ขายฝาก คืออะไร ต่างจากจำนองยังไง? รู้ให้ครบก่อนเริ่มขายฝากที่ดิน

เผยแพร่เมื่อ 18 ก.ย. 2569

Blog Image

ขายฝาก คืออะไร? ต่างจากจำนองยังไง รู้ครบก่อนเอาที่ดินไปขายฝาก

 

Highlight

 

       การนำอสังหาริมทรัพย์มาเป็นหลักประกันเพื่อแลกกับเงินก้อนเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูงสำหรับผู้ที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียน โดยเฉพาะการขายฝากที่ดิน ซึ่งเป็นธุรกรรมที่ให้วงเงินสูง และอนุมัติค่อนข้างรวดเร็ว แต่หลายคนอาจยังสับสนว่าการขายฝากแตกต่างจากการจำนอง หรือขายขาดอย่างไร 

 

       บทความนี้ JUZMATCH (จัซแมทช์) จะพาไปทำความเข้าใจทุกรายละเอียดที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจขายฝากที่ดิน เพื่อให้การทำธุรกรรมปลอดภัย และไม่เสียเปรียบ
 

ขายฝากคืออะไร เหมาะกับใคร?

       ก่อนที่จะนำทรัพย์สินที่มีมูลค่าไปทำสัญญา เราจำเป็นต้องทำความเข้าใจนิยาม และเงื่อนไขของธุรกรรมประเภทนี้อย่างละเอียด

 

ขายฝากคืออะไร? 

       ตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ ขายฝาก คือ สัญญาซื้อขายรูปแบบหนึ่ง ซึ่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะตกเป็นของผู้รับซื้อฝากทันทีที่จดทะเบียน ณ สำนักงานที่ดิน โดยมีข้อตกลงสำคัญว่า ผู้ขายฝากสามารถไถ่ถอนทรัพย์นั้นคืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด 

 

       หากจะอธิบายให้เฉพาะเจาะจงลงไปการขายฝากที่ดิน คือ การโอนสิทธิ์ความเป็นเจ้าของที่ดินให้แก่นายทุน หรือผู้รับซื้อฝากชั่วคราวเพื่อแลกกับเงินสด โดยผู้ขายยังสามารถกลับมาเป็นเจ้าของได้เมื่อนำเงินต้นและดอกเบี้ย (สินไถ่) มาคืนตามกำหนดเวลา ซึ่งการขายฝากที่ดินได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายอย่างชัดเจนเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย

 

ขายฝากที่ดินคืออะไร.jpg

 

 

ขายฝากเหมาะกับใคร ?

       การทำนิติกรรมขายฝาก คือทางเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ต้องการเงินด่วนแต่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อของธนาคารได้ อาจจะด้วยเหตุผลทางด้านเครดิตบูโร หรือเอกสารรายได้ไม่เพียงพอ ดังนั้นขายฝากที่ดิน คือทางออกสำหรับผู้ประกอบการ SME หรือบุคคลทั่วไปที่ต้องการวงเงินสูงกว่าการจำนองปกติ และมั่นใจว่าตนเองจะมีกระแสเงินสดเข้ามาในอนาคตเพื่อนำไปไถ่ถอนทรัพย์คืนได้ทันเวลา
 

ขายฝาก vs จำนอง vs ขายขาดต่างกันยังไง?

       หลายคนมักสับสนระหว่างนิติกรรมทั้ง 3 ประเภทนี้ การเปรียบเทียบในตารางด้านล่างจะช่วยให้เห็นภาพความแตกต่างได้อย่างชัดเจนที่สุด

 

ตารางเปรียบเทียบขายฝาก จำนอง และขายขาดต่างกันอย่างไร?

       สรุปความต่างของทั้งขายฝาก จำนองและขายขาด ตั้งแต่กรรมสิทธิ์ วงเงิน ไปจนถึงผลเมื่อผิดนัด ดังนี้

 

หมายเหตุ: ตัวเลขเป็นเพียงประมาณการ อาจเปลี่ยนแปลงตามเงื่อนไขจริงของแต่ละกรณี


 

ขายฝากที่ดินดีจริงไหม? ข้อดีและความเสี่ยงที่ต้องรู้

       การนำทรัพย์สินไปทำสัญญาย่อมมีทั้งข้อได้เปรียบ และข้อควรระวังที่ต้องนำมาพิจารณาควบคู่กัน

 

ข้อดีของการขายฝากที่ดิน

       ข้อดีหลัก ๆ ของการขายฝาก ที่ดิน ได้แก่ การได้รับวงเงินที่สูงกว่าการจำนอง ขั้นตอนการพิจารณาอนุมัติรวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องใช้คนค้ำประกัน และไม่มีการตรวจสอบประวัติเครดิตบูโร (NCB) ทำให้ผู้ที่มีปัญหาทางการเงินในอดีตสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนก้อนใหญ่เพื่อนำไปต่อยอด หรือแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ทันท่วงที

 

ความเสี่ยงที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

       ในทางกลับกันความเสี่ยงของขายฝาก คือเรื่องของการสูญเสียกรรมสิทธิ์ หากผู้ขายฝากไม่สามารถนำเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยมาไถ่ถอนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ทรัพย์สินจะตกเป็นของผู้รับซื้อฝากอย่างสมบูรณ์โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการฟ้องร้องใด ๆ ทางศาล จึงต้องมีการวางแผนการเงินอย่างรัดกุมที่สุดก่อนทำธุรกรรม


 

ขายฝากที่ดิน.jpg

 

 

กฎหมายขายฝากที่ดิน 2569 ที่ต้องรู้ มีอะไรบ้าง?

       เพื่อป้องกันการถูกเอาเปรียบ กฎหมายคุ้มครองการทำสัญญาขายฝากได้รับการปรับปรุงให้รัดกุมยิ่งขึ้น โดยสาระสำคัญของขายฝากที่ดิน คือกฎหมายจะให้ความคุ้มครองอย่างมากหากที่ดินนั้นเป็นไปเพื่อการเกษตรกรรม หรือที่อยู่อาศัย (อ้างอิงตาม พ.ร.บ. คุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 ซึ่งยังคงมีผลบังคับใช้อย่างเข้มงวด) 

 

       โดยกำหนดให้ระยะเวลาไถ่ถอนต้องไม่น้อยกว่า 1 ปี และสูงสุดไม่เกิน 10 ปี นอกจากนี้การขายฝาก ที่ดินจะต้องมีการทำสัญญา และจดทะเบียนต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินเท่านั้น สัญญาที่ทำกันเองภายนอกจะถือเป็นโมฆะ

 

นอกจากนี้ยังมีข้อคุ้มครองสำคัญที่ผู้ขายฝากควรรู้เพิ่มเติม ดังนี้

  • คุ้มครองเฉพาะบุคคลธรรมดา : พ.ร.บ. ฉบับนี้คุ้มครองกรณีผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดา และทรัพย์ที่ขายฝากเป็นที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัยเท่านั้น หากเป็นนิติบุคคล หรือทรัพย์เชิงพาณิชย์ จะใช้หลักตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์แทน
     

  • ผู้ซื้อฝากต้องแจ้งเตือนก่อนครบกำหนด : ก่อนวันครบกำหนดไถ่ไม่น้อยกว่า 3 เดือนแต่ไม่เกิน 6 เดือน ผู้รับซื้อฝากต้องแจ้งเป็นหนังสือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังผู้ขายฝาก พร้อมแนบสำเนาสัญญาขายฝาก หากไม่แจ้ง ผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ได้อีก 6 เดือนนับจากวันครบกำหนดไถ่เดิม
     

  • ไถ่ก่อนกำหนดได้และได้ลดสินไถ่ : ผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ทรัพย์คืนก่อนครบกำหนดเวลาไถ่ได้ และหากสินไถ่ในสัญญากำหนดไว้สูงกว่าราคาขายฝาก กฎหมายให้ลดสินไถ่ส่วนที่สูงกว่านั้นลงตามอัตราส่วนของระยะเวลาที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ผู้ซื้อฝากมีสิทธิเรียกค่าเสียโอกาสได้ไม่เกินร้อยละ 2 ต่อปีของราคาที่ขายฝาก คำนวณตามระยะเวลาที่เหลืออยู่ก่อนถึงกำหนดเวลาไถ่ (มาตรา 10)
     

  • สิทธิไถ่ตกทอดถึงทายาท : หากผู้ขายฝากเสียชีวิตระหว่างอายุสัญญา สิทธิ์การไถ่จะตกแก่ทายาทผู้มีสิทธิ์รับมรดก
     

  • ผู้ซื้อฝากห้ามก่อภาระเหนือทรัพย์ : มาตรา 16 กำหนดว่าก่อนพ้นกำหนดเวลาไถ่ ผู้ซื้อฝากต้องไม่ก่อภาระใด ๆ เหนือทรัพย์สินที่ขายฝากอันอาจกระทบสิทธิของผู้ขายฝาก เช่น นำโฉนดไปจำนองต่อ
     

ที่มา: พ.ร.บ. คุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 

 

ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมขายฝาก คิดยังไง?

       อีกหนึ่งประเด็นสำคัญของขายฝาก คือเรื่องของอัตราดอกเบี้ย หรือที่กฎหมายเรียกว่า "สินไถ่" กฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนว่าห้ามคิดดอกเบี้ยเกิน 15% ต่อปี หรือ 1.25% ต่อเดือน นับตั้งแต่วันที่ขายฝากจนถึงวันครบกำหนดเวลาไถ่ หากสัญญากำหนดไว้เกินกว่านี้ ข้อตกลงส่วนที่ขัดกับกฎหมายจะเป็นโมฆะตามมาตรา 6 วรรคสาม โดยไม่ทำให้สัญญาขายฝากทั้งฉบับเสียไป และผู้ขายฝากมีหน้าที่ชำระสินไถ่เพียงเท่าที่กฎหมายกำหนด 

 

       ส่วนในเรื่องของค่าธรรมเนียมและภาษีสำหรับขายฝากที่ดิน จะมีค่าใช้จ่ายคล้ายกับการซื้อขายปกติ ได้แก่ ค่าธรรมเนียมการทำนิติกรรม 2% ของราคาประเมิน ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย และภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นอากรแสตมป์ 0.5% หากถือครองทรัพย์เกิน 5 ปี หรือในกรณีที่ทรัพย์นั้นเป็นบ้านที่ใช้อยู่อาศัยและมีชื่อในทะเบียนบ้านเกิน 1 ปี (เงื่อนไขทะเบียนบ้านไม่ใช้กับที่ดินเปล่า)

 

ขั้นตอนการขายฝากที่ดิน ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

       การทำธุรกรรมให้ราบรื่นจำเป็นต้องเตรียมเอกสาร และเข้าใจขั้นตอนทางกฎหมายอย่างถูกต้อง

 

เอกสารที่ต้องใช้มีอะไรบ้าง?

สำหรับการขายฝากที่ดิน เอกสารที่ต้องเตรียมประกอบด้วย

  • โฉนดที่ดินฉบับจริง (ต้องไม่มีภาระผูกพันหรือติดจำนอง)

  • บัตรประจำตัวประชาชน (พร้อมสำเนา)

  • ทะเบียนบ้าน (พร้อมสำเนา)

  • เอกสารเปลี่ยนชื่อ - นามสกุล (ถ้ามี)

  • หนังสือยินยอมจากคู่สมรส และทะเบียนสมรส (กรณีมีคู่สมรส)

     

ขั้นตอนการขายฝาก ที่ดิน ณ สำนักงานที่ดิน

       หลังจากตกลงราคา และเงื่อนไขกับผู้รับซื้อฝากได้แล้ว นิยามภาคปฏิบัติของขายฝากที่ดิน คือ การพากันไปจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดินในเขตพื้นที่ที่ทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่ เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบเอกสาร สอบถามความยินยอมของทั้งสองฝ่าย ประเมินค่าใช้จ่ายให้ชำระ และสลักหลังโฉนดเพื่อโอนกรรมสิทธิ์ พร้อมระบุระยะเวลาไถ่ถอนไว้ในสารบบอย่างชัดเจน

 

ก่อนทำสัญญาขายฝากต้องเช็กอะไรบ้าง ไม่ให้โดนหลอก?

       สิ่งสำคัญที่สุดในการขายฝาก คือ การตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้รับซื้อฝาก ควรเลือกบริษัท หรือนายทุนที่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง มีการทำสัญญามาตรฐานของกรมที่ดิน นอกจากนี้ การตรวจสอบชื่อในโฉนด และการตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายวันโอน ณ สำนักงานที่ดิน ต้องเคลียร์กันให้ชัดเจนตั้งแต่แรก เพื่อไม่ให้เกิดการเรียกเก็บเงินแอบแฝง และจำไว้เสมอว่าการทำสัญญาขายฝาก ที่ดินที่ถูกต้องตามกฎหมาย จะต้องไม่มีการเซ็นโอนลอยโดยเด็ดขาด


 

ขายฝากที่ดิน.jpg

 

ครบกำหนดไถ่ถอนแล้วเกิดอะไรขึ้น?

       เมื่อระยะเวลาในสัญญาดำเนินมาถึงจุดสิ้นสุด จะมีแนวทางปฏิบัติอยู่ 3 กรณีหลัก ได้แก่

 

ไถ่ปกติ

       ความหมายของขายฝาก คือ การนำเงินไปคืนเพื่อเอาทรัพย์กลับมา เมื่อผู้ขายฝากเตรียมเงินต้นและสินไถ่พร้อมแล้ว ให้นัดหมายผู้รับซื้อฝากไปที่สำนักงานที่ดินเพื่อทำเรื่องไถ่ถอน โฉนดก็จะกลับมาเป็นชื่อของผู้ขายฝากตามเดิม
 


ขอขยายเวลา

        หากหมุนเงินไม่ทัน จุดเด่นของขายฝากที่ดิน คือ กฎหมายอนุญาตให้สามารถขยายเวลาไถ่ถอนได้ (รวมระยะเวลาทั้งหมดต้องไม่เกิน 10 ปี) โดยทั้งสองฝ่ายต้องไปทำบันทึกข้อตกลงขยายระยะเวลา ณ สำนักงานที่ดินก่อนที่สัญญาฉบับเดิมจะหมดอายุลง

 

ไถ่ไม่ทันแล้วทรัพย์หลุดทำอย่างไร?

        หากเลยกำหนดสัญญาและไม่มีการขยายเวลา กรรมสิทธิ์จะตกเป็นของผู้รับซื้อฝากโดยเด็ดขาด ผู้ขายฝากจะสูญเสียสิทธิ์ในการไถ่ถอนทรัพย์สินนั้นทันที และผู้รับซื้อฝากสามารถนำทรัพย์ไปใช้ประโยชน์หรือขายต่อได้ตามกฎหมาย
 

        อย่างไรก็ตามมีข้อยกเว้นที่ควรรู้ หากผู้รับซื้อฝากไม่ได้ส่งหนังสือแจ้งเตือนก่อนครบกำหนดไถ่ตามที่กฎหมายกำหนด (3 - 6 เดือน) ผู้ขายฝากยังมีสิทธิไถ่ได้อีก 6 เดือนนับจากวันครบกำหนดเดิม และหากผู้รับซื้อฝากบ่ายเบี่ยงไม่ยอมรับเงินไถ่ ผู้ขายฝากสามารถใช้วิธีวางทรัพย์เพื่อรักษาสิทธิไว้ได้ ด้วยเหตุนี้ การเลือกเงื่อนไขที่ให้ระยะเวลานานพอตั้งแต่ต้นจึงสำคัญกว่าการหวังขยายเวลาทีหลัง เพราะการขยายเวลาต้องอาศัยความยินยอมของผู้ซื้อฝาก และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มทุกรอบ
 

ที่มา: พ.ร.บ. คุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 มาตรา 17 และมาตรา 18
 


เปลี่ยนบ้านเป็นเงินก้อนอย่างปลอดภัยด้วยบริการ HOME FOR LIFE จาก JUZMATCH

        การนำทรัพย์สินไปทำธุรกรรม ไม่ว่าจะเป็นการขายฝากที่ดินหรือการจำนอง ล้วนเป็นวิธีที่มีประโยชน์หากใช้อย่างรัดกุมและเข้าใจเงื่อนไข แต่หากคุณเป็นเจ้าของบ้านที่กำลังเผชิญภาระหนี้สิน หรือต้องการเงินก้อนเพื่อต่อยอดธุรกิจ โดยยังต้องการอยู่อาศัยในบ้านหลังเดิมและมีสิทธิ์กลับมาเป็นเจ้าของบ้านอีกครั้งในวันที่พร้อม JUZMATCH (จัซแมทช์) มีอีกทางเลือกที่โครงสร้างค่าใช้จ่ายและระยะเวลาต่างจากการขายฝากมานำเสนอ

 

       นั่นคือโปรแกรม "HOME FOR LIFE" บ้านสร้างโอกาส โซลูชันในรูปแบบสัญญาซื้อขายควบสัญญาเช่าเพื่อซื้อระยะเวลา 3 ปี ที่ช่วยให้คุณ "เปลี่ยนบ้านเป็นเงินทุน" โดยที่คุณและครอบครัวยังสามารถอยู่อาศัยในบ้านหลังเดิมต่อได้ตามปกติ และมีสิทธิ์ซื้อบ้านกลับคืนที่ระบุไว้ในสัญญาตั้งแต่วันแรก โดยมี JUZMATCH (จัซแมทช์) เป็นคนกลางดูแลผลประโยชน์ของทั้งเจ้าของบ้านและนักลงทุน


 

ทำไม HOME FOR LIFE ถึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการขายฝาก?

       หลาย ๆ คนอาจสงสัยว่า HOME FOR LIFE บ้านสร้างโอกาส ต่างจากการขายฝากอย่างไร มาดูกัน

  • วงเงินสูงและได้เงินสดสุทธิมากกว่าในกรณีเทียบเท่ากัน:รับวงเงินสูงสุดประมาณ 65% ของมูลค่าทรัพย์ที่ประเมิน
     

  • ต้นทุนรวม 3 ปี ต่ำกว่าเมื่อถือครบสัญญา: กรณีใช้สิทธิ์ซื้อคืนในปีที่ 3 ค่าใช้จ่ายรวม 3 ปีของ HOME FOR LIFE คิดเป็น 47% ของวงเงินที่ได้รับ ซึ่งต่ำกว่าการขายฝากที่ต้นทุนอาจพุ่งสูงถึง 60% ทั้งนี้ HOME FOR LIFE มีค่าบริการจัดหาผู้ซื้อทรัพย์สิน 10% ที่ต้องชำระในวันแรก ทำให้ต้นทุนสะสมในช่วงประมาณ 2 ปีแรกยังสูงกว่าขายฝาก และจะเริ่มเห็นข้อได้เปรียบด้านต้นทุนหลังจากจุดคุ้มทุน
     

  • ยิ่งจ่ายมาก ยิ่งลดราคาบ้าน: ระหว่างสัญญาเช่า หากคุณจ่ายค่าเช่ามากกว่าที่กำหนด เงินส่วนต่างนั้นจะถูกสะสมเป็น "ส่วนลดราคาบ้าน" เมื่อใช้สิทธิ์ซื้อทรัพย์คืน
     

  • ต่อสัญญาได้อีก 3 ปี โดยไม่มีค่าต่อสัญญา: หากครบกำหนดสัญญา 3 ปีแล้วคุณยังไม่พร้อมซื้อทรัพย์คืน คุณมีสิทธิ์ขอทำสัญญาเช่าเพื่อซื้อต่อได้อีก 3 ปี (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข และการพิจารณาของบริษัท) แตกต่างจากการขายฝากที่มักมีค่าธรรมเนียมปากถุงหรือค่าต่อสัญญาราคาสูงในทุก ๆ รอบ

     

       ถือเป็นอีกทางเลือกในการปลดล็อกมูลค่าทรัพย์สิน ที่ให้เวลาตั้งหลักยาว 3 ปี พร้อมสิทธิ์ซื้อคืนที่ระบุชัดเจนในสัญญาตั้งแต่วันแรก ช่วยให้คุณจัดการภาระหนี้สินได้โดยยังอยู่ในบ้านหลังเดิม และมีโอกาสกลับมาเป็นเจ้าของบ้านอีกครั้ง


 

คำถามที่พบบ่อย

Q : ขายฝากที่ดินได้วงเงินประมาณกี่เปอร์เซ็นต์ของราคาประเมิน?

A : โดยทั่วไปจะได้วงเงินอยู่ที่ประมาณ 50-70% ของราคาประเมินจากกรมที่ดิน หรือราคาประเมินตลาด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับศักยภาพของทำเล สภาพทรัพย์สิน และการตกลงระหว่างผู้ขายฝากกับนายทุน

 

Q : ขายฝากแล้วยังอยู่อาศัยหรือทำกินบนที่ดินต่อได้ไหม?

A : ได้แน่นอน ข้อดีของขายฝาก คือ กฎหมายให้ความคุ้มครองผู้ขายฝากให้ยังมีสิทธิครอบครอง ใช้ประโยชน์ อยู่อาศัย หรือทำเกษตรกรรมบนที่ดินนั้นได้ตามปกติตลอดระยะเวลาที่ยังอยู่ในสัญญาไถ่ถอน โดยไม่ต้องชำระค่าตอบแทนให้แก่ผู้ซื้อฝาก และดอกผลที่งอกจากทรัพย์ในระหว่างการขายฝากตกเป็นของผู้ขายฝาก (มาตรา 12)

 

Q : ไถ่ถอนก่อนครบกำหนดสัญญาได้หรือไม่?

A : สามารถทำได้ กฎหมายให้สิทธิผู้ขายฝากไถ่ทรัพย์คืนก่อนครบกำหนดเวลาไถ่ และหากสินไถ่ในสัญญากำหนดไว้สูงกว่าราคาที่ขายฝาก จะได้ลดสินไถ่ส่วนที่สูงกว่านั้นลงตามอัตราส่วนของระยะเวลาไถ่ที่ลดลง ทั้งนี้ผู้ซื้อฝากมีสิทธิเรียกค่าเสียโอกาสได้ไม่เกินร้อยละ 2 ต่อปีของราคาที่ขายฝาก คำนวณตามระยะเวลาที่เหลืออยู่ (มาตรา 10)

 

Q : ครบกำหนดแล้วเงินไม่พอไถ่ ขอขยายระยะเวลาได้ไหม?

A : สามารถขยายระยะเวลาได้ แต่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้รับซื้อฝากด้วย และต้องพากันไปจดทะเบียนขยายระยะเวลาไถ่ถอน ณ สำนักงานที่ดิน "ก่อน" ที่สัญญาเดิมจะหมดอายุ (รวมระยะเวลาตั้งแต่ทำสัญญาครั้งแรกต้องไม่เกิน 10 ปี)
 


Q : ถ้าผู้รับซื้อฝากบ่ายเบี่ยงไม่ยอมรับเงินไถ่ถอน ต้องทำอย่างไร?

A : หากผู้รับซื้อฝากหลบหน้าหรือไม่ยอมให้ไถ่คืน ผู้ขายฝากสามารถนำเงินสด (เงินต้นพร้อมดอกเบี้ย) ไปวางที่ "สำนักงานวางทรัพย์" กรมบังคับคดี สำนักงานที่ดินจังหวัด หรือสำนักงานที่ดินที่รับจดทะเบียนขายฝากนั้น ภายใน 30 วันนับแต่วันครบกำหนดเวลาไถ่ กฎหมายจะถือว่าผู้ขายฝากได้ทำการไถ่ถอนโดยสมบูรณ์ กรรมสิทธิ์จะตกกลับมาเป็นของผู้ขายฝากทันที


 

ป้ายกำกับ:

แชร์: