เผยแพร่เมื่อ 22 มิ.ย. 2569

Highlight
ในยุคที่หนี้ครัวเรือนของไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สถาบันการเงินจึงต้องเข้มงวดในการพิจารณาปล่อยสินเชื่อบ้านมากขึ้น เพื่อควบคุมความเสี่ยงด้านหนี้เสีย (NPL) ในระบบส่งผลให้การขอสินเชื่อบ้านมีความท้าทายมากขึ้น โดยเฉพาะกับกลุ่มอาชีพยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นฟรีแลนซ์ ครีเอเตอร์ แม่ค้าออนไลน์ เจ้าของกิจการขนาดเล็ก หรือคนทำงานในต่างประเทศ ที่มีรายได้ไม่สม่ำเสมอหรือไม่มีสลิปเงินเดือนแบบประจำ ทำให้เกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อแบบเดิมไม่สามารถสะท้อนความสามารถในการชำระหนี้ที่แท้จริงได้ คนกลุ่มนี้จึงกลายเป็นผู้ที่มีกำลังซื้อ แต่กลับเข้าถึงสินเชื่อบ้านได้ยากกว่ากลุ่มอื่น ๆ
ปัจจุบันมีทางเลือกใหม่ที่ช่วยทลายข้อจำกัดเหล่านี้ ด้วยโมเดลเช่าเพื่อซื้อ (Rent-to-Own) JUZMATCH (จัซแมทช์) จึงกลายเป็นทางออกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มีศักยภาพ แต่ยังมีข้อจำกัดทางการเงินบางประการ ทำให้คุณเป็นเจ้าของบ้านได้ง่ายขึ้นและเปิดโอกาสให้เราสามารถย้ายเข้าอยู่ได้ทันทีหลังทำสัญญาในฐานะผู้เช่า ค่าเช่ารายเดือนที่จ่ายไปบางส่วนยังถูกสะสมไว้เป็นส่วนลดค่าบ้านในวันที่ตัดสินใจซื้อจริง
เช่าเพื่อซื้อ (Rent-to-Own Model) คือ รูปแบบการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ผสมผสานระหว่างการเช่าและการซื้อ โดยผู้ซื้อจะเช่าก่อนเป็นระยะเวลาหนึ่ง จากนั้นจึงมีสิทธิ์ซื้อ ในราคาที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า ซึ่งโมเดลเช่าเพื่อซื้อมีจุดเด่นมาก ๆ ที่ทำให้ใครหลาย ๆ คนตัดสินใจได้ทันที คือการช่วยให้เป็นเจ้าของบ้านได้ง่ายขึ้น ล็อกราคาบ้านไว้ล่วงหน้า ย้ายเข้าอยู่ได้เลย และการเช่าก่อนตัดสินใจซื้อนั้น ยังทำให้ผู้เช่าเพื่อซื้อได้ทดลองอยู่จนมั่นใจว่าบ้านหลังนั้น ตรงกับความต้องการและความพึงพอใจของตนเองจริง ๆ โดยในระหว่างการเช่า ผู้เช่าเพื่อซื้อก็สามารถสร้างเครดิต และเพิ่มความน่าเชื่อถือทางการเงินไปด้วย เมื่อพร้อม ก็สามารถขอสินเชื่อเพื่อซื้อบ้านจากธนาคารได้ทันที
การทำงานของโมเดลเช่าเพื่อซื้อ ประกอบด้วย 2 ส่วนสำคัญ คือ สัญญาเช่ามาตรฐาน และสิทธิ์ในการซื้อ อสังหาฯ ผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของบ้านหรืออาจเรียกว่าผู้เช่าเพื่อซื้อ จะต้องลงนามในสัญญากับผู้ขาย เพื่อรับและให้สิทธิ์ในการซื้อบ้านเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการเช่า ซึ่งระยะเวลามักอยู่ในช่วง 2-5 ปี แล้วแต่ตกลง
ผู้เช่าเพื่อซื้อต้องวางเงินมัดจำหรือเงินดาวน์ก่อน และในช่วงระยะเวลาการเช่า ผู้เช่าเพื่อซื้อจะต้องจ่ายค่าเช่าซึ่งสูงกว่าค่าเช่าเฉลี่ยในตลาด เพื่อเป็นค่าธรรมเนียมสำหรับ "สิทธิ์ในการซื้อ" ซึ่งมักจะถูกนำไปหักลดจากราคาซื้อขายสุดท้ายของบ้านเมื่อถึงเวลาซื้อจริง และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอื่น เช่น ค่าบำรุงรักษา ค่าประกันภัย (เหมือนเป็นผู้ซื้อปกติ)
JUZMATCH (จัซแมทช์) คือ แพลตฟอร์มผู้ให้บริการโซลูชันทางเลือกในด้านการเช่าเพื่อซื้อ-ขาย และลงทุนในอสังหาริมทรัพย์รายแรกของประเทศไทย ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ด้วยโมเดลเช่าเพื่อซื้อ (Rent-to-Own) ที่ออกแบบมาเพื่อทลายอุปสรรคในการมีบ้านสำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมกู้ธนาคาร โดยทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัยกับนักลงทุน เพื่อให้การเป็นเจ้าของบ้านเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้จริง
หลายคนอาจสงสัยว่าโมเดลเช่าเพื่อซื้อของ JUZMATCH (จัซแมทช์) เหมาะกับใคร และจะตอบโจทย์ความต้องการของเราได้จริงหรือไม่ รูปแบบการให้บริการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับกลุ่มคนที่มีศักยภาพในการชำระหนี้ แต่มีข้อจำกัดบางอย่างที่ทำให้ระบบธนาคารแบบเดิม ๆ ไม่สามารถอนุมัติสินเชื่อให้ได้ ดังนี้
สำหรับผู้ที่เคยมีประสบการณ์ยื่นเอกสารขอสินเชื่อบ้านแล้วถูกปฏิเสธ หรือได้รับอนุมัติวงเงินที่ไม่เพียงพอต่อราคาบ้านที่ต้องการ การเลือกเช่าเพื่อซื้อคือทางออกที่เหมาะสม เพราะระบบนี้ประเมินจากศักยภาพในการผ่อนชำระที่แท้จริงของเราในปัจจุบัน ช่วยให้เราสามารถครอบครองบ้านที่ต้องการได้โดยไม่ต้องรอให้ธนาคารเปลี่ยนเกณฑ์การพิจารณา ซึ่งอาจใช้เวลานาน และทำให้เสียโอกาส
สำหรับกลุ่มคนที่ทำงานอิสระ ฟรีแลนซ์ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ หรือเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กที่รับเงินสด มักจะประสบปัญหาการไม่มีสลิปเงินเดือน หรือเอกสารแสดงรายได้ที่ไม่ตรงตามเกณฑ์มาตรฐานของสถาบันการเงิน แม้ว่าจะมีรายรับเข้ามาสม่ำเสมอ และมีกำลังในการชำระสูงก็ตาม โมเดลเช่าเพื่อซื้อของ JUZMATCH (จัซแมทช์) เข้าใจถึงรูปแบบรายได้ที่หลากหลาย จึงเปิดโอกาสให้กลุ่มอาชีพเหล่านี้สามารถทำสัญญาในฐานะผู้เช่าเพื่อซื้อ เพื่อเตรียมความพร้อมในการยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารในอนาคต
หลาย ๆ คนเมื่อเจอบ้านที่ถูกใจก็ไม่อยากปล่อยให้หลุดมือ แต่หากเคยมีประวัติการชำระหนี้ล่าช้า หรือมีปัญหาเครดิตบูโรในอดีต ส่งผลให้การขอสินเชื่อใหม่เป็นไปได้ยากหรือต้องรอเวลาล้างประวัตินานหลายปี แม้จะมีความพร้อมทางการเงินแล้วแต่ก็เสี่ยงที่สินเชื่อไม่ผ่านการอนุมัติ JUZMATCH (จัซแมทช์) จึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่มีความพร้อมในปัจจุบัน โดยที่เราสามารถย้ายเข้าอยู่บ้านได้ทันทีหลังทำสัญญา และตลอดอายุสัญญาจะมีทีม Homeownership Advisory (HOA) ของ JUZMATCH (จัซแมทช์) ที่คอยให้คำแนะนำในการปรับปรุงเครดิต วางแผนเดินบัญชี และจัดการประวัติทางการเงินเพื่อเตรียมความพร้อมในการยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารในอนาคต
การเจอบ้านที่มีทำเลถูกใจ เดินทางสะดวก และมีราคาที่เหมาะสมไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ หากมัวแต่รอขั้นตอนการอนุมัติสินเชื่อที่ใช้เวลานาน หรือรอให้เก็บเงินก้อนใหญ่ครบ อาจจะมีคนซื้อตัดหน้าไปก่อนแล้ว ซึ่งระบบเช่าเพื่อซื้อจะช่วยให้เราสามารถจอง และล็อกสิทธิ์ในบ้านหลังนั้นไว้ได้ทันที เป็นการรักษาโอกาสทองในการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ที่เราพึงพอใจ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะพลาดทำเลศักยภาพไปอย่างน่าเสียดาย
การตัดสินใจกู้เงินก้อนใหญ่เพื่อซื้อบ้านนั้น มาพร้อมภาระผูกพันระยะยาว 20 - 30 ปี และดอกเบี้ยที่ต้องแบกรับตลอดอายุสัญญา ซึ่งอาจเป็นภาระทางการเงินที่หนักเกินไปสำหรับหลายคนในช่วงเวลานี้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงของรายได้ ภาระค่าใช้จ่ายอื่นที่ยังต้องดูแล หรือเพียงแค่ยังไม่พร้อมรับความเสี่ยงที่จะเป็นหนี้ก้อนใหญ่ในทันที
โมเดลเช่าเพื่อซื้อ (Rent-to-Own) จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์อย่างยิ่งสำหรับคนกลุ่มนี้ เพราะช่วยให้คุณเข้าอยู่ในบ้านที่ต้องการได้โดยไม่ต้องกู้เงินก้อนใหญ่ตั้งแต่วันแรก แบ่งเบาภาระทางการเงินด้วยการจ่ายเป็นค่าเช่ารายเดือนแทน พร้อมเปิดโอกาสให้ได้ทดลองใช้ชีวิตในบ้านและทำเลจริงก่อนตัดสินใจซื้อขาด หากระหว่างทางพบว่าไม่ตอบโจทย์ ก็ยังมีความยืดหยุ่นในการจัดการมากกว่าการซื้อขาดที่ต้องผูกมัดกับหนี้สินระยะยาวกับธนาคาร
.jpeg)
เมื่อทราบแล้วว่า JUZMATCH (จัซแมทช์) เหมาะกับใคร การทำความเข้าใจวิธีเช่าเพื่อซื้อบ้าน JUZMATCH (จัซแมทช์) ก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยเมเดลเช่าเพื่อซื้อถูกออกแบบมาให้มีขั้นตอนที่ชัดเจน โปร่งใส และลดความซับซ้อน เพื่อให้เราเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ง่ายที่สุดตามขั้นตอน ดังนี้
มาร่วมเป็นเจ้าของบ้านง่าย ๆ กับ JUZMATCH (จัซแมทช์) เพียงลงทะเบียน และยืนยันตัวตนในฐานะผู้เช่าเพื่อซื้อผ่านระบบออนไลน์ที่สะดวก และปลอดภัย บนเว็บไซต์ https://www.juzmatch.com/th/buyer แพลตฟอร์มที่จะช่วยให้คุณขยับเข้าใกล้บ้านในฝันได้เร็วขึ้น แม้ในวันที่ยังไม่พร้อมกู้แบงก์ พร้อมมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญคอยดูแล และให้คำปรึกษาตลอด เพื่อให้คุณมั่นใจ และสานฝันเรื่องบ้านได้อย่างสบายใจ
เริ่มต้นด้วยการคำนวณกำลังซื้อเพื่อประเมินยอดผ่อนต่อเดือนที่เหมาะสมกับสถานะทางการเงินของเรา จากนั้นเราสามารถเลือกบ้าน คอนโด หรือทาวน์โฮมจากรายการทรัพย์สินที่มีอยู่บนแพลตฟอร์ม หรือหากเรามีบ้านที่สนใจจากโครงการภายนอกอยู่แล้ว ก็สามารถนำเสนอทรัพย์นั้นให้ระบบพิจารณาจัดหาให้ได้ เมื่อเลือกได้แล้วจึงทำการชำระค่าจองทรัพย์สินเพื่อเป็นการยืนยันความต้องการ ซึ่งค่าจองส่วนนี้จะถูกนำไปหักออกจากยอดค่าทำสัญญาในภายหลัง
เมื่อกระบวนการเริ่มต้นเสร็จสิ้น JUZMATCH (จัซแมทช์) จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการจับคู่ความต้องการของเรากับนักลงทุนที่มีความพร้อมในการซื้อทรัพย์สินนั้น ๆ โดยจะมีการจัดทำสัญญาที่มีมาตรฐานและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย คือ สัญญาระหว่างบริษัทฯ กับผู้เช่าเพื่อซื้อ และ สัญญาระหว่างบริษัทฯ กับนักลงทุน ซึ่งสัญญาดังกล่าวจะครอบคลุมรายละเอียดสำคัญทั้งหมด ทั้งเรื่องระยะเวลา ค่าใช้จ่าย และสิทธิ์ในการครอบครอง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าการทำธุรกรรมที่มีความปลอดภัย รัดกุม และได้รับการคุ้มครองอย่างถูกต้อง โดยเราจะต้องดำเนินการชำระค่าทำสัญญาตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ ซึ่งระบบมีความยืดหยุ่นสูง อนุญาตให้เราแบ่งชำระค่าทำสัญญาออกเป็นงวดได้เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย
หลังจากเซ็นสัญญาเช่าเพื่อซื้อและชำระเงินค่าประกันพร้อมค่าเช่างวดแรกเรียบร้อย คุณสามารถย้ายเข้าอยู่ในบ้านหลังใหม่ได้ภายใน 60 วัน ถือเป็นข้อได้เปรียบสำคัญของโมเดลเช่าเพื่อซื้อ ที่ให้คุณเริ่มต้นชีวิตในบ้านที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องรอขั้นตอนอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารที่อาจใช้เวลาหลายเดือน
หลังจากทำสัญญา เรามีหน้าที่ชำระค่าเช่าเพื่อซื้อรายเดือนตลอดระยะเวลาสัญญา 3 ปี โดยส่วนหนึ่งของค่าเช่ารายเดือนที่จ่ายไปจะถูกสะสมไว้เป็นส่วนลดค่าบ้านในวันที่ตัดสินใจซื้อจริง ที่สำคัญ ตลอดอายุสัญญา 3 ปี คุณจะได้รับการดูแลจากทีม Homeownership Advisory (HOA) ของจัซแมทช์ ที่คอยให้คำแนะนำในการปรับปรุงเครดิต วางแผนเดินบัญชี และจัดการประวัติทางการเงินอย่างเป็นระบบ เพื่อเตรียมความพร้อมในการยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารในอนาคต ถือเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าในการสร้างเครดิต และเป็นเจ้าของบ้านในฝันแม้ในวันที่ยังไม่พร้อมยื่นกู้ธนาคารตั้งแต่วันแรก
เมื่อครบกำหนดสัญญา 3 ปี คุณมีทางเลือกที่หลากหลายในการปิดสัญญาตามความพร้อม ดังนี้
การเช่าเพื่อซื้อกับ JUZMATCH (จัซแมทช์) เป็นทางเลือกในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่ช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้ที่ต้องการมีบ้าน แต่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอาชีพอิสระ ผู้ที่เครดิตไม่พร้อม หรือผู้ที่ต้องการล็อกราคาและทำเลไว้ก่อน ด้วยวิธีเช่าเพื่อซื้อบ้าน JUZMATCH (จัซแมทช์) ที่ออกแบบมาอย่างเป็นระบบ โดยเราสามารถย้ายเข้าอยู่ได้ทันทีหลังทำสัญญาในฐานะผู้เช่า แล้วส่วนหนึ่งของค่าเช่ารายเดือนที่จ่ายไปจะถูกสะสมไว้เป็นส่วนลดค่าบ้านในวันที่ตัดสินใจซื้อจริง และมีเวลาเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ถือเป็นโซลูชันที่ปลดล็อกโอกาสให้เป็นเจ้าของบ้านได้ง่ายขึ้น
A: การเริ่มต้นเช่าเพื่อซื้อไม่มีการวางเงินดาวน์ แต่จะมีค่าบริการเข้าประมาณ 7 - 15% ของมูลค่าทรัพย์ โดยอัตราค่าบริการที่แน่ชัด จะขึ้นอยู่กับคุณภาพของทรัพย์สินที่ผู้เช่าเพื่อซื้อเลือก จากนั้นชำระค่าทำสัญญาเช่าเพื่อซื้อร่วมกับค่าประกันและค่าเช่างวดแรกเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถย้ายเข้าอยู่ได้ทันที
A: ตลอดระยะเวลาสัญญา 3 ปี ราคาบ้านจะถูกล็อกไว้ตามที่ตกลงกันตั้งแต่วันแรกที่เซ็นสัญญาเช่าเพื่อซื้อ จะไม่มีการปรับราคาขึ้นตามสภาวะตลาด หรืออัตราเงินเฟ้อ ยิ่งไปกว่านั้น เงินที่เราผ่อนชำระรายเดือน ส่วนหนึ่งของค่าเช่าที่ชำระในแต่ละเดือน จะถูกนำไปเป็นส่วนลดค่าบ้านในวันที่ต้องการจะซื้อทรัพย์นั้นจริง ๆ
A: ในช่วงระยะเวลาตามสัญญา กรรมสิทธิ์ และชื่อในโฉนดที่ดินจะยังคงเป็นของนักลงทุน โดยเราจะอยู่ในฐานะผู้เช่าเพื่อซื้อที่มีสิทธิ์ในการอยู่อาศัยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อเราดำเนินการปิดสัญญา ไม่ว่าจะด้วยการจ่ายเงินสดส่วนที่เหลือ หรือกู้สินเชื่อธนาคารผ่านแล้ว จึงจะมีการโอนกรรมสิทธิ์ และเปลี่ยนชื่อในโฉนดมาเป็นชื่อของเรา
A: หากครบกำหนดแล้วสถานะทางการเงินของเรายังไม่พร้อมสำหรับการขอสินเชื่อจากธนาคาร ไม่ต้องกังวล ทาง JUZMATCH (จัซแมทช์) มีทางเลือกให้เราสามารถดำเนินการเจรจาเพื่อขอต่อสัญญาเช่าเพื่อซื้อออกไปได้ โดยจะมีการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน และคำนวณอัตราค่าเช่าเพื่อซื้อใหม่ พร้อมทั้งมีทีมงานคอยให้คำแนะนำในการเตรียมความพร้อมเพื่อยื่นกู้ในอนาคต
ป้ายกำกับ:

Mega Trend คืออะไร? สรุปเทรนด์ลงทุนจาก JUZMATCH Investor Club 2025 Highlight Mega Trend คืออะไร?...

ข้อมูลการโอนกรรมสิทธิ์บ้าน ปี 2567 ตลาดที่อยู่อาศัยไทยในปี 2567 จากข้อมูลของศูนย์ข้อมูลอสังห...

ถ้าจากความรู้สึก...เราอาจจะยังรู้สึกว่า คนส่วนใหญ่เลือกซื้อบ้านมือหนึ่ง แต่ถ้าจากสถิติที่ไม...