าความมั่งคั่งของพอร์ตการลงทุนให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับการออมแบบปกติ
อัตราดอกเบี้ย คือ ผลตอบแทนที่ได้รับจากการนำเงินไปฝากธนาคาร หรือลงทุนในตราสารหนี้และพันธบัตรรัฐบาล โดยจะได้รับตามอัตราดอกเบี้ยในระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ ซึ่งมีความแน่นอนและปลอดภัยสูง เราสามารถคำนวณรายรับล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำเพื่อวางแผนการเงิน ช่วยลดความเสี่ยงให้กับพอร์ตลงทุนในช่วงที่ตลาดทุนมีความผันผวนได้เป็นอย่างดี
การลงทุนที่ปลอดภัยไม่ได้หมายความว่าต้องหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทั้งหมด แต่คือการบริหารความเสี่ยงอย่างมีสติด้วยหลัก4ข้อนี้
1. เริ่มจากสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ เช่น เงินฝากประจำหรือกองทุนตลาดเงิน เพื่อเรียนรู้ระบบการลงทุนก่อน
2. ศึกษาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ติดตามข้อมูลจากเว็บไซต์ของSETก.ล.ต. หรือธนาคาร หลีกเลี่ยงข้อมูลจากกลุ่มแชร์ลูกโซ่ที่อ้างผลตอบแทนสูงผิดปกติ
3. ลงทุนสม่ำเสมอแบบDCAการเฉลี่ยลงทุนช่วยลดความกดดันเรื่องการจับจังหวะตลาดที่มักจะผิดพลาดได้ง่าย
4. กระจายความเสี่ยง อย่าลงเงินทั้งหมดในสินทรัพย์ตัวเดียว ควรมีทั้งหุ้น อสังหาฯ และตราสารหนี้ผสมกันไป
ความผิดพลาดส่วนใหญ่ของนักลงทุนมือใหม่คือการใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล เช่น การลงทุนตามกระแสเพราะเห็นคนอื่นรวยแต่ตัวเองกลับไม่เข้าใจธุรกิจนั้น ๆ เลย หรือความอยากรวยเร็วเกินไปจนละเลยการตรวจสอบความเสี่ยง นอกจากนี้การไม่มีแผนสำรองเมื่อราคาผันผวนหรือละเลยการติดตามผลงานของพอร์ต ก็อาจทำให้เราสูญเสียเงินต้นได้ง่าย ๆ การลงทุนที่ดีต้องใช้ความใจเย็นและเหตุผลเป็นที่ตั้งเสมอ ที่สำคัญควรอ่านข่าว ติดตามเศรษฐกิจโลกอยู่ตลอด เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลในการประเมินเพื่อลงทุน
มือใหม่ควรลงทุนอะไรดีนั้นจริง ๆ ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว แต่ควรเริ่มจากสินทรัพย์ที่เราเข้าใจและยอมรับความเสี่ยงได้ หากเราต้องการความมั่นคงและผลตอบแทนที่จับต้องได้การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ผ่านโมเดลเช่าเพื่อซื้อของJUZMATCH (จัซแมทช์)ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจเพราะช่วยลดภาระในการบริหารจัดการและมีโอกาสสร้างความมั่งคั่งไปพร้อมกับการเป็นเจ้าของสินทรัพย์ สิ่งสำคัญที่สุดคือการเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้เวลาทำงานแทนเราและนำไปสู่ความสำเร็จทางการเงินในที่สุด
A:เงิน10,000บาท สามารถกระจายการลงทุนได้หลากหลายขึ้น เช่น แบ่ง5,000บาทลงในกองทุนดัชนีเพื่อสร้างโอกาสเติบโตระยะยาว และอีก5,000บาทลงในพันธบัตรรัฐบาลหรือเงินฝากประจำเพื่อความมั่นคง หรือหากเรามีความรู้เฉพาะทาง การลงทุนในสินค้าเพื่อขายต่อก็เป็นทางเลือกที่ช่วยสร้างกำไรจากส่วนต่างราคาได้เป็นอย่างดี
A:Passive Incomeเป็นเป้าหมายของนักลงทุน แต่ในความเป็นจริงสินทรัพย์ส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนคงที่เสมอไป เช่น หุ้นปันผลอาจมีการปรับลดหรืองดจ่ายตามผลประกอบการ ขณะที่คริปโทเองก็มีความผันผวนค่อนข้างสูง การลงทุนอสังหาฯ ผ่านJUZMATCH (จัซแมทช์) เป็นหนึ่งในทางเลือกการลงทุนที่ช่วยสร้างPassive Incomeโดยผู้ลงทุนสามารถเลือกรับผลตอบแทนได้ตั้งแต่วันแรกหรือแบบรายเดือน โดยไม่ต้องหาผู้เช่าเพื่อซื้อเองและมีทีมงานดูแลตลอดสัญญาจึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างรายได้แบบPassive Income
A:การปล่อยเช่าเองต้องใช้เงินก้อนใหญ่ซื้อทรัพย์ทั้งหลัง บริหารจัดการและหาผู้เช่าเอง รวมถึงรายได้ก็ไม่แน่นอนในแต่ละเดือน ในขณะที่การลงทุนกับJUZMATCH (จัซแมทช์) ตัดความยุ่งยากเหล่านี้ เพราะมีทีมงานดูแลแทนตั้งแต่ต้นจนจบสัญญาแบบครบวงจร และผู้ลงทุนรู้ผลตอบแทนที่ชัดเจนตั้งแต่วันแรกและถ้าหากเลือกรับผลตอบแบบรายเดือนก็ได้ผลตอบแทนแบบPassive Incomeสม่ำเสมอตลอดสัญญา
A:JUZMATCH (จัซแมทช์) มีรูปแบบการลงทุน2แบบ ได้แก่ ลงทุนด้วยเงินสดสำหรับผู้ที่มีทุน และ ลงทุนด้วยเครดิตสำหรับผู้ที่มีเครดิตแต่ไม่ได้ใช้ สามารถเลือกรับผลตอบแทนได้ตั้งแต่วันแรกหรือแบบรายเดือนได้ตามต้องการ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถปรึกษาการลงทุนได้ฟรี
ป้ายกำกับ:

ในภาวะที่เศรษฐกิจผันผวน ตลาดเงินและตลาดทุนไร้ทิศทาง นักลงทุนจำนวนมากกำลังมองหาทางเลือกใหม่...

ข้อมูลการโอนกรรมสิทธิ์บ้าน ปี 2567 ตลาดที่อยู่อาศัยไทยในปี 2567 จากข้อมูลของศูนย์ข้อมูลอสังห...

ถ้าจากความรู้สึก...เราอาจจะยังรู้สึกว่า คนส่วนใหญ่เลือกซื้อบ้านมือหนึ่ง แต่ถ้าจากสถิติที่ไม...